บุคลากรสธ.ทำงานโควิดรับ 2 เด้ง ! ‘บรรจุขรก.-เงินเพิ่มพิเศษ’ หลัง ส.ค.ช่วยกลุ่มตกสำรวจ

Sat, 2020-08-15 14:52 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

รองปลัด สธ. เผยหนังสือเบิกจ่ายเงินเพิ่มพิเศษบุคลากรสาธารณสุขทำงานโควิด เป็นคำสั่งเดิม แต่ออกมาย้ำให้ดำเนินการภายใน 24 ส.ค. ใครทำงานโควิดได้หมดตามเกณฑ์เบิกจ่าย ก.คลังกรอบเวลา 1 มี.ค.-30 ก.ย.

ตามที่กระทรวงสาธารณสุขส่งหนังสือด่วนที่สุด! ถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ถึงหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินเพิ่มพิเศษให้แก่บุคลากรสาธารณสุขปฏิบัติงานโควิด-19 โดยบุคลากรสาธารณสุขที่จะได้รับเงินเพิ่มพิเศษจะต้องเป็นผู้ได้รับคำสั่งหรือมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร หรือมีหนังสือรับรองการปฏิบัติงานจากผู้บังคับบัญชาขั้นต้น และจัดส่งให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขภายในวันที่ 24 ส.ค.2563 พร้อมแนบหลักเกณฑ์จากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังมาด้วยนั้น

(ข่าวเกี่ยวข้อง : ข่าวดี! บุคลากรสาธารณสุขปฏิบัติงานโควิด-19 รับเงินเพิ่มพิเศษ 1,000-1,500 บ.)

นพ.ณรงค์ สายวงศ์

ล่าสุดวันที่ 15 ส.ค. นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า หนังสือดังกล่าวเป็นการย้ำการปฏิบัติให้แก่พื้นที่ เพื่อดำเนินการตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินเพิ่มพิเศษ ซึ่งเป็นเรื่องเดิมที่ทราบกันอยู่แล้วว่า บุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานโควิดจะได้รับเงินเพิ่มพิเศษส่วนนี้ แต่ย้ำว่า ต้องปฏิบัติงานโควิด-19 จริงๆ โดยทั้งหมดเป็นไปตามหนังสือของกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินเพิ่มพิเศษสำหรับบุคลากรสาธารณสุขผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกลุ่มที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้บรรจุเป็นข้าราชการรุ่นโควิดทั้ง 3 รอบ รวมทั้งหมด 38,105 ตำแหน่ง จะได้รับเงินเบิกจ่ายส่วนนี้ด้วยหรือไม่ นพ.ณรงค์ กล่าวว่า ย่อมมีสิทธิ์ได้รับ

เมื่อถามว่ากรณีผู้ที่ไม่ได้รับการบรรจุข้าราชการในรอบ 2 และ 3 ที่เหลืออยู่นั้นจะได้สิทธิ์รับเงินเพิ่มพิเศษหรือไม่ นพ.ณรงค์ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มนี้ก็ต้องแยกเป็นส่วนๆ อย่างทำงานโควิดแต่ตกสำรวจ หรือปัญหาเรื่องวุฒิไม่ตรง รวมทั้งปัญหาต่างๆ ทั้งหมดทางกระทรวงสาธารณสุขรับเรื่องมาแล้ว แต่จะดำเนินการภายหลังเสร็จสิ้นการบรรจุรอบ 3 คือ ช่วงหลังเดือน ส.ค. ก่อนจึงจะนำเรื่องทั้งหมดมาหารือ เพื่อหาทางออกผ่านการประชุม อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข ที่มีปลัด สธ.เป็นประธาน และมีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ.เป็นที่ปรึกษา โดยจะพิจารณาภาพรวมทั้งหมด เพื่อหาทางออกเรื่องนี้

แฟ้มภาพ

ด้าน นายริซกี สาร๊ะ รักษาการโฆษกสภาการสาธารณสุขชุมชน กล่าวว่า ที่กังวลของประกาศการจ่ายเงินเพิ่มพิเศษ คือ เนื้อหาอาจไม่ครอบคลุมทุกสายงาน เพราะหลักเกณฑ์ที่แนบมาจากกระทวงการคลัง อย่าง เนื้อหาระบุว่า ผู้ที่ทำงานคัดกรองในโรงพยาบาล ก็ไม่ได้ระบุชัดว่ารวมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(ร.สต.) หรือสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ(สสอ.) ด้วยหรือไม่ จึงทำให้กังวลว่า ครอบคลุมตรงไหนบ้าง เนื่องจากกระทรวงเรามีปัญหาเรื่องคำนิยาม เวลาจัดสรรจริงก็จะมีกลุ่มโดนตัด กลุ่มได้รับ อย่างไรก็ตาม จริงๆ หนังสือนี้มีมาตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะนั้นบุคลากรในพื้นที่ก็กังวลว่า ครอบคลุมกลุ่มไหนบ้าง มาครั้งนี้ เป็นหนังสือย้ำให้ปฏิบัติตามเกณฑ์ ซึ่งก็เหมือนเดิม จึงต้องรอดูว่า สุดท้ายจะเป็นอย่างไร

น.ส.ธีรานันท์ จันทรมานนท์ เลขาและโฆษกชมรมเจ้าพนักงานเวชสถิติทั่วประเทศ กล่าวว่า หลังจากเห็นหนังสือการเบิกจ่ายเงินเพิ่มพิเศษให้บุคลากรสาธารณสุขที่ทำงานโควิด ทราบทันทีว่า พวกตน ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานเวชสถิติค่อนข้างยากที่จะได้รับเงินในส่วนนี้ เนื่องจากการบรรจุข้าราชการรุ่นโควิด ทั้งๆที่พวกตนทำงาน ยังไม่ได้รับการคัดเลือก ดังนั้น การรับเงินส่วนนี้จึงไม่น่าจะได้รับ เพราะเราไม่มีทางทราบว่า การพิจารณาจะมีเกณฑ์อย่างไรกันแน่

“ขนาดการบรรจุข้าราชการ ซึ่งพวกเราทำงานโควิด เรายังไม่ได้รับเสนอชื่อขึ้นไปบรรจุ จึงไม่มั่นใจว่า ครั้งนี้จะได้รับเงินเพิ่มพิเศษตรงนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องบรรจุข้าราชการ พวกเรายังต้องติดตามต่อเนื่อง โดยจะทวงถามหากพ้นการบรรจุรอบ 3 แล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าเราก็ต้องทวงถาม เพราะก่อนหน้านี้เคยมาหารือร่วมกับท่านปลัดสธ. ท่านสุขุม กาญจนพิมาย ท่านบอกว่า หลังบรรจุรอบ 3 จะมีตำแหน่งว่าง ซึ่งก็จะมาปรับเกลี่ยให้แต่ละวิชาชีพประมาณ 20% ซึ่งของเวชสถิติมี 600 คนก็จะได้แค่ 130 คน ซึ่งท่านปลัดสธ.เคยพูดว่าให้เรียงตามรุ่น ตามระดับ เช่น รุ่นพี่ที่จบและทำงานมาก่อน เป็นต้น แต่ที่กังวลคือ ปลัดจะเกษียณแล้ว ปลัดท่านใหม่จะสานต่อจากคำพูดท่านปลัดคนปัจจุบันหรือไม่” น.ส.ธีรานันท์ กล่าว

แฟ้มภาพ

แฟ้มภาพ

รายละเอียด หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินเพิ่มพิเศษให้แก่บุคลากรสาธารณสุขปฏิบัติงานโควิด-19

Comments

Submitted by ณัฐพล on
พนักงาน Back office ได้ทำหน้าที่ ในการคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 เหมือนกัน แต่ทำไมมองข้ามตำแหน่งของ Back office และได้บรรจุแค่สายงานวิชาชีพ หรือว่า พนักงาน Back office ไม่มีความสำคัญกับสาธารณสุขครับ

Add new comment