“หมอสุภัทร” ทวงถาม สปสช. เหตุงบบัตรทองล่าช้าไม่ถึงโรงพยาบาลทั่วประเทศ

Wed, 2020-11-04 22:18 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

ประธานชมรมแพทย์ชนบท เผยในนามตัวแทนรพ.ทั่วประเทศ ถาม สปสช. สาเหตุดองงบประมาณปี 64 ไปไม่ถึงโรงพยาบาลทั่วประเทศ ทำให้รับงบฯช้าอย่างน้อย 1 เดือน หลายแห่งเริ่มขาดสภาพคล่อง โอทีสะดุด!

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.รพ.จะนะ จ.สงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท โพสต์เฟซบุ๊กนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ระบุถึงงบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของ สปสช. ดังนี้

เสียงสะท้อนจากหลายโรงพยาบาล​: ดองงบโดยไม่สมเหตุสมผล​ ส่งผลลบต่อเครดิตรัฐมนตรีอนุทินและรัฐบาลนะครับ​

งบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ของสปสช.ปี 2564 ถูกที่ปรึกษา​ รมต.สกัดหัวตุง ทำให้โรงพยาบาลทั่วประเทศได้รับเงินงบประมาณล่าช้าไปอย่างน้อย 1 เดือนแล้ว​ หลายโรงพยาบาลเริ่มบ่นเรื่องขาดสภาพคล่อง​ โอทีเริ่มสะดุด​ ทั้งๆที่ปีที่ผ่านๆมา​พอต้นตุลาคมทุกโรงพยาบาลก็จะได้รับเงินจัดสรรงวดแรกเสมอมา​ แต่ปีนี้เงินงบประมาณไม่มาตามนัด

ทั้งนี้เป็นเพราะที่ปรึกษากฎหมายของรัฐมนตรีอนุทิน  ......มีทัศนะที่แปลกๆและตีความระเบียบอย่างไม่เข้าใจ แถมยังยืนยันให้รัฐมนตรีไม่ลงนามในประกาศ​ รัฐมนตรีอนุทินก็กล้าๆกลัวๆ​ เลยดองเรื่องเอาไว้

ทราบว่าในวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2563 นี้จะมีการประชุมบอร์ดสปสช.​ ชมรมแพทย์ชนบทในนามของตัวแทนโรงพยาบาลทั่วประเทศหวังเป็นอย่างยิ่งว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขให้ลุล่วงเพื่อให้งบประมาณที่ล่าช้าไปของปี 64 นั้น​ จะมีมติให้โอนให้กับโรงพยาบาลต่างๆโดยเร็ว

ด้าน นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นก็เป็นไปตามโพสต์ข้างต้นคือโดยปกติ ช่วงต้นเดือน ต.ค. งบประมาณต้องจัดสรรมาแล้ว แต่ปีนี้ที่ปรึกษารัฐมนตรีเสนอไม่ให้ลงนาม ดังนั้นต้องไปถามผู้หลักผู้ใหญ่ว่าทำไมถึงมีความเห็นเช่นนี้ เพราะที่ผ่านมารัฐมนตรีก็ลงนามมาโดยตลอด และปีนี้กติกาต่างๆ ก็เหมือนเดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร

"พอจะทราบว่ามีทัศนะในการตีความตามกฎหมายที่ต่างกันของที่ปรึกษาฯ ซึ่งเราเห็นรายละเอียดการตีความแล้วรู้สึกว่าการตีความแบบนี้ไม่ถูกและเกินกว่าเหตุ สรุปคือโดยหลักเกณฑ์ก็เป็นแบบนี้ทุกปีอยู่แล้ว ปีนี้ไม่ได้มีความแตกต่างอะไรเป็นพิเศษ" นพ.สุภัทร กล่าว

นพ.สุภัทร กล่าวด้วยว่า ไม่ว่าจะตีความอย่างไรก็แล้วแต่ ควรโอนเงินงบประมาณงวดที่ 1 มาให้โรงพยาบาลก่อนเพราะสภาพคล่องในโรงพยายาบาลหลายๆ แห่งก็ไม่ได้ดีอะไร โรงพยาบาลที่รวยก็ไม่เป็นไร แต่ยังมีโรงพยาบาลที่ลำบาก ผลคือทำให้โรงพยาบาลขาดสภาพคล่อง และยิ่งถ้าภายในเดือน พ.ย.นี้ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไม่มีมติที่ชัดเจน การจัดสรรเงินต้องชะลอไปอีกเดือน อาจจะกลายเป็น 2-3 เดือน ซึ่งไม่ยุติธรรมกับการจัดบริการของโรงพยาบาล

"หนี้สินค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ ยังพอค้างได้ แต่ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ โอที เงินเดือนลูกจ้าง ค่าใช้จ่ายรายวัน ค่าซ่อมบำรุงสารพัดก็เป็นภาระที่ต้องจ่ายทุกเดือน ดังนั้นก็ต้องรอดูวันที่ 5 พ.ย. 2563 นี้ว่าคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะหาทางออกร่วมกันได้หรือไม่ ถ้ามีมติชัดเจนก็จะได้จบโดยสมานฉันท์" นพ.สุภัทร กล่าว

 

 

Comments

Submitted by แค่ตัวประกัน on
"อย่าเอาโรงพยาบาลรัฐเป็นตัวประกัน" เขียนโดย ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร นักวิชาการอิสระ / ผู้เชี่ยวชาญของศาลยุติธรรมด้านภาษาอังกฤษ 6 กุมภาพันธ์ 2561 https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/643829 .................................................................................................................................................................................................... ถ้าจะตั้งคำถามว่า สถานะของโรงพยาบาลรัฐคืออะไร คำตอบก็คงจะมีหลายคำตอบ ขึ้นอยู่กับว่าใครตอบ ........... ตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน โรงพยาบาลรัฐเป็นหน่วยงานระดับล่างของรัฐที่ต้องทำงานตามนโยบายจากส่วนกลาง ตามกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โรงพยาบาลถือเป็นหน่วยบริการที่มีหน้าที่ให้บริการดูแลรักษาสุขภาพประชาชน ตามหลักการบริหารจัดการชุมชน .............. โรงพยาบาลเป็นหน่วยบริการทางสังคมที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมชุมชน และมีปฏิสัมพันธ์กับประชาชนในชุมชน ตามหลักการปกครอง โรงพยาบาลเป็นหน่วยงานที่ให้บริการดูแลสุขภาพเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการเข้าถึงประชาชนให้บริการแทนรัฐบาลที่บริหารประเทศ ........................ ตามหลักการพัฒนาสังคมโลก โรงพยาบาลเป็นหน่วยงานที่ให้มนุษย์เข้าถึงการรักษาพยาบาล โดยเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน ตามหลักเศรษฐศาสตร์ โรงพยาบาลเป็นองค์กรที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจเพื่อให้ทุกคนมีสิทธิใช้บริการพื้นฐานเพื่อดูแลสุขภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัว ตามหลักธรรมาภิบาล โรงพยาบาลต้องให้บริการประชาชนอย่างตรงไปตรงมาตามหลักวิชาการ เปิดเผยข้อมูลที่ไม่กระทบต่อสิทธิส่วนบุคคล มีธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ มีจรรยาบรรณในฐานะที่บุคคลากรของโรงพยาบาลเป็นผู้อยู่ในวิชาชีพ และคงมีอีกหลายสถานะที่จาระไนไม่หมด ....................... แต่มีสถานะหนึ่งที่ไม่น่าจะเป็นสถานะของโรงพยาบาลรัฐสำหรับบ้านเรา นั่นคือ สถานะของตัวประกัน. ...................... ทำไมถึงบอกว่า โรงพยาบาลรัฐมีสถานะเป็นตัวประกัน ...................... คำตอบก็คือ โรงพยาบาลรัฐไม่มีอำนาจต่อรองใดๆกับหน่วยงานใด และแม้แต่กับประชาชน .................. โรงพยาบาลรัฐถูกกำหนดโดยกฎหมายกว่าสิบฉบับให้เป็นผู้ให้บริการ แต่ไม่มีแม้ฉบับเดียวให้โรงพยาบาลมีอำนาจสั่งการใคร มีแต่รับคำสั่งและปฏิบัติตาม ..................... เวลาเกิดคดีความในศาลถูกฟ้องเป็นคดีผู้บริโภคโรงพยาบาลโดยแพทย์พยาบาล และบุคคลากรทางการแพทย์ที่ถูกกล่าวห าต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์ว่าไม่ผิด ทั้งๆ ที่ตามกฎหมายทั่วไปภาระพิสูจน์เป็นของผู้กล่าวหา .................. ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ ก็ถือว่าทำผิด โรงพยาบาลรัฐแม้จะมีเงินได้ที่ถือเป็นรายรับเป็นเงินบำรุง แต่ก็ไม่สามารถใช้เงินนั้นได้โดยตรง แต่ต้องขออนุมัติจากส่วนกลางตามระเบียบปฏิบัติ .................. โรงพยาบาลได้รับงบประมาณจากรัฐบาลแต่จะได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับองค์กรที่มีอำนาจเบิกจ่ายงบประมาณแทน โดยไม่มีสิทธิปริปาก โ .................. รงพยาบาลประกอบด้วยผู้มีวิชาชีพด้านสุขภาพ แต่การรักษาพยาบาลต้องทำตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด โดย สปสช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ไม่ได้ทำการรักษา .................... โรงพยาบาลขาดทุนจากการดำเนินการตามนโยบาย แต่ก็ต้องทนอยู่กับสภาวะขาดทุนที่ไม่มีใครช่วย .................. โรงพยาบาลมีข้อพิพาทกับผู้ใช้บริการ บุคคลากรทางการแพทย์ก็ต้องรับผิดชอบ ทั้งๆ ที่ทำหน้าที่ ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติงานตามหน้าที่ ดูเหมือนโรงพยาบาลจะเป็นกระโถนท้องพระโรงในทุกเรื่องอย่างที่คิดไม่ถึง ................ โรงพยาบาลไม่สามารถปฏิเสธการสั่งการตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินได้ แม้จะไม่เห็นด้วย ................. โรงพยาบาลไม่สามารถปฏิเสธการรักษาพยาบาลได้ เพราะมีทั้งกฎหมายและจรรยาบรรณค้ำคออยู่ ............... โรงพยาบาลไม่สามารถหารายได้จากการให้บริการโดยเก็บค่าบริการเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และบุคคลากรของโรงพยาบาล ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ถ้าไม่เป็นไปตามกฎระเบียบจากส่วนกลาง .................. โรงพยาบาลรัฐเป็นเสมือนหนังหน้าไฟ เป็นด่านหน้าที่ติดต่อกับผู้ป่วยที่มาใช้บริการ แต่อำนาจของโรงพยาบาลที่จะจัดการปัญหาด้วยตนเองกลับทำไม่ได้ ................. ความไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคลทำให้ไม่สามารถเข้าทำสัญญากับใครได้โดยตรง แต่ต้องรับภาระเมื่อเกิดกรณีคู่สัญญาของกระทรวงผิดสัญญา และทำให้ประชาชนผู้ใช้บริการเดือดร้อน ไม่เคยมีผู้ป่วยหรือประชาชนตำหนิติเตียนองค์กรหรือส่วนกลางที่สั่งการให้โรงพยาบาลปฏิบัติงาน แต่โรงพยาบาลต้องรับคำตำหนิเหล่านั้น ทั้งๆ ที่ ทำตามระเบียบบริหารงาน ..................... สถานะของโรงพยาบาลที่ไม่มีทางออกเช่นนี้ คงไม่ต่างกับสถานะของตัวประกัน หรือลูกไก่ในกำมือของหน่วยงานที่กำกับดูแล จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด ไม่สามารถหลีกหนีภาระงานได้ เพราะผู้มาใช้บริการเป็นคนเจ็บคนป่วย คนใกล้ตาย ถ้าไม่ดูแลแล้วจะให้ใครดูแล ................... สภาพเช่นนี้เป็นสภาพของการถูกมัดมือชก ไม่มีปากมีเสียง ร้องไปก็ไม่มีคนฟัง มีแต่รองรับการสั่งการที่คนสั่งไม่ต้องทำ ไม่มีสิทธิโต้เถียง ความเป็นตัวประกันนี้คงจะยังอยู่กับโรงพยาบาลรัฐอีกนานเท่านานเป็นนกในกรงเหล็ก ไม่ใช่นกในกรงทอง เมื่อโรงพยาบาลทำดีก็ถือว่าทำตามหน้าที่ แต่ถ้าโรงพยาบาลผิดพลาด ต้องรับผิดชอบเอง .................... โรงพยาบาลกว่าครึ่งที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันอยู่ในสภาวะขาดทุน เอาเงินบำรุงออกมาใช้จุนเจือเพื่อให้ประชาชนได้รับการรักษาพยาบาลมีชีวิตที่ดีขึ้น .................. โรงพยาบาลหลายแห่งพยายามรัดเข็มขัด ประหยัดค่าใช้จ่ายแม้ว่าจะเป็นเรื่องจำเป็น และดำเนินการหลายอย่างเพื่อให้สามารถให้บริการประชาชนได้ ..................... โรงพยาบาลหลายแห่งขอเงินบริจาคสมทบจากประชาชน จัดการแข่งกีฬา จัดงานการกุศล และอีกหลายๆ อย่างเพื่อให้มีเงินเข้าโรงพยาบาล รวมทั้งขอรับเงินช่วยเหลือจากผู้มีจิตอันเป็นกุศลเช่นโครงการ ก้าวคนละก้าว ของคุณตูน บอดี้แสลม ที่วิ่งเพื่อหาเงินช่วยโรงพยาบาลจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์เมื่อเร็วๆ นี้ และอีกมากมายหลายอย่างที่ไม่เคยเป็นและไม่ควรเป็นงานของโรงพยาบาลเลย ...................... เหล่านักรบในเสื้อกาวน์ทั้งหญิงและชายที่เป็นแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลรัฐต้องต่อสู้กับโรคภัยและอุบัติภัยที่เกิดกับประชาชน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำงานยี่สิบสี่ชั่วโมงให้บริการรักษาประชาชนผู้เจ็บป่วยกะทันหัน คนยากคนจนที่ไม่เงินไปรักษาโรงพยาบาลเอกชนราคาแพง ต้องอยู่ในหน้าที่นี้ ..................... แต่ อนิจจา พวกเขากลับไม่ใช่ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ แต่เป็นฐานะของคนที่ต้องทำตามหน้าที่ หน้าที่ ที่ไม่ต่างจากผู้ใช้แรงงาน ที่ต้องทำตามคำสั่งของนายจ้าง จนกว่าจะทนไม่ไหว https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/643829

Add new comment