'ศิริราช' เตือน 3 ปัจจัยเสี่ยงโควิดระบาดประเทศไทย

Tue, 2020-09-22 13:22 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

“หมอประสิทธิ์” เตือน 3 ปัจจัยเสี่ยงอาจนำไปสู่การระบาดโควิดอีก ทั้ง ประเทศเพื่อนบ้าน-อุณหภูมิโลกลด-การชุมนุม ย้ำอย่าละเลยมาตรการป้องกันตนเอง 

 

เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ว่า ความคิดเห็นส่วนตัว ขณะนี้มี 3 เรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมกันในประเทศไทยที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 ประกอบด้วย 1.สถานการณ์รอบประเทศไทยซึ่งวิกฤติมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเมียนมา ซึ่งวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 600 กว่าราย รวมถึงจำนวนการเสียชีวิตก็เพิ่มขึ้น คลื่นคนเมียนมาที่พยายามผ่านเข้าทางชายแดนไทยมีอยู่ตลอดเวลาแม้เราจะพยายามตรึงพื้นที่ที่เป็นทางการ มาเลเซียก็มีตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น จากเดิมมีตัวเลขหลักเดียวแต่ขณะนี้เพิ่มเป็นสองหลักบางวันทะลุสามหลัก ที่สำคัญจุดที่ระบาดอยู่ใกล้ชายแดนไทย

 

2.ปัจจัยของภูมิอากาศ ขณะนี้เข้าสู่ช่วงฝน อากาศเย็นลง ประสบการณ์เกี่ยวกับไวรัสทั่วโลกตั้งแต่ร้อยปีที่ผ่านมา ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ไวรัสระบาดได้ง่าย อยู่ในอากาศได้นานขึ้น ที่สำคัญเมื่อฝนตกคนจะหลบเข้ามาอยู่ในพื้นที่ปิด จึงมีความเสี่ยงหากมีใครสักคนที่มีเชื้อก็มีโอกาสเกิดการกระจายได้ง่ายขึ้น และประเทศทางตะวันตกที่อุณหภูมิลดลงก็เป็นอีกจุดเสี่ยง เพราะฉะนั้นองค์การอนามัยโลกได้คาดการณ์ไว้ว่าต่อจากนี้ไปเราอาจจะเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทั้งโลก และ 3.เกิดกิจกรรมชุมนุมที่ทำให้คนเข้ามารวมตัวกัน และจำนวนไม่น้อยละเลิกมาตรการป้องกัน ทั้งการไม่ใส่หน้ากาก การอยู่ใกล้กัน อีกทั้งมีการพูดตะโกนใส่กัน เหล่านี้เป็นปัจจัยเสี่ยงทั้งสิ้น  

 

ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า หากพิจารณาตั้งแต่ปัจจัยแรก มีโอกาสที่มีคนติดเชื้อเดินอยู่ในประเทศไทย เป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่าไม่มี หากคนเหล่านั้นไม่ระวังตัวเอง และคนอื่นก็ไม่ระวังเขา และมีกิจกรรมต่างๆ ที่มีรวมตัวกัน เป็นสิ่งที่น่ากลัว จึงเป็นห่วง 3 ปัจจัยที่ว่าที่กำลังเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน เป็นอัตราเสี่ยงสูง จึงฝากเตือนเพราะไม่อยากเห็นตัวเลขการเพิ่มมากขึ้น แต่หากมีเกิดขึ้นก็อย่าตื่นตระหนก แต่ขอให้รีบกลับมาระวังตัวเอง ทำสิ่งที่เรารู้อยู่แล้วว่าต้องทำ เพียงแต่เราอาจจะละเลยที่จะไม่ทำ ไม่ว่าจะเป็นการใส่หน้ากาก รักษาระยะห่าง ล้างมือ สแกนเช็กอินเช็กเอาท์ และอยากให้ทบทวนกิจกรรมชุมนุมทั้งหลาย ซึ่งเข้าใจว่าคนทำกิจกรรมก็มีวัตถุประสงค์

 

 

คำถามคือช่วงเวลานี้เป็นช่วงวิกฤตของประเทศ หากเกิดการชุมนุมและเกิดการติดเชื้อกระจาย เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่หากการชุมนุมกลุ่มใหม่ของการติดเชื้อ นึกภาพได้เลยว่าจะกระจายเร็วแค่ไหน เพราะในการชุมนุมจำนวนไม่น้อยเป็นนักเรียนนักศึกษา ซึ่งหากมีการติดเชื้อและกลับเข้าไปในโรงเรียน ซึ่งทั่วโลกก็ให้คุมเข้มโรงเรียน มหาวิทยาลัยเป็นสถานที่ของการแพร่ระบาดที่ต้องระวังมากที่สุด จึงฝากย้ำเตือนถึงสิ่งที่เราทำดีมาตลอดในมาตรการป้องกันตนเองอย่าละเลย เพราะเป็นวิธีเดียวที่เราจะดักทันก่อนที่จะแพร่ระบาดอย่างรุนแรง  

 

Add new comment