แพทยสภาแจงข้อปฏิบัติผู้ป่วย 10 ข้อ หลังกระแสกังวลหากไม่ทำหวั่นมีโทษ

Tue, 2020-06-30 22:44 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

เลขาธิการแพทยสภา ให้ข้อมูลข้อเท็จจริง ประกาศหน้าที่ผู้ป่วย 10 เป็นการขอความร่วมมือ หวังผลการรักษาดี ยกตัวอย่างกรณีการระบาดโควิด ผู้ป่วยปกปิดข้อมูล ทำบุคลากรติดเชื้อ

จากกรณีการออกประกาศแพทยสภาเรื่องหน้าที่ผู้ป่วย 10 ข้อ ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ว่า หากไม่ปฏิบัติตามจะมีการลงโทษตามกฎหมาย หรือไม่นั้น

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. พล.อ.ต. นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า ขอชี้แจงว่า ประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่โรคโควิด-19 ระบาด ทำให้มีผู้ป่วยจำนวนมากไม่กล้าเปิดเผยความจริง จนทำให้บุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิด -19 ดังนั้นจึงมีการออกประกาศหน้าที่ผู้ป่วยนี้ขึ้น ซึ่งไม่ใช่กฎหมาย ไม่มีโทษ เป็นเพียงคำแนะนำที่จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อผลประโยชน์ของผู้ป่วย

พล.อ.ต. นพ.อิทธพร กล่าวอีกว่า โดยขอให้ผู้ป่วยให้ประวัติตามจริง ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้ผู้รักษาเกิดการติดเชื้อ แล้วผู้ป่วยก็ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง นอกจากนี้ เมื่อแพทย์ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวอย่างไร แล้วมีการทำตาม จะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เนื่องจากประเทศเรา ทรัพยากรมีจำกัด การรักษา การใช้ การบริการ เราจะเห็นว่าในช่วงโควิดเครื่องช่วยหายใจมีจำกัดจึงต้องช่วยกันถนอมรักษา และแบ่งปันกัน ตามความจำเป็น และที่สำคัญ ในช่วงก่อนหน้านี้ ที่มีปัญหามีผู้ก่อความรุนแรง ตีกันในรพ. ทำให้ข้าวของอุปกรณ์เสียหาย ในส่วนนี้จะมีโทษตามกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ใช่กฎหมายของแพทยสภา จึงต้องเตือนกันไว้ แม้แต่การถ่ายรูปผู้ป่วยในรพ.อาจจะมีการติดภาพญาติ คนไข้คนอื่นๆ ในรพ. ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องเคารพสิทธิคนอื่นด้วย

พล.อ.ต. นพ.อิทธพร กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม แพทยสภาต้องขออภัยที่ประกาศดังกล่าวทำให้เกิดการเข้าใจผิด ขอย้ำว่าประกาศดังกล่าวไม่ได้มีการจำกัดสิทธิแต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อปี 2558 แพทยสภา ได้มีการออกประกาศเรื่อง สิทธิผู้ป่วยแล้วด้วย โดยสามารถขอการรักษาได้ แต่เมื่อมีสิทธิแล้ว ก็ต้องมีหน้าที่ในการดูแลตัวเอง และปฏิบัติตามคำแนะนำการรักษา ช่วยกันรักษาอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อให้ผลการรักษาที่ดี การร่วมมือของผู้ป่วยเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่จะนำไปสู่ชัยชนะต่อโรคภัย ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุด คือการต่อสู้กับโควิด-19 ที่เราชนะในยกแรกมาแล้ว ก็เกิดจากการร่วมมือของประชาชน ถ้าผู้ป่วย แพทย์ ประชาชนไม่ร่วมมือกันไม่มีทางชนะ เป็นอันดันดับต้นๆ ของโลก

Comments

Submitted by Anonymous on
หมวด ๔ การประกอบวิชาชีพเวชกรรม ข้อ ๑๕ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องรักษามาตรฐานของการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในระดับที่ดีที่สุดในสถานการณ์นั้นๆ ภายใต้ความสามารถและข้อจำกัดตามภาวะ วิสัย และพฤติการณ์ที่มีอยู่ ข้อ ๑๖ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่เรียกร้องสินจ้างรางวัลพิเศษนอกเหนือจากค่าบริการที่ควรได้รับ ข้อ ๑๗ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่จูงใจหรือชักชวนผู้ป่วยให้มารับบริการทางวิชาชีพเวชกรรม เพื่อผลประโยชน์ของตน ข้อ ๑๘ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่ให้ หรือรับผลประโยชน์เป็นค่าตอบแทนเนื่องจากการรับ หรือส่งผู้ป่วยเพื่อรับบริการทางวิชาชีพเวชกรรม หรือเพื่อการอื่นใด ข้อ ๑๙ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องปฏิบัติต่อผู้ป่วยโดยสุภาพ ข้อ ๒๐ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องปฏิบัติต่อผู้ป่วยโดยปราศจากการบังคับขู่เข็ญ ข้อ ๒๑ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่หลอกลวงผู้ป่วยให้หลงเข้าใจผิดเพื่อประโยชน์ของตน ข้อ ๒๒ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่ประกอบวิชาชีพโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย ข้อ ๒๓ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่ประกอบวิชาชีพโดยไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลืองของผู้ป่วย ข้อ ๒๔ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่สั่ง ใช้ หรือสนับสนุนการใช้ยาตำรับลับ รวมทั้งใช้อุปกรณ์การแพทย์อันไม่เปิดเผยส่วนประกอบ ข้อ ๒๕ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่เจตนาทุจริตในการออกใบรับรองแพทย์ ข้อ ๒๖ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่ให้ความเห็นโดยไม่สุจริตอันเกี่ยวกับวิชาชีพเวชกรรม ข้อ ๒๗ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่เปิดเผยความลับของผู้ป่วย หรือผู้ป่วยที่เสียชีวิตแล้วซึ่งตนทราบมาเนื่องจากการประกอบวิชาชีพ เว้นแต่ได้รับความยินยอมโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเมื่อต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามหน้าที่ ข้อ ๒๘ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่ปฏิเสธการช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในระยะอันตรายจากการเจ็บป่วยเมื่อได้รับคำขอร้อง และตนอยู่ในฐานะที่จะช่วยได้ เว้นแต่ผู้ป่วยไม่อยู่ในสภาวะฉุกเฉินอันจำเป็นเร่งด่วนและเป็นอันตรายต่อชีวิตโดยต้องให้คำแนะนำที่เหมาะสม ข้อ ๒๙ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่ใช้ หรือสนับสนุนให้มีการประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือวิชาชีพใดๆ ทางการแพทย์หรือสาธารณสุข หรือการประกอบโรคศิลปะโดยผิดกฎหมาย

Add new comment