ศบค.ย้ำนโยบายเปิดประเทศ เมื่อเข้าไทยแม้ฉีดวัคซีนโควิดครบโดส ยังต้องกักตัว 14 วัน

Fri, 2021-06-18 18:52 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

ที่ประชุม ศบค.ย้ำหลักการเปิดพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว เป็นไปตามกลุ่มประเทศที่ สธ.ระบุเสี่ยงปานกลาง-ต่ำ ต้องได้รับวัคซีนโควิด ตาม อย. หรือ WHO รับรอง แต่ต้องครบโดสแต่ละวัคซีนอย่างน้อย 14 วัน เมื่อมาถึงแล้วต้องอยู่ในที่พักอย่างน้อย 14 คืน แต่ถ้าน้อยกว่าต้องเป็นกรณีออกนอกประเทศไทยเท่านั้น ขณะที่นายกฯ เตรียมเปิด ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ คิกออฟ 1 ก.ค. ก่อนขยายพื้นที่อื่นๆ “เกาะสมุย-เกาะพงัน-เกาะเต่า”

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19(ศบค.) กล่าวว่า การเปิดพื้นที่นำร่องรับการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต และลำดับต่อไปคือ จ.สุราษฎร์ธานี ใน เกาะสมุย เกาะพงัน และเกาะเต่า ตามนโยบายเปิดประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. จะมีการนำร่องค่อยๆ เปิดพื้นที่ไป แต่จะเน้นในภูเก็ต เพราะมีความพร้อมมากกว่า แต่ต้องจัดสมดุลการป้องกันคนไทยจากการติดเชื้อกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ต้องมอง 2 มุม

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า หลักการเปิดพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว เราจะรับในกลุ่มประเทศที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ระบุว่า มีความเสี่ยงปานกลาง และต่ำ ต้องได้รับวัคซีนที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กำหนดไว้ 5 ชนิด คือ แอสตร้าเซนเนก้า ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม โมเดอร์น่า และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน หรือวัคซีนอื่นๆ เช่น ไฟเซอร์ หรือวัคซีนที่องค์การอนามัยโลกรับรองแล้ว แต่จะต้องได้รับครบโดสที่กำหนดของแต่ละวัคซีนอย่างน้อย 14 วัน เมื่อมาถึงแล้วต้องอยู่ในที่พักอย่างน้อย 14 คืน แต่ถ้าน้อยกว่า จะต้องเป็นกรณีกลับประเทศหรือออกนอกประเทศไทยเท่านั้น ต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อน 1 ครั้งใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางถึงไทย ระหว่างพำนัก 14 วันในพื้นที่ ต้องตรวจหาเชื้ออีก 2 ครั้ง คือ วันที่ 6-7 และ 12-13 ของการกักตัว

“สธ. กำหนดมาตรการกำกับ 3 ข้อ คือ 1.การจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการโควิด-19 เพื่อดูข้อมูลการติดเชื้อ การดูแลทรัพยากร ซึ่งต้องร่วมกันระหว่างสธ. การท่องเที่ยว และประชาสังคม 2.การเตรียมความพร้อมประชาชน ให้มีพื้นที่แสดงความคิดเห็น มีแผนการสื่อสาร ให้สอดคล้องกันทั้งจังหวัด และเมื่อเปิดได้ ก็ปิดได้ จึงมี 3.การเตรียมความพร้อม ทรัพยากรด้านสาธารณสุขให้เต็มที่ โดยพิจารณาการปิด คือ ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 90 รายต่อสัปดาห์ กระจายโรคในจังหวัดทั้ง 3 อำเภอมากกว่า 6 ตำบล และมีระบาดมากกว่า 3 คลัสเอตร์ ระบาดวงกว้าง หรือความเชื่อมโยงไม่ได้ หรืออัตราครองเตียงมากกว่า80% แสดงว่าสถานการณ์ไม่ดี ก็จะต้องลดกิจกรรมลง ระบบปิดเส้นทาง ไปจนถึงยุติแซนด์บ็อกภูเก็ต” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในวันที่ 1 ก.ค. ท่านผอ.ศบค. ก็คงได้ไปเยี่ยมชมและคิกออฟ เปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) จึงขอให้ทุกคนร่วมใจกัน เดินไปสู่การเปิดประเทศของเราตามนโยบายของท่านนายกฯ

“การติดเชื้อเป็นพัน ทำไมเรายังเปิดประเทศ แต่เรียนว่าไม่ใช่ประเทศเราประเทศเดียวที่ติดเชื้อ และเราอยู่ในอันดับที่ 78 ของโลก ประเทศอื่นที่ติดเชื้อสูงกว่าเรา เขาก็ขยับเข้าสู่ชีวิตวิถีใหม่แล้ว ฉะนั้นเราจะอยู่กันตรงนี้ แล้วทำให้การเรียนรู้ของเราเกิดประโยชน์มากที่สุด แต่ต้องป้องกันโรคและลดการสูญเสียให้มากที่สุด ที่ท่านนายกฯ บอกว่า มีความเสี่ยง ซึ่งเราต้องร่วมด้วยช่วยกัน นี่คือสิ่งท่านกำหนดเป้าหมายไว้ข้างหน้า เสียงตอบรับที่ผ่านมาว่า ดีมากๆ ทุกคนเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ เราต้องร่วมด้วยช่วยกันทุกกลไกของสังคม เพื่อให้ฟันเฟืองหมุนไปด้วยกัน สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม