“บิ๊กตู่” ภูมิใจอสม. หนึ่งในบุคลาการทำงานสกัดโควิด-19

Mon, 2020-09-21 12:06 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

นายกฯ เปิดงานเตรียมพร้อม อสม.เฝ้าระวังป้องกันโควิด-19 ระบาดระลอก 2 ลั่น อสม.ที่รัก ภาคภูมิใจอีกบุคลากรทำงานด้านสาธารณสุข ย้ำยังต้องระวังเข้มงวดป้องกันโรคมากขึ้น

เมื่อวันที่ 21 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าว ระหว่างเป็นประธานเปิดงานรณรงค์เตรียมความพร้อม อสม.เฝ้าระวัง ป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระลอกที่ 2 ว่า อสม.ที่รักวันนี้เป็นวันที่มีความสุขของตนอีกวันหนึ่งที่มาเจอพี่น้องประชาชนในท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด19 ทั้งในประเทศไทยและในโลก จากคำกล่าว และการแสดงออกของอสม.ทำให้ตนรู้สึกสบายใจว่าอย่างน้อยยังมีคนของเรากลุ่มหนึ่งจำนวนเป็นล้านกว่าคนที่ร่วมกันทำประโยชน์ให้กับสังคมของเราในเวลานี้ ตนดีใจที่เราพบกันในวันนี้ในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกัน วันนี้ไม่อยากให้มองว่านี่คือนายกฯ นี่คือใครเพราะเราคือคนไทยด้วยกันมาพบกันคุยและทำความเข้าใจกันง่ายๆ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ย้อนกลับไปช่วงที่ โควิดระบาดรัฐบาล ก็มองหาศักยภาพของไทย ศักยภาพแรกที่พบคือศักยภาพด้านสาธารณสุข หมอ พยาบาล รวมถึงสิ่งที่ตนคำนึงถึงเสมอมาคือศักยภาพของ อสม. ซึ่งเวลาที่ตนมีโอกาสไปพบปะพูดคุยในการประชุมต่างประเทศก็จะพูดถึงอสม.เสมอ ด้วยความภาคภูมิใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต่างประเทศไม่มี ตรงนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ตนจะต้องดูแลเงินค่าตอบแทนน่าจะเข้าแล้วเมื่อตี 3 ที่ผ่านมา และขอให้มีการใช้ใหญ่เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่มีผลมาจากการระบาดของโควิด covid 19

อย่างไรก็ตามเราจำเป็นจะต้องระมัดระวังและเข้มงวดเหมือนเดิมและจะมีการผ่อนคลายไปแล้วแต่กลไกรับในพื้นที่ในท้องถิ่น อสม.ทุกคนอยู่ในหัวใจของนายกรัฐมนตรีเสมอมา และรัฐมนตรีช่วยพูดให้ตนสบายใจตลอดว่าไม่ต้องห่วงจะทำเต็มที่ทั้งหมอแพทย์พยาบาลรวมถึงอสมซึ่งเป็นด่านหน้านี่คือคำมั่นสัญญาที่ให้ต่อกันเราไม่ได้มุ่งหวังประโยชน์อย่างอื่นเลยสิ่งสำคัญที่สุดวันนี้คือรวมไทยสร้างชาติ ซึ่งอสม.จะเป็นแกนนำตรงนี้ในการรวมไทยสร้างชาติเพื่อให้เกิดความปลอดภัยทางด้านสุขภาพให้มากที่สุดและตลอดไปไม่ใช่เพราะสถานการณ์โควิคเท่านั้นแต่หมายถึงสถานการณ์อื่นๆด้วยเพราะประเทศไทยก็มีปัญหาสุขภาพอยู่พอสมควรการรักษาพยาบาลสิ่งสำคัญที่สุดคือการมุ่งหวังว่าจะทำอย่างไรที่จะให้การป้องกันสุขภาพคนไทยให้มากที่สุด

สำคัญคือการสร้างการรับรู้ในการป้องกันตัวเองเน้นที่การป้องกันมากกว่าการรักษาหากจำเป็นจะต้องรักษาก็ต้องรักษาและกลไกอสมเท่าที่ดูการพัฒนามาตลอดก็จะมีการพัฒนาเป็นหมอครอบครัวมีการออกเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงไปให้ความรู้ในพื้นที่ว่าจะมีการประเมินระวังป้องกันตนเองอย่างไรนอกจากครอบครัวตัวเองแล้วก็ขยายไปยังชุมชนตัวเองด้วยวันนี้ภูมิใจที่มีบุคคลสำคัญเช่นท่านผมถือว่าท่านเป็นบุคคลสำคัญของประเทศไทยหากมองย้อนกลับไปดูที่ระบบสาธารณสุขอย่างเดียวหากไม่มี ตรงนี้ท้องถิ่นของแก้ไขไม่ได้ถึงขนาดนี้

วันนี้กระทรวงสาธารณสุขระบบสาธารณสุขของประเทศไทยนับเป็นระบบที่ดีที่สุดประเทศหนึ่งในประเทศมีคนถามว่าดีได้อย่างไรตนก็สามารถบอกได้ว่าเพราะเรามีอสมหากไม่มีพวกเราคงไม่สามารถทำได้เพราะเราเป็นคน 70 กว่าร้านเรามีอสมอยู่ที่พื้นที่ร่วมมือกันทั้งส่วนกลางท้องถิ่นและสิ่งสำคัญคือการป้องกันการแพร่ระบาดระยะที่ 1 เราทราบว่าทำอะไรและหยุดมันได้อย่างไรแต่ก็ประมาทไม่ได้และพยายามอย่างยิ่งที่จะหยุดการแพร่ระบาดในรอบที่ 2 เราจะหยุดการทำงานไม่ได้รัฐบาลก็พร้อมที่จะดูแลช่วยเหลือท่านในจังหวะเวลาที่ covid-19 ยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในโลกใบนี้ที่ว่าเงินเรานี้เป็นเงินค่าจ้างให้ท่านจึงไม่ใช่แต่เรียกว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจให้กับทุกคนเป็นอาสาสมัครเข้ามาเป็นจิตอาสาแต่เมื่อเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางค่าใช้จ่ายอะไรต่างๆตนในฐานะที่พอจะดูแลได้ไม่ให้เกิดปัญหาจึงรู้ว่าหลายคนก็เสียสละมากรัฐบาลก็จะทยอยดูแลให้ตามลำดับ สิ่งที่ทำวันนี้มันเป็นบรรทัดฐานให้กับประเทศไทยและไม่ใช่เพียงแค่เรื่องสุขภาพอย่างเดียวแต่คือเรื่องของชาติศาสนาพระมหากษัตริย์และประชาชนขอฝากเอาไว้ในเรื่องของการสร้างความรักความสามัคคีสร้างความรักชาติ

ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรจะต้องเป็นทุกคนทราบดีว่าประเทศไทยอยู่มายาวนานด้วยชาติศาสนาพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่เรายึดถือยึดมั่นในหัวใจของคนไทยทุกคนจึงฝากอสมในภารกิจนี้ไปด้วยในการให้สังคมเกิดความสงบเรียบร้อยมากที่สุดสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันของสังคมและสถานการณ์โลกหากเราแก้ปัญหาครูวิทย์ไม่ได้จะกินก็จะแย่ลงแย่ลงรัฐบาล ก็จะมีแต่ปัญหามากขึ้นมากขึ้นดังนั้นเราต้องมาเจอกันตรงนี้ในเชิงป้องกันระงับยับยั้งสกัดกั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดซึ่งหลายประเทศก็เช่นภูประเทศไทยไม่ว่าจะประเทศรอบบ้านหรือประชาคมโลกต่างก็ชื่นชมประเทศไทยและนำตัวอย่างของไทยเป็นแบบอย่างมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกระทรวงสาธารณสุขไทยตลอดมา

มีการมาเรียนรู้ในเมืองไทยแต่ที่ไม่เหมือนใครคือเขาไม่มีอสมดังนั้นเขาจึงทำอะไรได้ไม่มากเพราะอย่างมากรัฐบาลก็มีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายกฎระเบียบต่างๆแต่ถ้าไม่มีกลไกอสมก็ทำไม่ได้ทั้งหมดเพราะจะเป็นการลดการกระทบกระทั่งกันระหว่างภาครัฐและประชาชนดังนั้นเราต้องภูมิใจว่าเรามีระบบการแพทย์ที่เข้มแข็งระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งกลไกภาครัฐเอกชนและสังคมบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความสามารถเป็นที่ยอมรับและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกคนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในเชิงรุกเพื่อขับเคลื่อนในการรับมือการเฝ้าระวังคัดกรองจนกระทั่งอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ในวันนี้ถือเป็นหน้าที่ ในการดำเนินการดังกล่าวและทุกคนก็ทราบการเปิดเพลงของอสมทำให้คนมีความสุขทุกคนมีอุดมการณ์แห่งจิตอาสาทำงานด้วยความเสียสละไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆแต่อย่างที่บอกไปแล้วย่อมมีค่าใช้จ่ายไม่มากก็น้อยรัฐบาลจะดูแลตรงนี้แล้วก็เสียใจที่มีคนทุ่มเทเสียสละจนกระทั่งเสียชีวิตตรงนี้ก็ดูแลไปแล้วส่วนหนึ่งดังนั้นเขาจะต้องเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้อสม

วันนี้ ขอบคุณอีกครั้ง ฝากประเทผสไทย ไว้ในมือของท่านด้วยค่ะชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ไว้ในมือท่านด้วยในการทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสุขมีความรักความสามัคคีอย่างยั่งยืนตลอดไปขอให้ทุกคนภูมิใจในการเป็นด่านหน้าขอบคุณทุกคนให้กำลังใจซึ่งกันและกันในการฟันฝ่า covid 19 และหลายๆวิกฤตต่างๆที่เกิดขึ้นในเวลานี้ขอให้ทุกคนได้ช่วยกันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพลังของพวกท่านการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพวกท่านระบบสาธารณสุขของเราประเทศของเราจะส่งผลให้ประเทศไทยก้าวผ่านก้าวข้ามวิกฤตครั้งนี้เป็นไปด้วยดี

Add new comment