สธ.ร่วมสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร ถอดรหัสสารพันธุกรรมโควิด-19 ในไทย

Tue, 2020-09-15 16:32 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

กระทรวงสาธารณสุข - สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร สหรัฐฯ (USAMD-AFRIMS) ร่วมศึกษาวิจัยทางคลินิกโรคเขตร้อน พร้อมศึกษาการถอดรหัสสารพันธุกรรมไวรัสโควิด

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร(AFRIMS) ถนนโยธี กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมด้วยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และคณะเข้าเยี่ยมชมสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร US Army Medical Directorate of the Armed Forces Research Institute of Medical Sciences (USAMD-AFRIMS) เพื่อเน้นย้ำความสัมพันธ์และความร่วมมือที่สำคัญระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาในการวิจัยทางการแพทย์ การเฝ้าระวังโรค การพัฒนามาตรการตอบโต้ทางการแพทย์

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุขไทย ได้มีความร่วมมือกับประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิดผ่านศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐด้านสาธารณสุข (TUC) และ AFRIMS มาอย่างต่อเนื่อง ร่วมศึกษาวิจัยทดลองทางคลินิกโรคเขตร้อน การผลิตวัคซีนเอชไอวี และวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก รวมทั้งตั้งแต่ช่วงแรกที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้ช่วยสืบค้นผู้สัมผัส และช่วยในการตรวจทางห้องปฏิบัติการหาเชื้อโควิด 19 ซึ่ง AFRIMS เป็นเครือข่ายห้องปฏิบัติการวิจัยทางการแพทย์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่มีในต่างประเทศทั่วโลกที่ใหญ่ที่สุด

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า AFRIMS ได้มีความร่วมมือในโครงการเฝ้าระวังและงานวิจัยร่วมกับกรมควบคุมโรค อาทิ การศึกษาอุบัติการณ์การติดเชื้อเอชไอวีในชายไทยที่ได้รับการคัดเลือกเป็นทหารกองประจำการ กองทัพบก โครงการศึกษาวัคซีนเอดส์ทดลอง การศึกษาเบื้องต้นการถอดรหัสสารพันธุกรรมของไวรัสโควิด 19 ที่พบในคนไทย เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการศึกษาธรรมชาติของเชื้อไวรัสในแง่ความเชื่อมโยงที่มาที่ไปของผู้ป่วย และความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงของโรคกับไวรัสที่กลายพันธุ์จากชนิดหนึ่งเป็นอีกชนิดหนึ่งได้ การลงพื้นที่ค้นหาผู้ป่วยโรคมาลาเรียเชิงรุก ยกระดับจากการควบคุมโรคเป็นกำจัดโรค โดยการตั้งเป้าหมายร่วมกันให้ทุกอำเภอของประเทศไทยไม่มีการแพร่เชื้อมาลาเรียในพื้นที่ติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี รวมถึงการเฝ้าระวังเชื้อมาลาเรียดื้อยา

"ไทยไม่ได้ร่วมมือแค่สหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ร่วมมือกับทุกประเทศที่สามารถผลิตวัคซีนได้ ทั้งเอเซีย และ ยุโรป ซึ่งรัฐบาลไทยให้การสนับสนุน และอยากให้ความมั่นใจว่า หากมีวัคซีนโควิด เกิดขึ้นบนโลก ไทยต้องได้รับวัคซีนแน่นอน" นายอนุทิน กล่าว

สำหรับความร่วมมือต่อเนื่องที่จะดำเนินการร่วมกันคือ การสนับสนุนการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการทั้งทางซีโรโลยี พันธุกรรม การเพาะเชื้อ ในภาวะที่มีการระบาดของโรคติดต่อ โดยเฉพาะโรคติดต่ออุบัติใหม่,โครงการเฝ้าระวังเชิงรุกกลุ่มโรคไข้สมองอักเสบด้านห้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรค Japanese B encephalitis, ขยายผลการเฝ้าระวังโรค พาหะนำโรคติดต่อในพื้นที่ชายแดนและช่องทางเข้าออกประเทศ เน้นโรคในกลุ่มที่เป็นโรคติดต่ออันตราย ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558, สนับสนุนการศึกษาดูงานผู้เข้ารับการฝึกอบรมสาขาแพทย์ระบาดวิทยาภาคสนาม และผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากสถาบันเวชศาสตร์ป้องกันศึกษาอย่างต่อเนื่อง และร่วมกันจัดทำแนวปฏิบัติในการรายงานโรคที่ต้องเฝ้าระวังที่ตรวจพบจากโครงการวิจัยและโครงการเฝ้าระวังโรคติดต่อในพื้นที่ดำเนินการต่างๆ ของ AFRIMS เข้ามาอยู่ในระบบรายงานโรคตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558

Add new comment