เดินหน้าฉีดวัคซีนโควิดคนไทย 50 ล้านคนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่

Wed, 2021-04-28 18:34 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

สธ.เดินหน้าฉีดวัคซีนโควิดตามแผน ครอบคลุมคนไทย 70% ของประชากร หรือ 50 ล้านคน ใช้วัคซีน 100 ล้านโดส เพื่อสร้างภุมิคุ้มกันหมู่สกัดโควิด19

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค แถลงข่าวความคืบหน้าการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ว่า ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ - 27 เม.ย. ฉีดวัคซีนสะสม 1,279,713 โดส จำแนกตามกลุ่มเป้าหมายการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ได้แก่ 1.บุคลากรสาธารณสุข 537,362 โดส 2.เจ้าหน้าที่ด่านหน้า 129,641 โดส 3.ผู้อายุมากกว่า 60 ปี 15,791 โดส 4.ผู้มีโรคประจำตัว 39,738 โดส และ 5.ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 316,428 โดส อย่างไรก็ตาม ช่วงที่มีวัคซีนจำนวนมากขึ้น ก็จะต้องเร่งรัดฉีดให้มากขึ้น

นพ.ทวีทรัพย์ กล่าวว่า แผนในการจัดหาวัคซีนของประเทศไทย แผนเดิมที่ได้จัดหาไว้แล้วรวม 63 ล้านโดส แต่หากจะให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่จึงจำเป็นต้องฉีดให้ครอบคลุม 70% ของประชากร ซึ่งคนไทยมี 70 ล้านคน จึงต้องฉีดในจำนวน 50 ล้านคน โดยต้องใช้วัคซีนจำนวน 100 ล้านโดส ทั้งนี้ รัฐบาลให้การสนับสนุนดำเนินการร่วมกันกับภาคเอกชน เพื่อช่วยกันหาวัคซีนเพิ่มอีก 37 ล้านโดส แบ่งเป็นการจัดหาของภาครัฐ 30 ล้านโดส โดยดูเทคโนโลยีวัคซีนอื่น ทั้งจากบริษัทไฟเซอร์ ชนิด mRNA วัคซีนสปุตนิก และวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน จะเป็นแพลตฟอร์มเดียวกันกับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า อย่างไรก็ตาม จะต้องหาเพิ่มเติมเข้ามา เพื่อให้เรามีทางเลือกมากขึ้น ส่วนวัคซีนซิโนแวค ก็จะมีการจัดหาเพิ่มเติมด้วย

นพ.ทวีทรัพย์ กล่าวว่า การจัดหาวัคซีนของภาคเอกชน อีก 7 ล้านโดส ซึ่งยินดีสนับสนุนทั้งงบประมาณและการจัดหาเข้ามาเอง เพื่อฉีดให้กับบุคลากรของตัวเอง ได้แก่ วัคซีนโมเดอร์น่า ชนิด mRNA วัคซีนซิโนฟาร์ม และอื่นๆ จะมีการนำมาขึ้นทะเบียนประเทศไทยในอนาคต

"ตามแผน หากเราจัดหาเพิ่มได้ 37 ล้านโดส หากได้ตามที่กำหนดประมาณเดือน ต.ค. และขณะเดียวกันที่มีการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ ในเดือน มิ.ย. เราก็จะสามารถฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากรได้เลย" นพ.ทวีทรัพย์กล่าว

นพ.ทวีทรัพย์ กล่าวว่า สถานการณ์ระบาดโควิด-19 มาตรการป้องกันกำลังดีขึ้น ผู้ติดเชื้อใหม่เริ่มชะลอตัว แต่เรากำลังพบว่าผู้ที่ติดเชื้อแล้วมีอาการรุนแรงในช่วงนี้ บุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ตามโรงพยาบาลจึงต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อระดมการทำงานในพื้นที่ ซึ่งเราจะต้องช่วยกันเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น

Add new comment