โควิด19 ล่าสุดป่วย 1 รายกลับจากตปท. ไม่พบติดเชื้อในประเทศ

Wed, 2020-06-03 12:09 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

ผู้ช่วยโฆษก ศบค. เผยผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 รายเป็นนศ.จากตปท. ยังไม่พบติดในไทย ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงติดเชื้อมากสุดมาจากตปท. รองลงมาสถานที่ชุมชน ตลาดนัด และติดจากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่  3 มิ.ย. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สป.สธ.) พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า (ศบค.) แถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 ว่า สำหรับผู้ติดเชื้อวันนี้ 1 ราย เป็นผู้ป่วยเดินทางกลับจากต่างประเทศ อยู่ในสถานที่เฝ้าระวังของรัฐ State quarantine หมายความว่าไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ในประเทศไทย โดยผู้ป่วยสะสมรวม 3,084 ราย ส่วนผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว 2,968 ราย กำลังรักษาใน รพ. 58 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม ยังคงเดิม 58 คน

สำหรับผู้ป่วยรายใหม่1 ราย มาจากประเทศซาอุดิอาระเบีย เป็นเพศชายอายุ 26 ปีอาชีพนักศึกษา เดินทางมาจากกรุงริยาด-กัวลาลัมเปอร์ เดินทางเข้าประเทศไทยทางด่านปาดังเบซาร์ โดยรถบัสมาถึงไทย วันที่ 25 พ.ค. ผลตรวจครั้งที่ 1 ไม่พบเชื้อ เข้าพักใน State quarantine จ.ปัตตานี ผลตรวจครั้งที่ 2 วันที่ 31 พ.ค. พบเชื้อไม่มีอาการป่วย เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล จ.ปัตตานี

ตั้งแต่เดือน ก.พ. – 3 มิ.ย. พบผู้ป่วยในสถานเฝ้าระวังที่รัฐจัดให้จำนวน 147 ราย โดยประเทศต้นทางที่เข้ามามากที่สุด คือ อินโดนีเซีย รองลงมาเป็นซาอุดิอาระเบีย คูเวต ปากีสถาน คาซัคสถาน กาตาร์ อียิปต์ ฯลฯ ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่พบในผู้ป่วยยืนยัน 2 สัปดาห์ล่าสุด อันดับ 1 มาจากผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้าใน State quarantine อันดับที่ 2 จากสถานที่ชุมชน เช่น ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว และอันดับ 3 จากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้

“ส่วนสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก 211 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 2 เรือสำราญ ( ข้อมูล ณ เวลา 10.00 น.ของวันที่ 3 มิ.ย. ) พบผู้ป่วย 6,485,571 ราย รักษาหาย 3,010,695 ราย ยังรักษาอยู่อีก 54,528 ราย เสียชีวิตแล้วจำนวน 382,412 ราย โดยสหรัฐพบป่วยและเสียชีวิตสูงสุด รองลงมาคือ บราซิล และรัสเซีย ส่วนฝั่งเอเชีย ประเทศอินเดียอยู่อันดับ 7 ส่วนไทยอยู่อันดับ 79 ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน อย่างสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ยังพบป่วยต่อเนื่อง ขณะที่เมียนมาวันนี้พบผู้ป่วยเพิ่ม 4 ราย” พญ.พรรณประภา กล่าว

Add new comment