ราชกิจจาฯ ประกาศนั่งกินอาหารในร้านถึง 3 ทุ่ม พร้อมข้อกำหนดสวมหน้ากากอนามัย มีผล 17 พ.ค.นี้

Sat, 2021-05-15 22:12 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ “ 7 ข้อกำหนด” ผ่อนคลายมาตรการโควิด19 ตามพื้นที่สีการระบาด “แดงเข้ม- แดง-ส้ม” อนุญาตนั่งกินในร้านอาหาร และข้อปฏิบัติการสวมหน้ากากอนามัยในที่ประชุม

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 23) โดยสรุปว่า จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ระลอกเดือนเมษายน 2564 ได้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่และแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่วนใหญ่พบในกลุ่มผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยันต่อเนื่องจากกลุ่มการแพร่ระบาดในสถานบันเทิง การเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง และการติดเชื้อต่อเนื่องจากสถานที่เฉพาะกลุ่ม เช่น ชุมชนแออัด โรงงาน สถานที่พักของแรงงานต่างด้าว หรือตลาด ส่งให้ให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมากและผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้กำหนดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวดมาแล้วระยะหนึ่ง อันเป็นกรณีที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

จากการประเมินสถานการณ์คาดว่าแม้การระบาดจะยังคงมีอยู่อีกระยะหนึ่ง แต่จากการที่รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการตรวจคัดกรองเชิงรุกเพิ่มขึ้น ประกอบกับการเร่งรัดดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน ซึ่งหากได้รับความร่วมมือดีจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้นเป็ฯลำดับ จึงสมควรผ่อนคลายมาตรการควบคุมบางกรณี ประกอบด้วย

ข้อ 1 ข้อปฏิบัติในการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การสวมหน้ากากอนามัย เมื่ออยู่นอกเคหสถานหรือเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ การจัดกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากและมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่ายที่ดำเนินการ ในกรณีที่กลุ่มบุคคลที่จำเป็นต้องเข้าประชุมอยู่ในสถานที่หนึ่งที่ใดเป็นระยะเวลานานและต่อเนื่องหลายชั่วโมง ซึ่งการสวมหน้ากากอาจไม่สะดวกและเป็นอุปสรรคต่อการทำหน้าที่ในการประชุม หากการประชุมกำหนดมาตรการคัดกรองตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด เว้นระยะห่างในการประชุม ให้ผู้เข้าประชุมสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า รวมทั้งแสดงใบรับรองผลการตรวจไม่มีความเสี่ยงติดเชื้อ และการจัดให้มีกระบวนการคัดกรองโดยพิจารณาจากอาการของโรค โดยให้ผู้ควบคุมการประชุมกำหนดให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวต้องสวมหน้าตลอดการประชุม แต่อาจผ่อนผันเฉพาะช่วงอภิปรายหรือแสดงความเห็นในที่ประชุมได้ตามความเหมาะสมแห่งสภาพการณ์และความสมควรแก่เหตุ

ข้อ 2 การกำหนดพื้นที่สถานการณ์ 

พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 4 จังหวัด คือ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ

พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) 17 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตาก นครปฐม นครศรีธรรมราช นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ยะลา ระนอง ระยอง ราชบุรี สมุทรสาคร สงขลา และสุราษฎร์ธานี

3.พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) เป็น 56 จังหวัด

ข้อ 3 มาตรการควบคุมแบบบูรณาการจำแนกตามพื้นที่สถานการณ์ที่จำเป็ฯอย่างเร่งด่วน ดังนี้

พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) นั่งกินอาหารที่ร้านได้ไม่เกิน 25% เปิดเวลาไม่เกิน 200 น. และขายกลับบ้านไม่เกิน 23.00 น. ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน

พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) สามารถนั่งกินอาหารที่ร้านได้ถึง 23.00 น. ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน

พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) สามารถนั่งกินอาหารที่ร้านได้ตามปกติ ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน

ข้อ 4 แนวทางการปฏิบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ หากพบผู้ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดให้ว่ากล่าวตักเตือน และสั่งให้ผู้นั้นปฏิบัติให้ถูกต้อง ถ้าไม่ปฏิบัติตามให้ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 5 เร่งรัดการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรค

ข้อ 6 การป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในการกระทำอันเป็นเหตุให้เกิดการระบาดของโรค

ข้อ 7 การปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.2564 เป็นต้นไป

 

(ข่าวเกี่ยวข้อง : ปรับพื้นที่สีคุมโควิด ไฟเขียว! 4 จังหวัดแดงเข้มนั่งกินในร้าน 25% ถึง 3 ทุ่ม มีผลเร็วสุดเที่ยงคืนวันนี้)

Comments

Submitted by ชายหวังดี on
ขออนุญาตแจ้งเรื่อง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยลงพื้นที่ตรวจสอบทีนะครับผม กลัวและเดือดร้อนมากครับ ใส่แมสไว้ไต้คาง ไม่ปิดแมส และนั่งติดกัน หนึ่งโต๊ะ 4-5 คน มาเพื่อส่องพระเครื่องและซื้อขายพระเครื่องกัน พอช่วงเย็นมีนั่งดื่มเบียร์กันด้วยครับ ที่ร้านกาแฟ ชื่อร้านกาแฟ ตุ๊กลั่นล้า ชั้น 6 ห้างพันทิพย์งามวงศ์วาน นนทบุรี วานหน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบทีครับ เดือดร้อนจริงๆครับ

Add new comment