สธ.เตรียมพร้อมการแพทย์ดูแลคนไทยช่วงปีใหม่ เข้มเอาผิดผู้ก่อเหตุวิวาทใน รพ.ทุกราย

Wed, 2019-12-18 20:52 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สธ.แถลงข่าว ใส่ใจคนไทย เที่ยวปีใหม่ปลอดภัย เตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 เข้มมาตรการตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้ อสม.รณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน ร่วมด่านชุมชน ด่านครอบครัว ใช้มาตรการกฎหมายดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุวิวาทในโรงพยาบาลทุกราย

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2562 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข นายสุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมกันแถลงข่าว “สธ.ใส่ใจคนไทย เที่ยวปีใหม่ปลอดภัย” เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2563

นายอนุทิน กล่าวว่า ในเทศกาลปีใหม่ ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งความสุข ขอให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยว เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย และร่วมกันสังสรรค์อย่างมีความสุขกับครอบครัว อย่างไรก็ตาม ในการสังสรรค์มักมาคู่กับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตนก็อยากให้ดื่มไม่ขับ อย่าทำให้ความสุขกลายเป็นความเศร้าโศกไปตลอดชีวิต ทั้งนี้รัฐบาลเข้าใจดีว่าลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ให้เป็นศูนย์เลยนั้นคงเป็นไปได้ยาก แต่ขอให้ร่วมมือกันลดอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด โดยในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขจะมีการเตรียมความพร้อมในการดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ มีกรมควบคุมโรคเป็นหน่วยงานหลักในการประสานเรื่องนี้ บุคลากรประจำ รพ.ตลอด 24 ชั่วโมง และมอบ อสม.ร่วมกันรณรงค์สังสรรค์ปีใหม่อย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตั้งด่านชุมชน รวมทั้งเข้มงวดกวดขันเรื่องการจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แฝงตามงานรื่นเริง ตามสตรีทฟู๊ดต่าง ๆ ด้วย

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนได้รับข้อมูลที่สำคัญจากมูลนิธิเมาไม่ขับว่าในจำนวนผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน นั้นเป็นเด็กและเยาวชนอายุยังไม่ถึง 20 ปี จำนวนมาก ซึ่งตามกฎหมายแล้วเด็กที่เมาแล้วเกิดอุบัติเหตุถือว่าไม่ผิด แต่คนผิดคือร้านค้าที่มักง่ายจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กเหล่านี้ต่างหาก ดังนั้นจะต้องบังคับใช้กฎหมายเอาผิดอย่างจริงจังกับผู้ที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และจะมีการการตรวจเลือดเด็กที่เกิดอุบัติเหตุส่งมา รพ.เพื่อหาปริมาณแอลกอฮอล์ ซึ่งจะทำทั้งปี ไม่ต้องห่วงเรื่องงบประมาณ เพราะกรมควบคุมโรคได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเลขสวยมาดำเนินการแล้ว

“กระทรวงสาธารณสุขเตรียมความพร้อมบุคลากร และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้การดูแลประชาชนช่วงปีใหม่ตลอด 24 ชั่ว โมง แต่ผมขอสาปแช่งให้สิ่งเราเตรียมไว้ เป็นเพียงแม่สายบัวรอเก้อ ไม่มีคนเจ็บป่วยต้องมารับการรักษาที่ รพ. จะยินดีมากถ้า รพ.เงียบเหงา” นายอนุทิน กล่าว

ด้านนายสาธิต กล่าวว่า อีกเรื่องหนึ่งที่น่ากังวลในช่วงปีใหม่ พอเมาแล้วทะเลาะวิวาทและตามมาตีกันใน รพ. ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้ทำหนังสือส่งถึงสำนักงานตำรวขจแห่งชาติเพื่อขอให้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่จัดส่งกำลังอย่างเพียงพอต่อการระงับเหตุ ให้เข้ามาดูแลใน รพ.อย่างรวดเร็วหลังได้รับการแจ้งจาก รพ.

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น นอกจากการเอาผิดผู้ขายตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี แล้ว ก็จะเอา พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก 2546 เข้ามาดำเนินการเอาผิดกับคนขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กด้วย ซึ่งกฎหมายตัวนี้จะกำหนดว่าใครที่จำหน่ายหรือให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่เด็กอายุต่ำว่า 18 ปี ถือว่ามีความผิด ทั้งนี้กรณีที่เกิดอุบัติเหตุถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในที่เกิดเหตุได้ ก็ให้เครือข่าย รพ.เป็นผู้ดำเนินการตรวจเลือดวัดแอลกอฮอล์ได้ หรือแม้แต่กรณีที่เกิดเหตุแล้วชาวบ้านนำส่ง รพ.เอง ก็ขอให้ รพ.ตรวจเลือด และรวบรวมข้อมูลส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการทางกฎหมายต่อไป โดยกรณีเด็กที่ถือว่าเมาคือมีแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้ใหญ่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการตีกันใน รพ.นั้น ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีมาตรการเข้าไประงับเหตุ และยังมีการคาดโทษกับเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยให้เกิดเหตุอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ตนจะกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศดำเนินการอย่างเข้มข้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ และให้แวะเวียนเข้าไปช่วยเหลือที่ด่านชุมชนด้วย

นพ.สุขุม กล่าวว่า ประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถใช้สิทธิเข้ารับการรักษาฟรีช่วง 72 ชั่วโมงแรก ตามโครงการเจ็บป่วยทุกที่ ดีทุกสิทธิ หรือสิทธิ UCEP โดยโทรสายด่วน 1669 ส่วนเรื่องการตีกันใน รพ.นั้น ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือผู้นำส่งคนเจ็บจากเหตุทะเลาะวิวาท นั้นขอให้แยกคู่กรณีไป รพ.คนละแห่ง เพื่อป้องกันการตีกันใน รพ.ด้วย หากเกิดขึ้นแล้วเราจะเอาผิดทุกกรณี ล่าสุดที่ศาลได้สั่งจำคุกคนก่อเหตุตีกันใน รพ.ที่จังหวัดอ่างทอง 3 เดือนไม่รอลงอาญาแล้ว

ด้าน นพ.แท้จริง กล่าวว่า ประเทศไทยมีกฎหมายห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีมานานแล้ว แต่ไม่เคยมีการเอามาบังคับใช้เลย ซึ่งจากข้อมูลเมื่อปี 62 เราพบว่ามีเด็กอายุ 11 ขวบเมา แล้วปั่นจักรยานมาเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บ ซึ่งเด็กไม่ผิด แต่คนขายคือคนผิด และจากข้อมูลที่ได้จากเหยื่อเมาแล้วขับที่เป็นเยาวชนก็บอกว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีกฎหมายห้ามขายให้เด็ก เพราะไปซื้อเมื่อไหร่ คนขายก็ขายให้ตลอด จนกระทั่งเขาเมา เกิดอุบัติเหตุต้องกลายเป็นผู้พิการตลอดชีวิต ดังนั้นเป็นเรื่องน่ายินดีที่กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะบังคับใช้กฎหมายนี้อย่างจริงจังเสียที ซึ่งโทษคือจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท เอาให้สุดเลยคือจำคุก

Add new comment