ผลถอดรหัสพันธุกรรมโควิดแหม่มฝรั่งเศส ไม่ตรงกับผู้ป่วย 2 รายใน ASQ เดียวกัน

Thu, 2020-10-29 13:28 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เผยผลถอดรหัสพันธุกรรมหญิงฝรั่งเศสติดโควิด19 ไม่ตรงกับผู้ป่วยต่างชาติ 2 รายในสถานกักกันทางเลือก จ.สมุทรปราการเดียวกัน กรมควบคุมโรคเตรียมนำเชื้อเปรียบเทียบ พร้อมหาต้นตอเชื้อต่อไป

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณีตรวจเจอเชื้อโควิดหญิงฝรั่งเศสอายุ 57 ปีในสถานกักกันทางเลือก หรือ Alternative State Quarantine (ASQ) จ.สมุทรปราการ และพบเชื้อตกค้างภายในฟิตเนตของ ASQ ว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปสอบสวนโรค เฝ้าระวังผู้สัมผัสใกล้ชิด ทั้งกลุ่มเสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องกังวลว่า จากเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อนโยบาย Wellness Quarantine เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน ASQ เป็นเคสที่เจอได้น้อยมาก ขณะที่ภาพรวมเรามีมาตรฐานในการเฝ้าระวังระบบทั้งหมด

ด้านนพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงผลการถอดรหัสสารพันธุกรรมเชื้อโควิดของหญิงชาวฝรั่งเศส และผู้ป่วยต่างชาติอีก 2 คนที่ทางกรมควบคุมโรครายงานก่อนหน้านั้น ว่า เบื้องต้นผลตรวจออกแล้ว โดยผลถอดรหัสารพันธุกรรมของหญิงชาวฝรั่งเศส ไม่เหมือนกับของอีก 2 คน เป็นเชื้อคนละกลุ่มกัน

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า ผลดังกล่าวเป็นผลเบื้องต้น ซึ่งทำให้ทราบว่า หญิงฝรั่งเศส ไม่ได้ติดเชื้อมาจากผู้ป่วย 2 คน เนื่องจากเชื้อคนละสายพันธุ์ แต่จากการสอบสวนโรคที่ผ่านมาทำให้มีความเป็นไปได้ว่า ติดภายในโรงแรม ASQ เพราะหญิงฝรั่งเศสเดินทางมาถึงและอยู่ในสถานกักกันตัวทางเลือกถึง 17 วันจึงมีอาการ ทั้งๆที่โดยปกติเมื่อรับเชื้อคนจะแสดงอาการและป่วยประมาณ 7-10 วัน ซึ่งเมื่อมาพบเชื้อวันหลังๆ และพบในปริมาณมากก็แสดงว่า เพิ่งได้รับเชื้อ จึงคาดว่าติดจากใน ASQ

“ส่วนจะติดจากใคร หรือต้นตอมาจากที่ไหน ขณะนี้กำลังสอบสวนโรคต่อไปอีก แต่ที่แน่ๆคือ ต้องมีการจัดการพื้นที่ใน ASQ ให้ดี เพื่อป้องกันเชื้อปนเปื้อน ต้องมีการจัดการสิ่งแวดล้อมให้ดี อย่างไรก็ตาม จากนี้จะนำเชื้อดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับเชื้อประเทศต้นทาง และพิจารณาหลายๆปัจจัย แต่ทั้งหมดไม่ต้องกังวลว่า จะมีการแพร่เชื้อ เพราะผู้ป่วยอยู่ในการดูแลที่รพ. รวมทั้งผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งเสี่ยงต่ำ และเสี่ยงสูงอยู่ในการเฝ้าระวังและติดตามทั้งหมด ” นพ.โสภณ กล่าว

 

Add new comment