ล่าสุดเรื่อง "กัญชา" ในวารสารการแพทย์ระดับโลก "ปลดล็อกกัญชาส่งผลต่อระบบสาธารณสุขอย่างไร"

Tue, 2019-11-05 11:06 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ไม่มีแพทย์แผนปัจจุบันคนใดที่ไม่รู้จัก The Lancet

วารสารการแพทย์นี้จัดเป็นระดับท็อปด้านการแพทย์แข่งขันคู่ไปกับอีกฉบับคือ New England Journal of Medicine

เนื้อหาสาระที่เผยแพร่มาสู่วงการแพทย์ทั่วโลกมักจะได้รับการยอมรับนับถือ เพราะต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ ตรวจสอบอย่างเข้มข้นก่อนได้รับการตีพิมพ์

ถ้าจะมีคนมาเถียงโดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ บรรพบุรุษเทือกเถาเหล่ากอ ยศถาบรรดาศักดิ์ หรืออำนาจการเมืองหนุนหลัง ก็คงต้องเปิดประตูคุยกันดังๆ ว่า "จะคุยกันแบบแพทย์แผนปัจจุบันไหม?"

ถ้าจะคุย ก็ใช้มาตรฐานทางคลินิกมาคุย ไม่เอาแต่หลอดทดลอง สัตว์ทดลอง หรืองานวิจัยแบบประสบการณ์ส่วนตัว เคสบางเคสมาโฆษณาชวนเชื่อแบบผลิตภัณฑ์ลดความอ้วน หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เคลมแบบว่าสกัดจากองุ่นเอย ส้มเอย ทับทิมเอย มะละกอ ฟักแฟงแตงโมไชโยโห่ฮิ่ว แล้วรักษามะเร็ง ไม่แก่ไม่ตาย กินแล้วไม่หิว กล่องละหลายพัน ขายดิบขายดี โฆษณาเกินจริงเย้ยกฎหมาย

ไม่งั้นก็ไปคุยกันแบบแพทย์แผนอื่นๆ เพราะมาตรฐานวิชาชีพที่แตกต่างกัน อย่าเอามาปนกันมั่วซั่วจนปั่นป่วนระบบสุขภาพของประเทศ

23 ตุลาคม 2019 นี้เอง The Lancet ตีพิมพ์เนื้อหาเรื่องกระแสปลดล็อกกัญชาว่าส่งผลต่อระบบสาธารณสุขอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะปลดล็อคทางการแพทย์ หรือจะเป็นเสรีกัญชาอย่างที่เราเห็นความคลุ้มคลั่งในหลายต่อหลายพื้นที่ในโลก

ใจความสำคัญเป็นอย่างไร?

สรุปให้ฟังได้ดังนี้...

ขณะนี้กัญชาเป็นยาเสพติดที่ใช้มากที่สุดทั่วโลก

ประเทศแคนาดา และ 10 มลรัฐในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ปลดล็อคให้มีการผลิตและขายกัญชา ทั้งในทางการแพทย์ และเสรีกัญชา

...แต่...ในประเทศแคนาดาและมลรัฐต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ดอกกัญชา น้ำมันกัญชา และสารสกัดจากกัญชาแบบเข้มข้นนั้นถูกนำมาใช้เพื่อรักษาโรคต่างๆ หลายต่อหลายโรค โดย"ไม่มี"ข้อมูลวิชาการทางการแพทย์ที่พิสูจน์ความปลอดภัยและสรรพคุณที่เชื่อถือได้

...การควบคุมการใช้กัญชาอ่ะ ทำได้ป่าว?...

เค้าพบว่า ระบบการควบคุมการใช้กัญชาทางการแพทย์ในหลายมลรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดานั้น"อ่อนแอ" และไม่สามารถควบคุมการใช้ได้จริง ทำให้ผสมปนเปไปหมดระหว่างใช้ทางการแพทย์และใช้เสรี

...หึหึ ประเทศข้าจะปราศจากปัญหาตลาดมืด และเศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง คนร่ำรวยจากค้าขายกัญชา สังคมดี๊ดี จริงไหม?...

การปลดล็อคกฎหมายให้ผลิตกัญชาในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นอาจจะเป็นไปเพื่อหวังที่จะลดการค้าขายในตลาดมืด และหวังจะให้รัฐบาลได้ควบคุมและเก็บภาษีได้ แต่สุดท้ายแล้ว สถานการณ์จริงกลับพบว่าความแรงของกัญชาในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ไปถึงประชาชนนั้นไม่สามารถควบคุมดูแลได้เลย นอกจากนี้ราคาค่างวดของกัญชาก็ตกฮวบฮาบภายในไม่กี่ปีหลังประกาศใช้กฎหมาย

สถิติชี้ชัดว่า ประกาศปลดล็อคกฎหมายไปแล้ว เกิดการบูมของธุรกิจกัญชา และทำให้ประชาชนวัยผู้ใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกาใช้กัญชามากขึ้นมาก

ผลที่หลายคนคาดหวังว่า เอากัญชาเข้ามาในสังคมแล้วจะลดปัญหาเหล้า บุหรี่ และยาเสพติดประเภทฝิ่นนั้น ยังไม่เห็นผลกระเตื้องอย่างที่คาดหวังไว้

เค้าทบทวนงานวิจัยต่างๆ และสรุปมาเหมือนกับที่เคยสื่อสารกันไปแล้วว่า สารสกัดจากกัญชานั้นมีที่ใช้ทางการแพทย์ในไม่กี่โรค และไม่ใช่ทางเลือกแรกในการรักษา การวิจัยต่างๆ ที่มีการพิสูจน์นั้นส่วนใหญ่คุณภาพยังไม่ดีนัก และหลายต่อหลายข้อบ่งชี้ก็ไม่ได้เทียบกับยามาตรฐาน

ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ การตบท้ายอย่างแสบๆ คันๆ แต่เจ็บปวดนักคือ

...กว่าเราจะตอบคำถามมากมายเกี่ยวกับกัญชาที่ยังค้างท่ออยู่นั้นได้อย่างมั่นใจ ป่านนั้นการปลดล็อคกัญชาก็คงทำให้สังคมโลกมีสิ่งเสพติดชนิดที่ 4 ขึ้นมาอย่างถูกกฎหมายแล้ว...นั่นคือ คาเฟอีน เหล้า บุหรี่ และกัญชา...

นั่นแปลความได้ว่า สังคมไทยและสังคมโลกคงต้องเตรียมรับมือผลกระทบจากกัญชาในฐานะสิ่งเสพติดในสังคมอย่างเป็นทางการในไม่ช้านี้

หากไม่มีปาฏิหาริย์มาช่วยทำให้ตาสว่างได้

ประโยชน์นั้นยังมีจำกัด และต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตามขั้นตอนมาตรฐาน เพื่อให้แน่ใจเรื่องความปลอดภัยและสรรพคุณ

ส่วนโทษนั้นมีชัดเจน มากมายหลายหลาก แต่ไม่เคยได้รับการสื่อสารให้รู้เท่าทัน

การปั่นความโลภหวังรวยจากการปลูกขายนั้น ข้อมูลชี้ชัดแล้วว่า รายย่อยคงยากนักที่จะลืมตาอ้าปากอย่างที่บางคนบางกลุ่มโฆษณา รวยกระจุกจนกระจายคงจะเป็นสถานการณ์ที่พอคาดการณ์ได้ เงินกำลังจะหมุนไปเข้ากระเป๋าใครจากการปั่นกระแส ตรงนั้นคงรอความจริงพิสูจน์ให้เห็น

ตัวอย่างของกระแสความเชื่องมงายจากการปั่นข่าวสรรพคุณเว่อร์วังของกัญชานั้น อาจก่อให้เกิดปัญหาหนักตามมาสู่ระบบสุขภาพในระยะยาว รวมถึงสถานะงบประมาณด้านการดูแลสุขภาพของประเทศ ทั้งจากการใช้ในทางที่ผิดทั้งโดยตั้งใจ เต็มใจ และไม่ตั้งใจ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

และดีไม่ดี โปรดระวังว่า นี่จะเป็นตัวอย่างที่แท้จริงของเรื่อง Moral hazard ในระบบสุขภาพ รวมถึงระบบหลักประกันสุขภาพทุกกองทุน อย่างที่คาดไม่ถึง และยากที่จะตามหาคนมารับผิดชอบ (วันหลังจะมาเล่าเรื่อง Moral hazard ให้ฟัง แต่ใครอยากรู้ให้ลองค้นหาอ่านกันดูไปก่อนละกัน)

ถามว่าเราตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้แล้วจะทำอย่างไร?

ส่วนตัวแล้วผมคงบอกเพียงว่า คน กลุ่มคน และ/หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ควรยอมรับความจริง กลับตัวกลับใจ สื่อสารสิ่งที่เป็นมาตรฐานที่พิสูจน์ตามขั้นตอนทางการแพทย์ และเตรียมองคาพายพทุกภาคส่วนให้วางแผนรับมือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกระแสกัญชาในสังคมโลกและสังคมไทย

ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท อย่าเล่นกับกิเลส อย่าเล่นกับความกลัว

เพราะสิ่งที่ทำกันอยู่นั้น เปรียบเหมือนมีดสองคม ที่เรายังไม่มีปลอกไว้สวมเลย

ลดละเลิกโปรปากานด้าเปิดคลินิกกัญชาเป็นดอกเห็ดโดยเหมาเข่งรวมวิชาชีพหลากหลายมามะรุมมะตุ้มใช้ยาเสพติดรักษาโรค โดยรู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ใช่มาตรฐาน และความรู้นั้นยังไม่นิ่งไม่ชัด โทษนั้นชัดเจนและมากกว่าคุณประโยชน์

หากคิดจะเข็นต่อ ก็จงท่องคาถาไว้ในใจว่า "ข้ากำลังทำบุญหรือทำบาป?" และ "Beneficence, Non-maleficence, Justice, and Respect for person...เราทำตามหลักจริยธรรมทางการแพทย์ครบทุกข้อไหมน๊า?"

เลิกโพนทะนาเรียกน้ำตาเรียกคะแนนสงสาร และปรักปรำคนอื่นว่าไม่เห็นใจคนป่วยรุนแรงหรือคนยากจน เพราะหลักฐานวิชาการแพทย์นั้นชี้ชัดว่านี่ไม่ใช่หนทางที่ถูกต้องเหมาะสม ยามาตรฐานที่ดีมีอยู่มากมาย และราคาถูกลงเรื่อยๆ ใช้ตามมาตรฐานวิชาชีพ ย่อมมีราคาค่างวดที่ไม่เกินเลย อยากจะผลักดันยาเสพติดมาเป็นยา ก็ต้องพิสูจน์ความปลอดภัย ขนาดยา วิธีใช้ สรรพคุณ ตามมาตรฐานสากล จะได้แน่ใจว่าใช้เป็นยาได้จริง ไม่ได้ทำให้เกิดความเชื่องมงาย ใช้ผิดๆ ใช้มั่วๆ อย่างที่เราเห็นเคสมากมายต้องหามส่งโรงพยาบาลในช่วงที่ผ่านมา

ส่วน "ใคร" ที่ได้ประโยชน์จากการใช้ข่าวลวง หรือทำธุรกิจอาหารเสริมที่โฆษณาเกินจริงหรือผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายอยู่ ไม่ว่าจะวงในวงนอก ก็โปรดระลึกไว้ว่าบาปกรรมนั้นมีจริง จะตามทันไม่ทันก็จะรู้กันด้วยตัวเอง จะช้าหรือเร็วก็เท่านั้น บรรพบุรุษ ลาภยศสรรเสริญ รางวัล หรืออะไรก็แล้วแต่ก็ช่วยลบล้างบาปไม่ได้ ดังนั้นการ"หยุด" และ"ยุติบทบาททั้งหมด" ณ ตอนนี้ ก็น่าจะดีกว่า ก่อนจะสายเกินไป ยุติอย่างเงียบๆ ตอนนี้ดีกว่าทางเลือกอื่นยามที่วิกฤติ

ในขณะที่สิ่งที่อยากฝากประชาชนคือ ขอให้มีสติ เวลาเจ็บป่วยที่รุนแรง โปรดปรึกษาหารือกับแพทย์ที่ดูแลตัวท่าน หากสงสัยหรืออยากได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติตัว จะใช้หรือไม่ใช้ยาใด สมุนไพรใด หรือยาผีบอกใด ก็ปรึกษาได้ ไม่ต้องกลัวว่าหมอจะดุ แต่กลับจะทำให้คุณหมอเข้าใจและช่วยให้คำแนะนำได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญสำหรับทุกคนคือ โปรดดูแลลูกหลานและคนในครอบครัวให้ดี สอนให้รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงในสังคม

ด้วยรักต่อทุกคนครับ

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ้างอิง

Hall W et al. Public health implications of legalising the production and sale of cannabis for medicinal and recreational use . Lancet 2019; 394: 1580–90.

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์

Comments

Submitted by ก็คงต้องพึ่งกัญชา on
""โรงพยาบาลแจง นัดตรวจผู้ป่วย “นิ่วในไต” ข้ามปี เผยสาเหตุจำเป็น""......... จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Chanon Vigo Zing โพสต์ใบนัดของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใน จ.เพชรบูรณ์ ระบุวันนัด 21 ตุลาคม 2563 พร้อมระบุข้อความใจความว่า วันที่21 ต.ค. ที่ผ่านมา พ่อไปหาหมอ แกเป็นนิ่วที่ไตแกปวดท้องมาก แต่ไม่ได้พบหมอ พบแต่พยาบาลหน้าห้องรับเรื่อง ยาก็ไม่ให้ วันนี้พ่อผมก็ปวดท้อง นัดอีกที 21 ตุลา 63 ข้ามปี พยาบาลบอกว่ามีหมอคนเดียวถ้ารอคิวไม่ไหวก็ขอทางโรงพยาบาลส่งตัวไปรักษาที่อื่น ตามที่ข่าวนำเสนอไปแล้วนั้น ......... ล่าสุดวันที่ 24 ต.ค. แพทย์หญิงโศรยา ธรรมรักษ์ ผอ.โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เผยว่า หลังจากที่เกิดเหตุการ์ดังกล่าวคณะผู้บริหารโรงพยาบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ทำการสอบถามกับผู้ที่เกี่ยวข้องทราบว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจริง แต่ขอชี้แจงว่าในแต่ละปีมีผู้ป่วยเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะโดยเฉพาะโรคนิ่วในไตประมาณ 1 หมื่นคน แต่มีแพทย์ที่ดูแลอยู่เพียง 2 ท่าน เฉลี่ยต้องดูแลผู้ป่วย 55 คน ต่อวันต่อคน ........... แพทย์หญิงโศรยา กล่าวว่า ซึ่งจะต้องมีทั้งการส่องกล้อง การผ่าตัด โดยเฉพาะการผ่าตัด โรงพยาบาลมีห้องผ่าตัดไม่เพียงพอ ทั้งนี้ต้องมีการผ่าตัดคนไข้ในรายอื่น ๆ ด้วย ไม่เฉพาะแค่ผู้ป่วยโรคนิ่วในไตเพียงอย่างเดียว จึงทำให้สามารถดูแลและผ่าตัดผู้ป่วยโรคนิ่วในไตได้เพียงปีละประมาณ 900 รายเท่านััน ........... นอกจากการผ่าตัดแล้วยังต้องมีการใช้อุปกรณ์พิเศษเช่นการอัลตร้าซาวด์ดูนิ่วในไต แต่รังสีแพทย์ที่ดูแลมีจำนวนน้อย จึงเป็นผลให้การนัดหมายเชื่อมโยงเวลาเป็นปี ........... “ทั้งนี้นับว่าเป็นความโชคดีของโรงพยาบาล ขณะนี้กำลังจะร่วมมือกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เตรียมที่จะวางแนวทางที่จะแบ่งเบาดูแลเรื่องอัลตร้าซาวด์ที่เป็นคนไข้ของโรงพยาบาล ในอนาคตเชื่อว่าการทำอัลตร้าซาวด์ก็จะมีความรวดเร็วขึ้น” แพทย์หญิงโศรยา กล่าว ............... แพทย์หญิงโศรยา กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีผู้ป่วยรายนี้แพทย์ได้ทำการนัดหมายใหม่อีกครั้ง หากมีความจำเป็นที่จะต้องรักษาอย่างเร่งด่วนไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดหรือรักษาอาการติดเชื้อให้ดีไปก่อน ซึ่งโรงพยาบาลได้ประสานไปแล้วตั้งแต่คืนที่ผ่านมา ทั้งนี้ต้องยอมรับในด้านการสื่อสาร .......... “เพราะคนไข้นอกของโรงพยาบาลมีประมาณวันละ 1,300 คน จึงทำให้เกิดความหนาแน่นของผู้ป่วย การสื่อสารจึงอาจจะไม่ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณผู้ใช้บริการที่ได้สะท้อนการบริการของโรงพยาบาลเพื่อที่จะนำไปปรับปรุงและพัฒนาในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป” แพทย์หญิงโศรยา กล่าว https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_3000125

Submitted by Anonymous on
ก็เพราะหลักประกันสุขภาพและมาตรฐานการให้บริการทางวิชาชีพทางสุขภาพแผนปัจจุบันในทุกวันนี้ ยังไม่สามารถเป็นที่พึ่งที่ดีของประชาชนทุกคนในยามเจ็บป่วยได้อย่างแท้จริง ...... ขาดทั้งคน เงิน ของ และมีเงื่อนไขข้อจำกัดต่าง ๆ มากมาย .... การแพทย์แผนอื่น ๆ ยาสมุนไพร ยาผีบอก จึงกลับมาบูมกันอีกครั้ง รวมถึงกัญชาด้วย ...... ก็คงจะต้องปล่อยกันไปตามบุญตามกรรม ตามมีตามเกิด โชคดีก็หาย โชคร้ายก็ไม่รอด .......... เพราะผมเชื่อว่าบรรพบุรุษของพรรพบุรุษของผู้หลักผู้ใหญ่หลาย ๆ คนในวิชาชีพทางสุขภาพแผนปัจจุบันในทุกวันนี้ ก็เคยมีชีวิตรอด จากการเจ็บป่วย มีลูกมีหลานสืบต่อมาได้จนถึงทุกวันนี้ได้ ก็ด้วยการแพทย์แผนอื่น ด้วยยาสมุนไพร ยาผีบอก และอาจจะรวมถึงกัญชาด้วย ...... และกัญชา คงไม่ทำให้เกิดภาวะ Moral Hazard มากไปกว่าการประกันภัย ประกันชีวิต ประกันสุขภาพหรือหลักประกันสุขภาพต่างๆ

Submitted by Anonymous on
“อนุทิน” เซ็นตั้งคณะทำงานกัญชาเสรีฯ “หมอธีระวัฒน์” นั่งประธาน “ปานเทพ-หมอนิรันดร์” ร่วมทีม เผยแพร่: 13 พ.ย. 2562 21:44 ปรับปรุง: 14 พ.ย. 2562 10:43 โดย: ผู้จัดการออนไลน์ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (แฟ้มภาพ) ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (แฟ้มภาพ) รมว.สาธารณสุขลงนามแต่งตั้งคณะทำงานกํากับและติดตามนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์สาธารณสุข “นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา” เป็นประธาน “ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์-นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ” ร่วมเป็นคณะทำงาน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 1250/2562 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 แต่งตั้งคณะทํางานกํากับและติดตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ด้านกัญชาเสรีทางการแพทย์ และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์สาธารณสุข ทั้งหมด 17 คน มี ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ส่วนคณะทำงานประกอบด้วย นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ คณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต, ผศ.ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์ ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นต้น และมีนายธีรพงศ์ ตุนาค ผู้อ่านวยการกองบริหารการสาธารณสุข สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นคณะทํางานและเลขานุการ นอกจากนี้ยังมีนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายวัชรพงศ์ ดูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นที่ปรึกษาของคณะทำงาน คณะทำงานชุดนี้มีหน้าที่และอำนาจในการประสาน กํากับและติดตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ด้านที่ 4 การผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยให้ประชาชนเข้าถึงการใช้กัญชา และสมุนไพรทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย และส่งเสริมนวัตกรรม ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ และหน้าที่อื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รายละเอียด คําสั่งกระทรวงสาธารณสุข ที่ 1250/2562 เรื่อง แต่งตั้งคณะทํางานกํากับและติดตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ด้านกัญชาเสรีทางการแพทย์ และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์สาธารณสุข ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบนโยบายในการประชุมผู้บริหารระดับสูง กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2562 ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร สํานักงานปลัดกระทรวง สาธารณสุข ให้บุคลากรกระทรวงสาธารณสุขร่วมแรงร่วมใจกันทํางานที่สําคัญ 5 ด้าน ซึ่งนโยบายในด้านที่ 4 การผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยให้ประชาชนเข้าถึงการใช้กัญชา และสมุนไพรทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย และส่งเสริมนวัตกรรมศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ นั้น เพื่อให้การดําเนินงานตามนโยบายดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ มีขั้นตอน การดําเนินงานและแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน รวมทั้งมีการกํากับ ติดตาม และประเมินผล พร้อมทั้งรายงาน ผลการปฏิบัติงานดังกล่าว อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จึงแต่งตั้งคณะทํางานกํากับและติดตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขด้านกัญชาเสรีทางการแพทย์ และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์สาธารณสุข โดยมี องค์ประกอบ หน้าที่และอํานาจ ดังนี้ 1.องค์ประกอบ 1.1 นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ปรึกษา 1.2 นายวัชรพงศ์ ดูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ปรึกษา 1.3 ศาสตราจารย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธาน 1.4 นายอนันต์ชัย อัศวเมฆิน คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานร่วม 1.5 นายนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ คณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คณะทํางาน 1.6 นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต คณะทํางาน 1.7 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์ ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะทํางาน 1.8 นายกวี ไชยศรี คณะทํางาน 1.9 นายธเนศ ดุสิตสุนทรกุล รองผู้อํานวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข คณะทํางาน 1.10 ผู้แทนกรมควบคุมโรค คณะทํางาน 1.11 ผู้แทนกรมการแพทย์ คณะทํางาน 1.12 ผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะทํางาน 1.13 ผู้แทนกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก คณะทํางาน 1.14 นายธีรพงศ์ ตุนาค ผู้อ่านวยการกองบริหารการสาธารณสุข สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข คณะทํางานและเลขานุการ 1.15 นางเกวลิน ชื่นเจริญสุข รองผู้อํานวยการกองบริหารการสาธารณสุข สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข คณะทํางานและผู้ช่วยเลขานุการ 1.16 นางสาวจงกลนี จริยานุวัฒน์ ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข คณะท้างานและผู้ช่วยเลขานุการ 1.17 นางยุภา คงกลิ่นสุคนธ์ นักวิชาการสาธารณสุขชํานาญการพิเศษ กองบริหารการสาธารณสุข สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข คณะทํางานและผู้ช่วยเลขานุการ 2.หน้าที่และอํานาจ 2.1 ให้ประสาน กํากับและติดตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ด้านที่ 4 การผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยให้ประชาชนเข้าถึงการใช้กัญชา และสมุนไพรทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย และส่งเสริมนวัตกรรม ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ 2.2 หน้าที่อื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป .......... สั่ง ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข https://mgronline.com/qol/detail/9620000109146

Add new comment