ปลัดสธ.เผยมติศูนย์ปฏิบัติการฯ 7 แนวทางช่วงปีใหม่ห่างไกลโควิด-19

Tue, 2020-12-29 17:03 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

สธ.ขอคนไทยงดเดินทางออกนอกจังหวัดโดยไม่จำเป็นช่วงปีใหม่ ขอฉลองเทศกาลในครอบครัว ไม่นัดคนหมู่บ้าน ละเล่นตะโกน เหตุเสี่ยงแพร่ระบาดโควิด-19 พร้อมเผยรายละเอียดมติ กก.อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ฯ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 29 ธ.ค.2563 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) แถลงสถานการณ์โควิด19 ว่า เป้าหมายการดำเนินการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 คือ การลดโอกาสแพร่เชื้อในประเทศไทยระยะเทศกาลปีใหม่ที่มีการรวมคนจำนวนมาก กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)จึงขอให้คนไทยงดเดินทางออกนอกจังหวัดโดยไม่จำเป็น พยายามอยู่บ้าน ฉลองปีใหม่กับครอบครัว ไม่ต้องนัดกันไปฉลองคนหมู่มาก แออัด ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ละเล่นตะโกน เพราะการที่มีคนรวมกลุ่มมากๆทำให้เกิดการแพร่เชื้อและติดเชื้อกระจายออกไปจำนวนมากได้ ยากต่อการควบคุม ขณะที่แรงงานต่างด้าวห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่โดยอยู่ที่พักหรือที่ทำงาน

(ข่าวเกี่ยวข้อง : โควิดกรุงเทพติดเชื้อร่วม 100 ราย ระบาด 3 กลุ่ม “เชื่อมโยงสมุทรสาคร-รง.ผลิตรองเท้า-สถานบันเทิง”)

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวอีกว่า มติคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโควิด-19(ศปค.สธ.)ในช่วงเทศกาลปีใหม่ คือ 1.สถานการณ์โควิด-19ในพื้นที่สมุทรสาคร สามารถควบคุมโรคได้ดีระดับหนึ่งด้วยมาตรการสาธารณสุข มาตรการด้านสังคม และความร่วมมือของทุกภาคส่วนและประชาชน 2.ในช่วงปีใหม่จะมีประชาชนเดินทางเป็นจำนวนมาก เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ศปค.สธ.จึงให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ทำแผนเตรียมรับมือให้เหมาะสมกับสถานการณ์จังหวัดของตนเอง และสอดคล้องกับมาตรการ ศบค.กำหนด รวมทั้งติดตามประเมินผลการดำเนินงานเป็นระยะ

3.การจัดกิจกรรมสาธารณะช่วงปีใหม่ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดให้งดการจัด ส่วนในพื้นที่เฝ้าระวังให้ลดการจัดกิจกรรมมากที่สุด อยู่เฉพาะในครอบครัว หากจะจัดต้องได้รับอนุญาต รวมทั้งคงมาตรการป้องกัน เน้นย้ำการเว้นระยะห่าง ใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ และสแกนไทยชนะ และลดความแออัดของผู้ร่วมกิจกรรมมาน้อยกว่า 1 ตารางเมตรต่อคน หากจัดมากกว่า 100 คนต้องขออนุญาต

4.การจัดกิจกรรมช่วงปีใหม่ เน้นการจัดแบบทางไกล หรือออนไลน์ เช่น สวดมนต์ข้ามปี 

5.แรงงานต่างด้าวให้อยู่ภายในพื้นที่จังหวัด ที่พักตนเอง หรือสถานที่ทำงาน และงดการไปมาหาสู่ให้นายจ้างตรวจสอบดูแลลูกจ้างอย่างเข้มงวด

6.ให้อสม.เคาะประตูบ้านให้ความรู้ประชาชนและตรวจสอบว่ามีแรงงานต่างด้าวเข้ามาหรือไม่ หากพบเห็นให้แจ้งเจ้าหน้าที่

7.ประชาชนหลีกเลี่ยงสถานที่เสี่ยง เช่น สถานที่ลักลอบเล่นการพนัน และอื่นๆ

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า กรณีตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาครตั้งแต่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ผ่านมา 12 วันแล้ว ผู้ติดเชื้อ ส่วนใหญ่อาการน้อยมากแทบไม่มีอาการ เพราฉะนั้นคนติดเชื้อตั้งแต่ 17 ธ.ค ทางการแพทย์ประเมินแล้วว่าสามารถออกจากรพ.ตลาดกลางกุ้งได้แล้ว จึงจะมีการคัดแยกคนอยู่ในพื้นที่ตลาดกลางกุ้งราว 3-4 พันคนออกเป็น 4 กลุ่มและแยกที่อยู่ใน 4 ตึกของชุมชนศรีเมือง ได้แก่ 1.ติดเชื้อผลตรวจยืนยันเกิน 10 วันแล้ว ถือว่าหายและมีภูมิคุ้มกัน สามารถใช้ชีวิตปกติ โดยมีการตรวจเลือดยืนยันว่ามีภูมิคุ้มกันแล้วหรือไม่ หากพบมีภูมิฯจะออกหนังสือรับรอง และแยกไปอยู่รวมกันใน 1 ตึก แต่พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ควบคุมยังเข้าออกไม่ได้

2.คนติดเชื้อภายหลังยังไม่ครบ 10 วัน กลุ่มนี้จะได้รับการตรวจภูมิคุ้มกัน ถ้ายังไม่มีภูมิยังมีโอกาสแพร่เชื้อให้คนอื่น ก็จะจัดไปอยู่รวมกันอีกตึกหนึ่ง เพื่อไม่แพร่เชื้อสู่คนอื่น 3.กลุ่มที่ยังไม่ติดเชื้อและอยู่ในระยะฟักตัวของโรค จะแยกไปอยู่อีกตึก เฝ้าดูอาการจนพ้นระยะฟักตัวของโรค และ4.กลุ่มที่ยังไม่ติดเชื้อ และตรวจแล้วไม่ติดเชื้อแยกเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่ให้มีโอกาสติดเชื้อจากคนอื่น ซึ่งหากดำเนินการได้เช่นนี้ แต่ละกลุ่มก็จะทยอยพ้นติดเชื้อ หรือภายใน 1-2 สัปดาห์จะสามารถประกาศพื้นที่นี้ควบคุมเรียบร้อย ไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อ และให้พ้นพื้นที่ควบคุมได้ แสดงให้เห็นว่าแม่เป็นพื้นที่จุดระบาดสูงสุดสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และจะประกาศพ้นพื้นที่ปลอดโรคได้ตามแผนดำเนินการ

Add new comment