ศบค.ยกระดับ 6 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ห้ามทานอาหารในร้าน งดเดินทางนอกพื้นที่ มีผล 1 พ.ค.64

Thu, 2021-04-29 17:59 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

ที่ประชุม ศบค. เห็นชอบยกระดับจังหวัดพื้นที่เสี่ยงโควิด 3 สี “แดงเข้ม- แดง- ส้ม” พื้นที่แดงควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 6 จังหวัดเพิ่มมาตรการห้ามกินอาหารในร้าน เข้มใส่หน้ากาอนามัย/ผ้า ขอความร่วมมือประชาชน 6 จ.อย่าออกนอกพื้นที่ ไม่ใช่เคอร์ฟิว หากจำเป็นออกได้แต่ต้องขออนุญาตฝ่ายความมั่นคง มีผล 1 พ.ค.2564

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 29 เม.ย.64 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. แถลงผลการประชุมศปก.ศบค. ว่า โดยที่ประชุมพิจารณายกระดับการดูแลจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงโควิด-19 ด้วยการปรับระดับของพื้นที่สถานการณ์ย่อยในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร โดยปรับเป็น 3 ระดับสี ดังนี้

1.พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (แดงเข้ม) มี 6 จังหวัด ประกอบด้วย กทม. ชลบุรี เชียงใหม่ นนทบุรี ปทุมธานีและสมุทรปราการ 2.พื้นที่ควบคุมสูงสุด(แดง) มี 45 จังหวัด และ3. พื้นที่ควบคุม(ส้ม) มี 26 จังหวัด

โดยในที่ประชุมมีข้อเสนอเรื่องมาตรการ ดังนี้

1. ในเรื่องของการใช้อำนาจทางกฎหมายสวมหน้ากากอนามัย ที่ประชุมให้ทางกรมควบคุมโรคเสนอต่อคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ พิจารณาออกระเบียบการเปรียบเทียบปรับกรณีการฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัย รวมถึงกรณีอื่นที่จำเป็น โดยกำหนดอัตราการเปรียบเทียบปรับให้เหมาะสมแล้วแต่กรณีไม่สร้างภาระแก่ประชาชน และกำหนดขั้นตอนการดำเนินการของเจ้าหนัดงานควบคุมโรคติดต่อ และผู้มีอำนาจเปรียบเทียบปรับให้สามารถดำเนินการได้สะดวก และให้กำหนดมาตรการที่เหมาะสมก่อนดำเนินการปรับ อาจตักเตือนก่อน โดยเรื่องนี้ภายใน 1 สัปดาห์น่าจะทราบผล

นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ส่วนราชการและหน่วยงานรัฐ เอกชนดำเนินการ Work from Home 100% อย่างน้อย 14 วัน

2.ขอให้ ศบศ. ซึ่งเป็นคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ มีการกำหนดมาตรการเยียวยาเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

3.ขอให้ มท. พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับภาคประชาสังคม เร่งรัดในการช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อยและประชาชนกลุ่มเปราะบาง

4.ให้ศปก.ศบค. ประสานกับ คปภ.ในการจัดให้มีระบบประกันสุขภาพให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และจนท.ที่ปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อตามข้อห่วงใยของผอ.ศบค.โดยเร็วที่สุด

ข้อเสนอเหล่านี้นำมาสู่การปรับมาตรการตามระดับของพื้นที่ ดังนี้

1.พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 6 จังหวัด

ต้องสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า เมื่ออกนอกเคหะสถานหรืออยู่ในที่สาธารณะ การห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 20 คน ร้านจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มอนุญาตซื้อกลับบ้านเท่านั้น งดรับประทานอาหารในร้าน โดยเปิดบริการไม่เกิน 21.00 น. ผับบาร์คาราโอเกะปิด ร้านสะดวกซื้อตลาดโตรุ่งเปิดบริการ 04.00-23.00 น. ศูนย์การค้า เปิดได้ตามปกติไม่เกิน 21.00 น. งดกิจกรรมส่งเสริมการขาย งดตู้เกม สถานศึกษาทุกระดับ สถาบันกวดวิชา ห้ามใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอน 

“ขอความร่วมมืองดการเดินทางออกนอกพื้นที่ ให้ประชาชนอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด งดการเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่มีเหตุจำเป็น เพื่อลดการเดินทางที่อาจเสี่ยงต่อการติดโรค ซึ่งกรณีนี้ไม่ใช่เคอร์ฟิว แต่เป็นการขอความร่วมมือ หากมีเหตุจำเป็นก็ขออนุญาตเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่ตั้งด่าน ” โฆษก ศบค. กล่าว

2.พื้นที่สีแดง 45 จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด

ต้องสวมหน้ากากอนามัยเช่นกัน ห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มกันมากกว่า 50 คน การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มให้บริโภคในร้านได้ไม่เกินเวลา 21.00 น. และซื้อกลับบ้านได้ไม่เกิน 23.00 น. งดจำหน่ายสุรา และงดดื่มในร้าน ร้านสะดวกซื้อตลาดโตรุ่งเปิดบริการ 04.00-23.00 น. ศูนย์การค้า เปิดได้ตามปกติไม่เกิน 21.00 น. งดกิจกรรมส่งเสริมการขาย งดตู้เกม สวนสนุก สถานศึกษาทุกระดับ สถาบันกวดวิชา ห้ามใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอน สถานที่เล่นกีฬากลางแจ้งเปิดได้ถึงเวลา 21.00 น. ปิดผับบาร์ เดินทางต่างๆได้

3.พื้นที่สีส้ม 26 จังหวัดเป็นพื้นที่ควบคุม

ห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มกันมากกว่า 50 คน การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มให้บริโภคในร้านได้ไม่เกินเวลา 23.00 น. ห้ามดื่มสุราในร้าน ศูนย์การค้า เปิดได้ตามปกติไม่เกิน 21.00 น. งดกิจกรรมส่งเสริมการขาย งดตู้เกมสวนสนุก

“ที่สำคัญการสวมหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้าต้องดำเนินการเต็มที่ ส่วนการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ขอให้งดไปก่อน ยกเว้นการจัดเป็นพิธีนิยม คือ กรณีงานศพ และขอให้มีการทำงาน Work from Home โดยจะการประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ในเที่ยงคืนของวันที่ 1 พ.ค.2564 จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกท่าน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนทำความเข้าใจและให้ความร่วมมือ เพื่อลดการติดเชื้อ” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

Add new comment