สธ. เผยข้อมูลล่าสุดหลังนักวิทย์ 32 ประเทศพบข้อมูลโควิด ติดต่อทางอากาศ

Tue, 2020-07-07 17:13 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เผยข้อมูลส่วนใหญ่โควิดยังแพร่ผ่านละอองฝอยขนาดใหญ่กว่า 5 ไมครอน จากการไอ จาม ส่วนแอร์บอร์น เกิดขึ้นได้ใน รพ. ย้ำยังไม่ต้องปรับเกณฑ์ สิ่งสำคัญต้องสวมหน้ากากอนามัย

จากกรณีสื่อต่างประเทศรายงานข่าวว่า มีนักวิทยาศาสตร์ 239 คน จาก 32 ประเทศ เปิดเผยหลักฐานการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19 ) ผ่านละอองฝอยขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอน สามารถแพร่ผ่านทางอากาศ (AirBorne) จึงเรียกร้องให้องค์การอนามัยโลก (WHO) ยอมรับว่าโควิด-19 มีการติดต่อในรูปแบบแอร์บอร์น และปรับคำแนะนำนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 7 ก.ค. นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้ข้อมูลว่า ข้อมูลจนถึงขณะนี้โรคโควิด -19 ส่วนใหญ่ยังเป็นการแพร่ผ่านละอองฝอยขนาดใหญ่กว่า 5 ไมครอน (Droplet) จากการไอ จาม และในระยะ 1 เมตร ส่วนการแพร่กระจายทางอากาศหรือ แอร์บอร์นนั้น เกิดขึ้นในโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม การติดต่อส่วนใหญ่ของโควิด-19 มีข้อแม้บ้าง อย่างที่เคยพบ คือ ในร้านอาหาร หรือบนรถโดยสาร ที่สามารถแพร่จากคนหนึ่งไปสู่คนหนึ่งในได้ในระยะที่ค่อนข้างไกลประมาณ 4-5 เมตร ทำให้คนมองว่าถ้าแพร่ได้ไกลขนาดนี้ไม่ได้น่าจะเป็นละอองฝอยขนาดใหญ่ แต่น่าจะเป็นการแพร่ผ่านละอองฝอยขนาดเล็ก กระจายผ่านทางอากาศ ดังนั้น ภายใต้ข้อยกเว้นบางข้อโรคโควิด-19 ก็สามารถแพร่ได้ไกลกว่า 2 เมตร แต่โอกาสไม่ได้สูงมาก

นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า ตนมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากการที่ประเทศหลายๆ ประเทศแล้วไม่สามารถทำให้คนของประเทศตัวเองหันมาสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าได้ ดังนั้น ถ้าบอกว่าเป็นการแพร่ผ่านทางอากาศจะช่วยให้ง่ายในการสนับสนุนให้คนของประเทศนั้นๆ หันมาสวมหน้ากากกันมากขึ้นหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องของการที่แต่ละประเทศจะจริงจังกับการแก้ไข ควบคุม ป้องกันโรคคแค่ไหนมากกว่า และถึงแม้ในบางประเทศต่อให้มีการประกาศว่าโรคนี้แพร่กระจายทางอากาศ แต่ถ้าผู้นำประเทศยังบอกว่าไม่ต้องสวมหน้ากาก ประชาชนก็คงไม่สวมหน้ากากอยู่อย่างนั้น

เมื่อถามว่าหากการแพร่กระจายโรคเปลี่ยนจากดร็อปเล็ท เป็นแอร์บอร์น ประเทศไทยต้องปรับมาตรการอะไรหรือไม่ นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า ไม่เปลี่ยน เพราะว่าสุดท้ายการสวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัยแบบที่เราทำกันอยู่นั้น เป็นมาตรการในการป้องกันโรคที่ดีที่สุดอยู่แล้ว ถ้าเราทุกคนช่วยกันสวมหน้ากากกันมากพอก็ป้องกันการแพร่ระบาดได้ดีแล้ว แค่อย่าประมาทมากเกินไปเท่านั้นเอง.

Add new comment