ปลดล็อกกัญชา-กัญชง ออกจากยาเสพติด ยกเว้นช่อดอก และเมล็ดกัญชา มีผล 15 ธ.ค.เป็นต้นไป

Tue, 2020-12-15 15:30 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

อย.เผยขั้นตอนขออนุญาตปลูก สกัด ผลิต “กัญชา-กัญชง” พร้อมเผยชิ้นส่วนไหนปลูกได้ไม่จัดเป็นยาเสพติด ใช้ได้ทั้งสครับผิว ชาชงดื่ม แชมพู สบู่

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา แถลงข่าวภายหลังประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.2563 เป็นต้นไป ว่า ตามที่มติคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2563 จัดทำร่างประกาศกระทรวงสาะรณสุข เรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เพื่อปลดล้อกส่วนของกัญชาและกัญชงให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่จัดเป็นยาเสพติดนั้น ซึ่งท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามในประกาศดังกล่าวและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.2563

นพ.ไพศาล กล่าวว่า วันนี้ อย.ขอย้ำถึงรายละเอียดของประกาศว่า เป็นการปลดล็อกส่วนของกัญชา และกัญชงให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่จัดเป็นยาเสพติด ยกเว้นช่อดอก และเมล็ดกัญชา ทั้งนี้ เนื่องจากตามอนุสัญญายาเสพติดระหว่างประเทศยังควบคุมเป็นยาเสพติด แต่ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ อย่างไรก็ตาม หลักๆของการปลดล็อกจากยาเสพติดคือ 1.ใบที่ไม่ติดกับช่อดอก เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่ง ก้าน ราก ไม่เป็นยาเสพติด 2.เมล็ดกัญชง น้ำมัน สารสกัด เมล็ดกัญชง 3.สารสกัด CBD และในส่วนสาร THC ต้องไม่เกิน 2% ส่วนที่ยังเป็นยาเสพติด ขอย้ำว่า ช่อดอกกัญชาและกัญชง รวมทั้งเมล็ดกัญชายังไม่ปลดล็อกจากยาเสพติด

“ที่สำคัญการปลูก สกัด และผลิต ทั้งหมดยังต้องขออนุญาตจาก อย. ตามพ.ร.บ.ยาเสพติด ฉบับที่ 7 ระบุผู้มีคุณสมบัติขออนุญาต คือ หน่วยงานรัฐ สถาบันอุดมศึกษา เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ เภสัชกร แพทย์แผนไทย เป็นต้น โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์จะต้องร่วมกับหน่วยงานรัฐตามเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนปลูก สกัด ผลิตยังต้องขออนุญาต แต่หลังจากนั้นพวกวัตถุดิบที่เหลือ ยังเปลือก ลำต้น เส้นใย ฯลฯ ที่ปลดล็อกแล้วสามารถนำไปผลิตเพื่อใช้ประโยชน์อื่นๆได้ โดยผู้ที่จะนำวัตถุดิบเหล่านี้ไปใช้จะต้องนำมาจากผู้ที่ได้รับอนุญาตปลูก สกัด ผลิตเท่านั้น ซึ่งก็จะมีเลขที่อนุญาต หรือสอบถามทาง อย.ได้ว่า ใครได้รับอนุญาต” นพ.ไพศาล กล่าว

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการ อย. กล่าวว่า การปลูกกัญชาและกัญชงยังต้องขออนุญาตตามกฎหมายยาเสพติด แต่เมื่อปลูกไปแล้วส่วนที่มีสาร THC ต่ำ ไม่เป็นอันตราย สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ต้องทำลายทิ้ง โดยผู้ขออนุญาตจะต้องแจ้ง อย.ว่าจะนำส่วนที่ไม่เป็นยาเสพติดไปใช้ประโยชน์อย่างไร ส่วนการนำกัญชาไปใช้จะต้องได้มาจากผู้รับอนุญาตที่ถูกกฎหมาย โดยตรวจสอบได้จาก www.fda.moph.go.th หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่โทรศัพท์ 1556 กด 3

“สำหรับส่วนที่ปลดล็อกจากยาเสพติดสามารถนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ ใบ ทำเป็นชา หรือสครับผิวในเครื่องสำอาง แชมพูและสบู่ ส่วนราก ก็สามารถนำมาสับเป็นผงขัดผิว หรือยาสมุนไพร ส่วนกิ่งก้าน ยังเป็นตำรับยาแผนไทย เป็นต้น” ภญ.สุภัทรา กล่าว

Comments

Submitted by Naratpon Porama... on
ดิฉันอายุ 60ปี เข่าเสื่อมทั้ง2ข้าง เป็นมากว่า 10ปีแล้ว ทรมานมากๆกินยาก็มีผลข้างเคียงกับกระเพาะ จึงอยากจะถามว่า จะขออนุญาติปลูกกัญชาสัก 1ต้น เพื่อดูแลสุขภาพจะได้ไหมคะ

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม