รมช.สธ.ปลื้มไทยเป็นพี่ใหญ่ระบบสุขภาพ ชี้เพราะบุคลากรสาธารณสุขทุกคน

‘สาธิต ปิตุเตชะ’พอใจหลังนิตยสารสหรัฐจัดระบบสุขภาพไทยอยู่อันดับ 6 ของโลก ชี้เข้า 5 เกณฑ์ พร้อมเดินหน้าลดความผิดพลาดทางการแพทย์ให้น้อยที่สุด

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ซิตี้ จอมเทียนพัทยา จ.ชลบุรี  นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงสาธารณสุข(รมช.สธ.) พร้อมด้วยนพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหาร สธ.เปิดการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2562 ในหัวข้อ “สู่ศตวรรษที่ 2 การสาธารณสุขไทย เพื่อคนไทยสุขภาพดี” พร้อมมอบรางวัลผู้มีผลงานวิจัยยอดเยี่ยมประจำปี 2561โดยมีบุคลากรสาธารณสุขเข้าร่วมประชุมกว่า 6,000คน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ แนวคิดและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อคุณภาพบริการประชาชน 

นายสาธิต กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่นิตยสาร CEOWORLD นิตยสารด้านธุรกิจของสหรัฐอเมริกา จัดอันดับประเทศที่มีระบบสุขภาพดีที่สุดในโลกประจำปี 2562 โดยพิจารณาตามเกณฑ์ 5 ข้อ คือ  1.โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข 2.ประสิทธิภาพของบุคลากรด้านสาธารณสุข ตั้งแต่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรอื่นๆ 3.ค่าใช้จ่ายในระบบ 4.การเข้าถึงยาคุณภาพ และ 5.ความพร้อมของรัฐบาลในการจัดการระบบ ปรากฎว่า ประเทศไทยได้อันดับที่ 6 ของโลก ขณะที่สเปน อันดับ 7 

“จากการจัดอันดับดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ไทยเป็นพี่บึ้มเกี่ยวกับระบบสุขภาพในเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเราได้รับการยอมรับ เพราะบุคลากรสาธารณสุขทุกคนทุกวิชาชีพ พี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ผอ.รพ.ทุกระดับ บุคลากรโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล(รพ.สต.) และจิตอาสา เครือข่ายทั้งหมดร่วมแรงร่วมใจในการช่วยกันเป็นอย่างมาก ซึ่งคนอื่นคิดเห็นอย่างไรไม่ทราบ แต่ผมถือว่ากระทรวงสาธารณสุขมีความยิ่งใหญ่และมีคุณภาพมาก” นายสาธิต กล่าว

รัฐมนตรีช่วยว่าการสธ.กล่าวอีกว่า ความยิ่งใหญ่คือ ในเชิงให้ความรู้ให้การบริการ และแต่ละคนสร้างจิตวิญญาณความเป็นวิชาชีพจากรุ่นสู่รุ่นจนมาวันนี้ สิ่งเหล่านี้จึงทำให้ไมยอยู่อันดับ 6 และขอยืนยันว่า ทั้งท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการ สธ.และผม จะเป็นผู้สนับสนุนพวกท่านโดยมีเป้าหมายร่วมกัน เพื่อสนับสนุนสุขภาพอนามัยของคนไทยทุกคน

“แม้ที่ผ่านมาการบริการทางการแพทย์จะมีความผิดพลาด ผมรู้และเข้าใจว่า ข้อผิดพลาดสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ก็ต้องพยายามให้ผิดพลาดน้อยที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าบุคลากรไม่มีใครอยากให้ผิดพลาด เหมือนผมที่เป็นทนายความ เคยว่าความแพ้ก็รู้สึกเสียใจ ซึ่งไม่ต่างจากหมอ หมอความว่าความแพ้ก็เสียใจ หมอรักษาคนก็เช้นกัน ดังนั้น การจัดประชุมวิชาการครั้งนี้จะทำให้เกิดผลที่สุด เราอยู่ในกระทรวงก็ต้องเริ่มที่ตัวเราดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี เพื่อจะได้ดูแลประชาชนได้ ซึ่งผมไม่ได้มีตังค์มากแต่ปมมีสุขภาพแข็งแรง ที่จะนำไปสู่ความสุขได้” นายสาธิตกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยติดอันดับ 6 ระบบสุขภาพดีที่สุดในโลก ไต้หวันคว้าที่ 1

Comments

ไม่ต้องการยาหอม • 2019-09-09, 13:03
ทั้ง ๆ ที่ผ่าน ๆ มา ผลงานของข้าราชการสาธารณสุขไทยอยู่ในระดับแนวหน้าของโลกอย่างที่ปรากฎ.... รองรับการการให้บริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมาเกือบ 20 ปี จนได้เป็นต้นแบบของประเทศยากจนทั่วโลกในการดำเนินการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า...... พัฒนาระบบบริการสาธารณสุขจนอยู่ในอันดับอันดับ 6 ระดับต้น ๆ ของโลก โดยที่ใช้ค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด.... แต่รัฐโดย กพ.ก็พยายามจำกัดและกดหัวข้าราชการสาธารณสุขตลอดมา..... รัฐพยายามจำกัดกำลังคนโดยที่จะไม่ให้มีการอนุมัติอัตราข้าราชการสาธารณสุขใหม่เพิ่มเติมอีกแล้ว ไม่ต้องพูดถึงวิชาชีพทางด้านสุขภาพสาขาอื่น ๆ แม้แต่วิชาชีพแพทย์ ภายหลังปี 2564 กพ.และ คปร. ก็จะไม่ตั้งอัตราตำแหน่งใหม่ข้าราชการพลเรือนตำแหน่งนายแพทย์เพิ่มเติมอีกแล้ว (ไต้หวัน มีแพทย์ในระบบประกันสุขภาพประมาณ 50,000 คนต่อประชากรทั้งประเทศ 23 ล้านคน แต่ไทยมีแพทย์ในระบบประกันสุขภาพแค่ประมาณ 20,000 กว่าคนต่อประชากรทั้งประเทศเกือบ 70 ล้านคน)....ในอนาคตบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขที่จะมาบรรจุใหม่ส่วนใหญ่คือตำแหน่ง ลูกจ้างชั่วคราว พนักงานราชการ และพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ที่มีอัตราค่าตอบแทน สวัสดิการ และความก้าวหน้า น้อยกว่าข้าราชการ นั่นคือคืออนาคตของบุคลากรสาธารณสุขส่วนใหญ่ของประเทศไทย....และรัฐโดย กพ.ก็พยายามกดหัวข้าราชการสาธารณสุขตลอดมา ข้าราชการสาธารณสุขส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 ในชีวิตรับราชการได้รับโอกาสพัฒนาเลื่อนระดับได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เช่น ข้าราชการ สธ.แท่งทั่วไป(วุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี) เลื่อนจากระดับปฏิบัติงานเลื่อนเป็นระดับชำนาญงาน ข้าราชการแท่งวิชาการ(วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป)เลื่อนระดับจากปฏิบัติการเป็นระดับชำนาญการ หลังจากนั้นข้าราชการผู้ที่ทำงานอยู่หน้างานภาคสนามที่ทำหน้าที่ให้บริการรักษาพยาบาลและสาธารณสุขโดยตรงแก่ประชาชนก็แทบจะไม่มีโอกาสได้เลื่อนระดับสูงกว่านี้กันอีกเลย นอกจากจะหนีไปทำงานภาคสายบริหารในส่วนกลาง..... รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขควรจะให้รางวัลบุคลากรสาธารณสุขทุกสาขาวิชาชีพโดยให้ได้รับการพัฒนาให้มีจำนวนคนเพียงพอต่อปริมาณงาน ให้ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการกันทุกคนทุกตำแหน่งทุกสาขาวิชาชีพ ให้ได้รับการพัฒนาเลื่อนระดับให้มีความก้าวหน้าเช่นเดียวกับข้าราชการครู หรือข้าราชการตำรวจทหาร มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ที่ทันสมัยเพียงพอในการให้บริการประชาชน ให้มีงบประมาณเพียงพอในการจัดซื้อยาและเวชภัฑ์เพื่อให้บริการแก่ประชาชน อย่าให้โรงพยาบาลต่าง ๆ หลายแห่งต้องขอเงินบริจาคสมทบจากประชาชน จัดการแข่งกีฬา จัดงานการกุศล และอีกหลายๆ อย่างเพื่อให้มีเงินเข้าโรงพยาบาล รวมทั้งขอรับเงินช่วยเหลือจากผู้มีจิตอันเป็นกุศลเช่นโครงการ ก้าวคนละก้าว ของคุณตูน บอดี้แสลม ที่วิ่งเพื่อหาเงินช่วยโรงพยาบาลจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์เมื่อเร็วๆ นี้ และอีกมากมายหลายอย่างที่ไม่เคยเป็นและไม่ควรเป็นงานของโรงพยาบาลเลย... ควรอย่างยิ่งที่จะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะสนับสนุนสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ให้เพียงพอ.
มุมมองทุนสามานย์ • 2019-09-10, 14:42
ถูกกดหัว ถูกจำกัดกำลังคน ถูกจำกัดงบประมาณ แล้วยังทำผลงานได้ดีระดับโลกขนาดนี้.... แล้วจะเพิ่มคน เพิ่มซี เพิ่มเครื่องไม้เครื่องมือ เพิ่มงบประมาณให้สิ้นเปลืองไปทำไม????

ความคิดเห็นล่าสุด

กนกลดา ทองจํารูญ
3 ชั่วโมง 27 นาที ago
ชูเลิศ สีแสด
4 ชั่วโมง 50 นาที ago
Phawit Jitsabai
5 ชั่วโมง 17 นาที ago
กัญญนัท ริปันโน
9 ชั่วโมง 33 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กนกลดา ทองจํารูญ
3 ชั่วโมง 27 นาที ago
ชูเลิศ สีแสด
4 ชั่วโมง 50 นาที ago
Phawit Jitsabai
5 ชั่วโมง 17 นาที ago
กัญญนัท ริปันโน
9 ชั่วโมง 33 นาที ago
กลับด้านบน