กทม.โต้กลับเหตุเลื่อนฉีดวัคซีนโควิด19

Sun, 2021-06-13 17:03 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

กทม.แจงเหตุวัคซีนโควิดในกรุงเทพฯ ย้ำมีวัคซีนที่ใช้วันที่ 7-14 มิ.ย เป็นแอสตร้าฯ 3.5 แสนโดส ซิโนแวค 1.5 แสนโดส พร้อมเผยรายละเอียดการกระจายฉีด ส่วน"หมอพร้อม" กทม.  ไม่ใช่ผู้ควบคุมและจัดสรรวัคซีน

 

(ข่าวเกี่ยวข้อง : คร. ย้ำ! กทม.ได้วัคซีนมากที่สุดล็อตแรก 5 แสนโดส ครึ่งเดือนมิ.ย.ได้อีก 5 แสนโดส รวม 1 ล้านโดส)

(ข่าวเกี่ยวข้อง : คร.แจงข้อเท็จจริง! บริหารจัดสรรวัคซีนโควิดกทม. เป็นหน้าที่กรุงเทพมหานคร

 

 

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2564 เฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ โพสต์กรณีการโรงพยาบาลเลื่อนฉีดวัคซีนโควิด19 พื้นที่กทม. ว่า  จากกรณีที่ทางกระทรวงสาธารณสุข แจ้งว่าได้ให้วัคซีนกรุงเทพมหานคร (กทม.) มาแล้ว 1 ล้านโดส  ตามแผน เดือน มิ.ย. 64 นั้น กรุงเทพมหานครขอให้ข้อมูลดังนี้ 

1. ตามแผนการจัดสรรวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข กทม. ได้รับการแจ้งว่าจะได้รับการจัดสรร AstraZeneca  2.5 ล้านโดส  ซึ่งให้กทม.ไปทำแผนการฉีดให้สอดคล้อง 

2. สำหรับวัคซีนที่ใช้ในวันที่ 7-14 มิ.ย 64  กทม.ได้รับวัคซีน AstraZeneca จำนวน 350,000 โดส Sinovac 150,000 โดส

แบ่งการใช้วัคซีน AstraZeneca เป็น

- ระบบหมอพร้อม 181,400 โดส

- เข็มที่สอง 52,600 โดส

- ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง 8,000 โดส

- ประชาชนทั่วไป 100,000 โดส

- สำรองสำหรับควบคุมโรค 8,000 โดส

ส่วน Sinovac แบ่งการใช้เป็น

- เข็มที่สอง สำหรับการควบคุมโรค (พื้นที่ระบาดรุนแรง) 128,000 โดส

- ควบคุมโรคพื้นที่ระบาดใหม่ 26,000 โดส

3. การจองผ่านระบบหมอพร้อม เป็นการเปิดให้ รพ.ทุกแห่งในกรุงเทพฯ มาช่วยกันฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงที่เปิดพร้อมกันทั้งประเทศ ดังนั้น กทม. จึง ไม่ใช่ผู้ควบคุมและผู้ที่จัดสรรวัคซีน

ซึ่งในเดือน มิ.ย.นี้ ผู้ที่ลงหมอพร้อมในกรุงเทพฯ มีทั้งสิ้น 450,000 ราย

4. กทม.ยืนยันว่า  กทม.พร้อม  สถานที่พร้อม  บุคลากรพร้อม และหาก "วัคซีนพร้อม" ตามแผน กทม.พร้อมจะดำเนินการฉีดให้กับประชาชนทันที

 

*สามารถกดติดตาม และแชร์ข่าวสำนักข่าว Hfocus ที่ https://www.facebook.com/Hfocus.org

 

 

 

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม