กรมอนามัย หนุนงานวิจัยมหิดลแบน 3 สารเคมีเกษตรอันตราย มีผลต่อทารกแรกเกิด พบสารพิษตกค้าง!

อธิบดีกรมอนามัย สนับสนุนนโยบายยกเลิกการใช้สารเคมีเกษตร 3 ชนิดอันตราย “พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต” เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน เกษตรกร และอนามัยสิ่งแวดล้อม ย้ำ ช่วงกินเจให้ล้างผักทุกครั้งก่อนกิน - ปรุงอาหาร

หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลถึงผลกระทบจากสารเคมีเกษตร 3 ชนิดอันตราย โดยภาคส่วนต่างๆ อาทิ เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือไทยแพน มูลนิธิชีววิถี(ไบโอไทย) และนักวิชาการต่างๆ โดยเฉพาะศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาเปิดเผยงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลว่า สารเคมีอันตรายเหล่านี้ยังส่งผลต่อทารกในครรภ์นั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีแนวทางชัดเจนในการยกเลิกใช้สารเคมีเกษตร 3 ชนิดอันตราย ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ที่ใช้ด้านเกษตรกรรมป้องกันกำจัดศัตรูพืช เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เกษตรกร และสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยสารเคมีเกษตรทั้ง 3 ชนิดนี้ในหลาย ๆ ประเทศ ได้มีการยกเลิกใช้อย่างถาวร

สำหรับประเทศไทยจากข้อมูลของมหาวิทยาลัยมหิดล พบการตกค้างของพาราควอตในสะดือทารกแรกเกิดและซีรั่มของแม่มากถึงร้อยละ 20 พบในขี้เทาเด็กทารกแรกเกิดสูงถึงร้อยละ 54.7 ส่วนคลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต พบในซีรั่มของแม่และสะดือทารกเด็กแรกเกิดสูงถึงร้อยละ 50.7 และพบการปนเปื้อนในน้ำนมแม่ร้อยละ 41.3 นอกจากนี้ ยังพบการตกค้างของพาราควอตในพืชผักอีกด้วย

ดังนั้น เพื่อลดการ สะสมของสารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่งไม่ให้มีมากเกินไปในร่างกาย ขอความร่วมมือเกษตรกรงดใช้สารเคมีดังกล่าว ทางเกษตรกรรม เนื่องจากทุกวันนี้การเพาะปลูกของประเทศไทยในหลายพื้นที่ยังคงมีการใช้สารเคมีเพื่อกำจัดศัตรูพืชและยังมีการตรวจพบการตกค้างของสารเคมีอยู่ในพืชผักอยู่เสมอ โดยเฉพาะผักสด 10 ชนิด ที่จำหน่ายในท้องตลาด ที่พบว่ามีการตกค้างของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในปริมาณที่สูง ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี

พญ.พรรณพิมล กล่าวต่อว่า ก่อนกินหรือนำผักมาปรุงอาหาร จึงต้องล้างให้สะอาดทุกครั้งเพื่อป้องกันสารเคมีตกค้างหรือการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค ให้ล้างผ่านน้ำก๊อกที่ไหลนาน 2 นาที หรือแช่ในน้ำผสมเกลืออัตราส่วน 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร หรือน้ำผสมน้ำส้มสายชูอัตราส่วนครึ่งถ้วยตวงต่อน้ำ 4 ลิตร หรือ น้ำผสมโซเดียม ไบคาร์บอเนต (เบคกิ้งโซดา) อัตราส่วน 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 10-15 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำเปล่า 2 ครั้ง สำหรับผักบางชนิด เช่น คะน้า กะหล่ำ ถั่วฝักยาว หากมีคราบขาวจับที่กาบใบหรือฝักมากเกินไปล้างน้ำหลาย ๆ ครั้ง และคลี่ใบถูหรือล้างด้วยการเปิดน้ำไหลผ่านอย่างน้อย 2 นาที เพื่อความปลอดภัยและลดการปนเปื้อนของสารเคมี

 โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลกินเจนี้ จะมีการละเว้นเนื้อสัตว์ พ่อค้าแม่ค้าที่จำหน่ายอาหารเจที่ปรุงประกอบจากผักเป็นจำนวนมาก จึงต้องเฝ้าระวังความสะอาดปลอดภัยของสารเคมีในผักให้มากขึ้น สำหรับผู้บริโภคที่ปรุงอาหารเจ กินเองในครอบครัว ในช่วงนี้ไม่ควรกินผักนอกฤดูกาลเนื่องจากมีแนวโน้มของการใช้สารเคมีมากกว่าผักตามฤดูกาล ก่อให้เกิดปัญหาสารพิษตกค้างและเป็นอันตรายมาก เมื่อได้รับสารนี้ในปริมาณมากจะทำให้เวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง อาจเกิดหัวใจวายและเสียชีวิตได้ แต่ถ้าได้รับในปริมาณน้อย ๆ ค่อย ๆ สะสมในร่างกายจะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งในระยะยาว 

ความคิดเห็นล่าสุด

อริศรา ปัททุม
22 ชั่วโมง 17 นาที ago
พลิศาน์
1 วัน 7 ชั่วโมง ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

อริศรา ปัททุม
22 ชั่วโมง 17 นาที ago
พลิศาน์
1 วัน 7 ชั่วโมง ago
กลับด้านบน