ชวนร่วมกิจกรรม “กัญชา”ทางการแพทย์แผนไทย ให้ความรู้ประชาชน

Mon, 2021-02-15 15:59 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จับมือภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมเผยแพร่องค์ความรู้การนำส่วนประกอบของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด มาใช้ประโยชน์ เตรียมต่อยอดในภาคอุตสาหกรรมยา อาหาร สมุนไพร ยานยนต์และ สิ่งทอ ภายหลังจากกระทรวงสาธารณสุข ปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดให้โทษประเภท 5 บางส่วน โดยช่อดอกและเมล็ดกัญชายังเป็นยาเสพติดให้โทษ

เมื่อวันนี้ 15 ก.พ. ที่บริเวณรอบอาคารพิพิธภัณฑ์การสาธารณสุขและการแพทย์ไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิด กิจกรรมเผยแพร่องค์ความรู้ การนำส่วนประกอบของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด มาใช้ประโยชน์ โดยมีผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่ายจัดงานและประชาชนที่ให้ความสนใจ ร่วมในงานดังกล่าว

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2563 ที่มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่15 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา เป็นการปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดให้โทษประเภท 5 แค่บางส่วน โดยช่อดอกและเมล็ดกัญชา ยังเป็นยาเสพติดให้โทษ ทั้งนี้ เนื่องจากตามอนุสัญญายาเสพติด ระหว่างประเทศยังควบคุมเป็นยาเสพติด แต่ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ และส่วนของกัญชาที่ปลดล็อกแล้วสามารถนำไปผลิตเพื่อใช้ประโยชน์อื่นๆได้ โดยผู้ที่จะนำวัตถุดิบเหล่านี้ไปใช้จะต้องนำมาจากผู้ที่ได้รับอนุญาตปลูก สกัด และผลิตเท่านั้น

สำหรับขั้นตอนการปลูก สกัด และผลิต ทั้งหมดยังต้องขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ระบุผู้มีคุณสมบัติขออนุญาต คือ หน่วยงานรัฐ สถาบันอุดมศึกษา เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ เภสัชกร แพทย์แผนไทย โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์จะต้องร่วมกับหน่วยงานรัฐตามเงื่อนไข และการนำเข้าวัตถุหรือสารของส่วนของกัญชานั้นให้นำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ยกเว้นเปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง เส้นใยแห้งของกัญชา ในส่วนองค์ประกอบของกัญชาที่ปลดล็อกแล้ว ประกอบด้วย ส่วนของ ใบ กิ่ง ก้าน และ ราก สามารถนำมาใช้ประโยชน์ ทางการแพทย์ ศึกษาวิจัย ผลิตภัณฑ์ เช่น ยา อาหาร สมุนไพร เครื่องสำอาง ในส่วนของ เปลือก ลำต้น เส้นใย ใช้ศึกษาวิจัย นำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น สิ่งทอ ยานยนต์ กระดาษ เป็นต้น

ดร.สาธิต กล่าวต่อไปว่า ประชาชนทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากส่วนของกัญชาที่ไม่จัดเป็นยาเสพติดได้ แต่ต้องมาจากผู้ได้รับอนุญาตปลูกที่ถูกต้องตามกฎหมายโดย ปรุงอาหารได้ ทำผลิตภัณฑ์สุขภาพได้ โดยต้องใช้ส่วนวัตถุดิบกัญชาที่ไม่ใช่ ยาเสพติด และต้องมาจากสถานที่ปลูกภายในประเทศที่ได้รับการอนุญาตแล้วเท่านั้น สามารถทำใช้เองได้ในครัวเรือน เช่น ลูกประคบสด หรือ ถ้าจะผลิตเพื่อจำหน่าย ต้องขออนุญาตภายใต้กฏหมายผลิตภัณฑ์สุขภาพนั้น เช่น พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง

ด้านพญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า กิจกรรมเผยแพร่องค์ความรู้การนำส่วนประกอบของกัญชาที่ไม่ใช่ ยาเสพติดมาใช้ประโยชน์ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ องค์ความรู้การนำส่วนประกอบของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติดมาใช้ประโยชน์ เป็นการดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมมือกันจัดกิจกรรมขึ้นมา สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การเสวนาการใช้ประโยชน์จากส่วนต่าง ๆ ของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด การเสวนา การนำองค์ความรู้ภูมิปัญญาดั้งเดิมในการนำกัญชามาปรุงอาหาร และพบกับบูธนิทรรศการ ร้านค้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพตลอดงาน งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 16 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 – 16.30 น. เป็นต้นไป

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม