กรมอนามัยแจงข้อเท็จจริง จัดร่างหลักเกณฑ์ระเบียบร้านอาหารออนไลน์

Fri, 2020-05-22 18:53 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

หลังกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีร่างประกาศฯหลักเกณฑ์คุมร้านอาหารออนไลน์ หวั่นกระทบร้านข้าวแกง อาหารตามสั่งทั่วไป กรมอนามัยย้ำอยู่ระหว่างจัดทำ ระดมความคิดเห็นส่วนเกี่ยวข้อง ย้ำยังไม่แล้วเสร็จ

ตามที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ มาตรการควบคุม การประกอบกิจการให้บริการจัดส่งอาหาร ที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขกำลังจัดทำร่างมาตรฐานร้านอาหารสำหรับจัดส่งออนไลน์ หรือเดลิเวอรี่ว่า คุมเข้มจนอาจกระทบต่อร้านอาหารทั่วไป อย่างร้านข้าวแกง ร้านอาหารตามสั่ง หรือการประกอบอาหารอื่นๆที่ส่งออนไลน์ เนื่องจากร่างกระทรวงฯ ระบุให้เป็นร้านที่ต้องผ่านการขึ้นทะเบียนจากหน่วยงานราชการฯ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวเกิดคำถามว่าไม่มีการประชาพิจารณ์ หรือสอบถามความคิดเห็นจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องนั้น

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า สำหรับข้อกังวลร่างประกาศกระทรวงดังกล่าว อย่างการให้ผู้จัดส่งอาหารจะต้องเลือกอาหารที่มาจากร้านที่ได้ขึ้นทะเบียนได้รับการรับรองจากหน่วยงานราชการ เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือจากร้านอาหารที่สามารถระบุแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้ หรือข้อที่กำหนดให้ผู้ให้บริการจัดส่งอาหารจะต้องเลือกให้บริการ แต่แหล่งอาหารที่ใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับอาหาร ถูกสุขลักษณะ ป้องกันการปนเปื้อน หรือตัวอย่างข้อที่ให้ผู้ให้บริการจัดส่งออกอาหารต้องมีระบบคัดกรองผู้ส่งอาหาร ตรวจสอบประวัติ ตรวจสุขภาพอย่างละเอียดว่า ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ไม่เป็นพาหะนำโรค เป็นต้น โดยกังวลว่าข้อกำหนดในร่างประกาศกระทรวงอาจส่งผลต่อผู้ประกอบธุรกิจการส่งสินค้าหรืออาหาร และกระทบกับการประกอบอาชีพของผู้จัดส่งอาหาร (Driver) ได้นั้น

พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า กรมอนามัยขอชี้แจงว่า ในขณะนี้เป็นเพียงขั้นตอนด้านวิชาการในการหาข้อมูล รับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาเป็นคำแนะนำผู้ประกอบกิจการ คุ้มครองสุขภาพของผู้รับบริการ (ผู้บริโภค) จากการใช้บริการของผู้ประกอบกิจการจัดส่งอาหาร ขณะเดียวกันก็เป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจายและลดโอกาสการรับสัมผัสของเชื้อโรคในระหว่างการจัดส่งอาหาร ซึ่งร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุขดังกล่าวอยู่ในระหว่างกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ประกอบกิจการ เจ้าหน้าที่ในระดับศูนย์อนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมของหลักเกณฑ์ หรือมาตรการด้านวิชาการที่ปรากฏ

“นอกจากนี้ ยังได้มีการเชิญผู้ประกอบกิจการ (platform) ทุกหน่วยงาน มาร่วมปรึกษาหารือและให้ข้อเสนอแนะ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับการประกอบอาชีพของผู้จัดส่งอาหาร (Driver) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ส่วนในการออกเป็นประกาศยังต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองตามกระบวนการต่อไป” พญ.พรรณพิมล กล่าว

Add new comment