สำรวจมาตรการ “เปิดเมือง” ฝรั่งเศส-สเปน 2 ชาติที่กระทบหนักสุดจาก "โควิด-19"

Wed, 2020-04-29 18:14 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ฝรั่งเศส ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 มากที่สุด เป็นอันดับที่ 4 ของโลก ด้วยตัวเลขผู้ป่วย 1.65 แสนคน กำลังก้าวสู้ขั้นตอนต่อไป ด้วยการปลด “ล็อกดาวน์” ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. เป็นต้นไป แม้ผู้ป่วยใหม่ ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 เม.ย. จะอยู่ที่มากกว่า 2,600 คน ก็ตาม

มาตรการล็อกดาวน์ของฝรั่งเศสนั้น ยาวนานถึง 8 สัปดาห์ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค. โดยปิดทุกธุรกิจที่ไม่จำเป็น ผู้คนถูกบังคับให้อยู่ที่บ้าน หากไม่มีธุระด่วน

แม้จะมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด – 19 มากกว่า 2.36 หมื่นคน แต่นายกรัฐมนตรี เอดัวร์ ฟีลิป ของฝรั่งเศส ก็ยืนยันว่า การล็อกดาวน์นั้นได้ผล อ้างอิงจากตัวเลขของการศึกษาในฝรั่งเศส ที่พบว่าล็อกดาวน์ สามารถช่วยชีวิตคนได้มากกว่า 6.2 หมื่นคน และลดดีมานด์เตียงไอซียูได้มากกว่า 1 แสนเตียง

แต่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือเศรษฐกิจของฝรั่งเศส ที่มีตัวเลขประมาณการณ์ออกมาว่าปีนี้ จะดำดิ่ง ลึกลงไปถึง 8% ขณะที่ตัวเลขว่างงานก็สูงเป็นประวัติการณ์ โดยอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 7.1% ในเดือนมี.ค.

“เรากำลังอยู่ในช่วงที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ หากปล่อยมากเกินไปโดยไม่ระมัดระวัง โรคนี้จะกลับขึ้นมาอีกรอบ แต่ถ้าหากเราระมัดระวังมากจนเกินไป ประเทศนี้ทั้งประเทศจะจมดิ่งลึกเข้าไปอีก” นายกฯฟีลิป แถลงต่อรัฐสภา ซึ่งมีสมาชิกรัฐสภาเข้าร่วมเพียง 75 คน จากทั้งหมด 577 คน เพื่อยึดหลัก Social Distancing

เพราะฉะนั้น สิ่งที่ฝรั่งเศส เร่งพิจารณาก็คือจะทำอย่างไร ให้ประเทศสามารถเปิดทำการได้รวดเร็วที่สุด.. เฟสแรกของการเปิดประเทศ จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 11 พ.ค. เริ่มต้นจากการเปิดโรงเรียน และสถานรับเลี้ยงเด็ก ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคโควิด – 19 เบาบาง โดยมีข้อแม้ว่าใน 1 ห้องเรียน ต้องมีจำนวนนักเรียน ไม่เกิน 15 คน

นอกจากนี้ ตลาดสด ร้านค้า สวนสาธารณะ ในพื้นที่ที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อต่ำ ก็จะเปิดทำการตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. เช่นเดียวกัน ภายใต้เงื่อนไขการ “จำกัด” จำนวนคน ให้ในพื้นที่นั้นๆ มีจำนวนคนที่ไม่มากเกินไป และยังสามารถเว้นระยะห่าง Social Distancing ได้อยู่

ส่วน ชายหาด จะเป็นเฟสต่อไป เริ่มเปิดทำการในวันที่ 1 มิ.ย. ขณะที่ร้านอาหาร บาร์ พิพิธภัณฑ์ โรงหนัง โรงละคร และคอนเสิร์ตฮอลล์ ยังคงปิดต่อไปไม่มีกำหนด

นอกจากนี้ อีเวนท์ และการแข่งขันกีฬา ที่มีผู้คนรวมตัวเกินกว่า 5,000 คน จะเลื่อนออกไปอีกถึงเดือน ก.ย. เป็นอย่างต่ำ ขณะที่ฟุตบอลลีก รักบี้ และการแข่งขันกีฬาอื่นๆ จะยังไม่สามารถแข่งขันได้ ไปจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูร้อน หรือปลายเดือน ต.ค. เลยทีเดียว

ฝรั่งเศส จะยังไม่อนุญาตให้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา จนกว่าจะถึงวันที่ 2 มิ.ย. และ “งานศพ” จะจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมให้ต่ำกว่า 20 คน ขณะที่ “งานแต่งงาน” นั้น รัฐบาลขอให้เลื่อนออกไปก่อน อย่างไม่มีกำหนด

“สิ่งสำคัญก็คือ ไม่ว่าจะอยู่ในที่สาธารณะ หรืออยู่ในที่ส่วนตัว จำนวนผู้คนที่รวมตัวกันในระยะหลังเปิดเมือง คือห้ามเกิน 10 คนเด็ดขาด” ฟีลิป ระบุ

นอกจากนี้ นายกฯ ฝรั่งเศส ยังขอให้ผู้ที่สามารถ Work from Home ทำงานที่บ้านต่อไป อย่างน้อยจนถึง ต้นเดือนมิ.ย. ส่วนผู้ที่จำเป็นต้องออกไปทำงานนอกบ้านนั้น จะยังคงมีระบบขนส่งมวลชนสาธารณะให้บริการ ในจำนวนที่น้อยกว่าปกติ โดยบังคับให้ทุกคนที่ใช้บริการรถไฟใต้ดิน หรือรถเมล์ จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ใช้บริการ ส่วนการเดินทางข้ามจังหวัด ภายในประเทศนั้น รัฐบาลยังคง “ไม่แนะนำ”

รัฐบาลฝรั่งเศสระบุว่า คนฝรั่งเศส จะต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับไวรัส ภายใต้มาตรฐานใหม่ หรือ New Normal อย่างการรักษาระยะห่างทางสังคม และรักษาสุขอนามัยส่วนตัวไปอีกสักระยะ จนกว่าทั่วโลกจะพบ “วัคซีน” หรือพบวิธีการรักษาที่จัดการได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

ขณะเดียวกัน สเปน ประเทศเพื่อนบ้านของฝรั่งเศส ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด – 19 อย่างหนักหน่วง จนมีผู้ติดเชื้อ 2.32 แสนคน ผู้เสียชีวิต 2.38 หมื่นคน ก็แถลงแผน “เปิดประเทศ” เช่นกัน

สเปน จะเริ่มต้นเปิดกิจการ อาทิ ร้านเสริมสวย ร้านทำผม โดยต้องนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น จึงจะใช้บริการได้ และตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. เป็นต้นไป “บาร์” ซึ่งอยู่ในพื้นที่เปิด จะเริ่มเปิดให้บริการ โดยจำกัดจำนวนลูกค้าให้อยู่ที่ 1 ใน 3 ของจำนวนที่รับได้ เพื่อเว้นระยะห่างทางสังคม

ส่วนชายหาดนั้น มีแผนจะเปิดช่วงสิ้นเดือน มิ.ย. ภายใต้ข้อแม้ว่า จะมีการ “มอนิเตอร์” โดยรัฐบาลท้องถิ่นอย่างเข้มงวด ไม่ให้มีการรวมตัวกันจนหนาแน่นเกินไป

“เราเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นรางวัลสำหรับความพยายามร่วมกัน ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จนยอดผู้ติดเชื้อเริ่มลดลง” เปโดร ซานเชซ นายกฯ สเปน ระบุ

นอกจากนี้ ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง จะได้รับอนุญาตให้ออกไปมีกิจกรรมทางสังคม ร่วมกับคนอื่นๆ และหากมีใครเสียชีวิต ญาติ ก็จะได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมงานศพได้

เช่นเดียวกับฝรั่งเศส รัฐบาลสเปน ยังขอให้ผู้ที่สามารถทำงานที่บ้าน นั่งทำงานที่บ้านต่อไป และรัฐบาล ยังคงขอให้ประชาชนเว้นระยะห่างทางสังคม ไปอีกระยะ

ทั้งนี้ จะมีการตัดสินใจในเฟสต่อไป ในสิ้นเดือน มิ.ย. ว่าจะสามารถเปิดธุรกิจอะไรได้เพิ่มเติม โดยพิจารณาจากจำนวนเตียงไอซียู และจำนวนผู้ติดเชื้อว่ายังคงสูงอยู่หรือไม่

ล่าสุด วันที่ 29 เม.ย. สเปน ยังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ สูงถึง 2,706 คน และมีผู้เสียชีวิตรายใหม่ 301 คน แต่ก็ถือว่าลดจากช่วง “พีค” ที่ผู้ติดเชื้อ สูงถึงวันละกว่า 8,000 – 9,000 คน และผู้เสียชีวิตสูงถึงวันละกว่า 900 คน

แต่ศึกหนักที่รอสเปนอยู่คือจำนวนการ “เลิกจ้าง” ซึ่งกำลังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อัตราล่าสุดอยู่ที่ 14.4% และธนาคารแห่งชาติสเปน คาดว่าจำนวนผู้ว่างงานในปีนี้จะสูงถึง 21.7% ขณะที่เศรษฐกิจจะหดตัวลงกว่า 12.4%

แปลและเรียบเรียงโดย สุภชาติ เล็บนาค

แหล่งที่มา

1.Coronavirus: France charts ‘risky’ return to life after lockdown (https://www.straitstimes.com/)

2.Spain to phase out coronavirus lockdown, eyes normality by end-June (https://www.reuters.com/)

Add new comment