ความแตกต่างระหว่างพื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

Wed, 2021-01-06 12:31 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

ไขข้อสงสัยข้อแตกต่างระหว่าง พื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด และพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 5 จังหวัด (สมุทรสาคร ระยอง ชลบุรี จันทบุรี ตราด)  เป็นอย่างไร มาตรการเข้มงวดมากน้อยแค่ไหนในการสกัดการแพร่ระบาดโควิด-19

 

* พื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด ประกอบด้วย ตาก นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง นครนายก กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว สมุทรปราการ จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง ชุมพร ระนอง กรุงเทพมหานคร

* พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ประกอบด้วย สมุทรสาคร ระยอง ชลบุรี จันทบุรี และตราด

มาตรการควบคุมป้องกันแพร่ระบาดโควิด-19 ดังนี้

- พื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด 

-เมื่อผ่านด่านตรวจคัดกรอง

1) รับการตรวจวัดอุณหภูมิ และสังเกตอาการขณะนั่งในรถ หากมีไข้ไม่ให้เข้า

2)รับการตรวจว่ามีแอปพลิเคชันหมอชนะหรือไม่

3)สอบถามเหตุผลความจำเป็นในการเดินทาง

- พื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด ได้แก่ สมุทรสาคร ระยอง ชลบุรี จันทบุรี และตราด  มาตรการเหมือนพื้นที่ควบคุม และเข้มงวดในการเคลื่อนย้าย เพราะหลักการแพร่ระบาดมาจากการเคลื่อนย้ายของคน โดยจะต้องมีหลักฐานการได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่ภูมิลำเนาของผู้เดินทางด้วย

ภาพจากศูนย์ข้อมูล COVID-19

*นอกนั้นทั้ง 28 จังหวัดและ 5 จังหวัด ยังต้องปฏิบัติมาตรการป้องกันโควิด-19 เหมือนทุกพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งจะเป็นไปตามอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัด อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำประชาชนหากไม่จำเป็นขอให้ชะลอการเดินทางจนถึงวันที่ 1 ก.พ.2564 เพื่อชะลอการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และปฏิบัติตามมาตรการ “อยู่ห่างกันไว้ -ใส่แมสกัน – หมั่นล้างมือ-เช็กหมอชนะ” ทั้งนี้ ต้องพิจารณาสถานการณ์เป็นรายวัน หากไม่ดีขึ้นอาจมีการปรับเปลี่ยนมาตรการเข้มงวดขึ้นอีก

ข้อมูลจาก : นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม