สธ.จ่อฟันพวกเก็บหัวคิว อ้างช่วยเข้าสถานที่กักกันโควิด-19 อยู่อย่างสะดวกสบาย

Fri, 2020-05-22 18:00 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

รมช.สธ. หารือ ก.กลาโหม เอาผิดกลุ่มเรียกหัวคิว อ้างอำนวยความสะดวกเข้าสถานกักกันโควิดภาครัฐ  ด้านสบส.ส่งนิติกรจัดการ พร้อมจับมือเอกชนเปิดที่พักให้บุคลากรทางการแพทย์-อสม.ทำงานสู้โควิด-19 พักฟรี! 5 วันไม่เกิน 30 วัน

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับบริษัท Air bnb (บริษัทแอร์บีเอ็นบี) ร่วมสนับสนุนการจัดหาที่พักในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)เข้าพัก โดยนำร่องในไทยแล้ว 200 แห่ง เริ่มตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 มิ.ย.ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และ อสม.ทั่วประเทศ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พักได้ 5 วันขึ้นไปแต่ไม่เกิน 30 วัน เฉพาะช่วงโควิดเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ที่มีบ้านอยู่ไกลรพ.หรือมีพ่อแม่สูงอายุก็จะได้แยกออกจากมาพักที่โรงแรมดังกล่าวเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับคนในครอบครัว ทั้งนี้ บุคลากรสามารถลงทะเบียนได้ที่แอพพลิเคชั่น Air bnb เว็บไซต์ Air bnb หรือ ประสานมาที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้

ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กล่าวว่า สำหรับสถานที่กักตัวทางเลือก (Alternative state Quarantine) สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ได้เข้าไปกักตัว โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองประมาณ 4-6 หมื่นบาท โดยเป็นโรงแรมที่ผ่านการประเมิน และมีรพ.คู่สัญญา ที่ต้องมาให้การดูแลผู้อยู่ในที่พัก การตรวจหาโควิด-19 หากป่วยก็รักษา รวมถึงการรักษาโรคอื่นๆ ด้วย ปัจจุบันมีการรับรองแล้ว 4 แห่ง รวมห้องพัก 303 ห้อง แต่ปัจจุบันยังเหลือที่จะเข้าพักได้ 130 ห้อง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีข่าวมีคนเรียกเก็บค่าหัวคิวในสถานที่พำนักในโรงแรมที่ทางรัฐจัดหา นพ.ธเรศ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงกลาโหม ได้มีการตรวจสอบข่าวและบุคคลที่ปรากฏตามข่าว พบว่าบุคคลดังกล่าวไม่ได้อยู่ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงกลาโหมแต่อย่างใด จึงได้มอบหมายให้นิติกรของกระทรวงสาธารณสุขไปแจ้งความเอาผิดบุคลดังกล่าวแล้ว ขอเตือนว่าการดำเนินการโครงการนี้โดยส่วนของรัฐบาลมีพื้นที่ชัดเจน โดยให้โรงแรมประเมินคุณภาพตัวเอง และส่งชื่อเข้ามาที่ สบส. จากนั้นจะมีคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงกลาโหม ออกไปตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐานก่อนให้การรับรอง และประกาศผ่านทางเว็บไซต์ เพราะฉะนั้นอย่าไปหลงเชื่อหากมีใครมาบอกว่าช่วยอำนวยความสะดวกหรือไปทำให้เกิดการรับรองคุณภาพมาตรฐานสถานที่ของท่าน

ทั้งนี้ นายสาธิต กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า คนที่ทำพฤติกรรมแบบนี้จะไม่มีการละเว้นทางกฎหมาย เพราะเป็นการบั่นทอนการทำงานบั่นทอนสิ่งที่ทุกคนได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเรื่องนี้ตนได้เรียนผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไปแล้วว่าเรื่องนี้ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่

Add new comment