บอร์ด สปสช. ไฟเขียวเบิกจ่าย “ฟ้าทะลายโจร” รักษาผู้ป่วยโควิด อาการน้อย

Tue, 2021-06-08 17:12 -- hfocus infographic
Print this pagePrint this page

บอร์ด สปสช. มีมติรับทราบประกาศฯ บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร ฉบับที่ 2 ใช้ ‘ฟ้าทะลายโจร’ รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีความรุนแรงน้อย พร้อมมีมติสนับสนุนเบิกจ่าย เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง)

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2564 ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. เป็นประธาน มีมติรับทราบประกาศฯ บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร ฉบับที่ 2 ซึ่งให้ใช้ยาสารสกัดจากฟ้าทะลายโจรและยาจากผงฟ้าทะลายโจร สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีความรุนแรงน้อย เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง)

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีกลุ่มเป้าหมายในการรับยาฟ้าทะลายโจร ประมาณ 5.26 หมื่นราย ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 15.78 ล้านบาท โดย สปสช. ได้กำหนดอัตราการจ่ายชดเชยแก่หน่วยบริการรายละ 300 บาท

นายอนุทิน กล่าวว่า การบรรจุยาฟ้าทะลายโจรเข้าในบัญชียาหลักแห่งชาติ ทำให้สามารถเบิกจ่ายยาดังกล่าวให้กับผู้ใช้สิทธิประกันสุขภาพของประเทศได้ ซึ่งผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นคือนอกจากจะเป็นทางเลือกในการรักษาแล้ว ยังสนับสนุนให้เกิดการใช้ยาจากสมุนไพรเพิ่มขึ้น ตลอดจนเป็นการสนับสนุนภาคเศรษฐกิจอุตสาหกรรมยาจากสมุนไพรภายในประเทศ ที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางยา ลดการพึ่งพายาแผนปัจจุบันที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศลงไปได้ในอีกทางหนึ่ง

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ยาฟ้าทะลายโจรได้รับการบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติอยู่แล้ว แต่ได้กำหนดข้อบ่งชี้เอาไว้ในการบรรเทาอาการของโรคหวัด เช่น เจ็บคอ น้ำมูกไหล มีไข้ เท่านั้น โดยล่าสุดราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศให้ใช้ยาฟ้าทะลายโจรได้ในผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีความรุนแรงน้อย เพื่อลดการเกิดโรคที่รุนแรง

ทั้งนี้ บอร์ด สปสช. ได้รับทราบประกาศฯ และเห็นชอบให้ใช้ยาสารสกัดจากฟ้าทะลายโจร และยาจากผงฟ้าทะลายโจร แก่ผู้ใช้สิทธิบัตรทองได้ โดยใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ รายการงบที่เตรียมไว้จ่ายเพิ่มเติมเป็นค่ายาสำหรับรายที่อาการรุนแรงปานกลางถึงมาก ซึ่งมีวงเงินทั้งสิ้น 28.8 ล้านบาท โดยการอนุมัติสิทธิประโยชน์นี้ จะไม่เป็นภาระงบประมาณแต่อย่างใด

 

*สามารถกดติดตาม และแชร์ข่าวสำนักข่าว Hfocus ที่ https://www.facebook.com/Hfocus.org

 

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม