คืบหน้า อสม.ฉีดวัคซีนโควิดเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัว

Fri, 2021-06-18 20:14 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

สบส.เผยความคืบหน้าการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด 19 ช่วง พ.ค.-มิ.ย. มี อสม.ได้รับวัคซีน118,560 คน เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า  ตั้งเป้าเดินหน้าลุยฉีดให้ครบ 1 ล้าน 5 หมื่นคนทั่วไทย ภายในเดือนกรกฎาคมนี้

 

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เผยว่า ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 ซึ่งมุ่งเน้นความสำคัญในการทำงานเชิงรุกในการป้องกันโรคโควิด 19 ในชุมชน โดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการลงพื้นที่ช่วยค้นหา เฝ้าระวังโรคในชุมชน ก็จะต้องได้รับการดูแลและสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคอย่างใกล้ชิดเฉกเช่นเดียวกับบุคลากรทางการแพทย์ในกลุ่มอื่นๆ  

 

ดังนั้น การฉีดวัคซีนโควิด 19 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้แก่พี่น้อง อสม.จึงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่จะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ โดยตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2564 มี อสม.ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด 19 เข็มแรก จากเดิม 79,167 คน เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 157,000 คน รวมเป็น 236,167 คน และเข็มที่ 2 จากเดิม 44,864 คน เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 73,696 คน รวมเป็น 118,560 คน (ข้อมูล : จากระบบฐานข้อมูล MOPH-I-C กลุ่มดิจิทัลสุขภาพ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 14 มิ.ย.64) 

จากการดำเนินการดังกล่าว เป็นการเพิ่มจำนวน อสม.ที่ได้รับวัคซีนจากเดิมเกือบ 3 เท่า และกระทรวงสาธารณสุขก็ได้ตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้กับ อสม. จนครบ 1 ล้าน 5 หมื่นคนทั่วประเทศ ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในการปฏิบัติหน้าที่ ให้เป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

     

“ขอให้ อสม.ทุกคน ลงพื้นที่ทำหน้าที่หมอประจำตัว 3 คน เพราะ อสม.ถือเป็นหมอประจำบ้านคนแรก ที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ออกให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจในเรื่องของวัคซีนที่ถูกต้อง รวมถึงความความปลอดภัยในการฉีดวัคซีน และแนะนำให้ประชาชนรับข้อมูลข่าวสารจากหน่วยของกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานของรัฐเพื่อความถูกต้องของข้อมูล พร้อมออกเชิญชวนประชาชนให้เข้ารับการฉีดวัคซีน เพื่อลดอาการรุนแรงของโรค และลดการเสียชีวิตได้” นพ.ธเรศ กล่าว   

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม