นายกฯ เห็นชอบหลักการบรรจุ ขรก. สธ. 45,684 ตำแหน่งสู้ ‘โควิด-19’ เข้า ครม.อนุมัติ 7 เม.ย.นี้

Fri, 2020-04-03 18:54 -- hfocus
Print this pagePrint this page

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นชอบในหลักการบรรจุบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเป็นข้าราชการ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ 45,684 ตำแหน่ง สร้างขวัญกำลังใจบุคลากร ช่วงสถานการณ์โรคโควิด-19 จะนำเข้า ครม.ในวันอังคารนี้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล

วันนี้ (3 เมษายน 2563) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นชอบในหลักการบรรจุข้าราชการเพิ่มเติม จำนวน 45,684 คน แก่พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข และลูกจ้างชั่วคราวกระทรวงสาธารณสุข ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลสถานการณ์การระบาดโรคโควิด – 19 ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ เป็นการปรับสถานะให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งเป็นวิชาชีพที่มีทักษะ ความชำนาญ เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ไม่สามารถทดแทนด้วยเครื่องจักรได้ เพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพ รักษาไว้ให้อยู่ในระบบ เพราะการเป็นข้าราชการทำให้เกิดความภาคภูมิใจ ทดแทนทางเลือกที่จะไปทำงานในภาคส่วนอื่น โดยครม.มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข หารือกับ สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) และทำเรื่องเสนอ ครม. ให้อนุมัติอีกครั้งในวันที่ 7 เมษายน 2563 นี้ เพื่อนำสู่การปฏิบัติโดยเร็ว

“เมื่อเราผ่านพ้น COVID นี้ไปได้ เราจะมีบุคลากรสาธารณสุขที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ ความพร้อม และศักยภาพในการรับมือกับโรคระบาดใหญ่ในอนาคตและที่สำคัญที่สุด เรากำลังสร้างฐานที่มั่นคงทางการสาธารณสุขที่พร้อมให้การดูแลสังคมผู้สูงอายุ และเป็นประเทศที่มีระบบการสาธารณสุขที่เข้มแข็งในลำดับต้นๆ ของโลก” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขใช้เงินบำรุงของแต่ละโรงพยาบาลในการจ้างงาน ซึ่งไม่มีความมั่นคง ทำให้มีการลาออกเมื่อมีข้อเสนอที่ดีกว่าจากภาคส่วนอื่นๆ ทั้งที่ต้นทุนในการฝึกฝนทักษะ ภาครัฐเป็นผู้ลงทุนไว้ หากบุคลากรเหล่านี้ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการจะสามารถนำเงินบำรุงโรงพยาบาลไปพัฒนาหน่วยบริการตามภารกิจหลักต่อไป

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม