เปิดประเภทองค์กรรับการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์ม ระยะที่ 1 ครั้งที่ 1

Sat, 2021-06-19 10:27 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โพสต์เกี่ยวกับประเภทองค์กรที่ได้รีบการจัดสรรยื่นวัคซีน "ซิโนฟาร์ม" พบภาคกลุ่มองค์กรด้านการศึกษา และกลุ่มองค์กรการกุศล 100% รองลงมาภาควิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 82% และองค์กรด้านการแพทย์และสาธารณสุข 81%

 

เฟซบุ๊กราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โพสต์เกี่ยวกับประเภทองค์กรที่ได้รีบการจัดสรรยื่นวัคซีนซิโนฟาร์ม ระบุว่า

 

ประกาศการจัดสรรวัคซีนตัวเลือก ซิโนฟาร์ม ระยะที่ 1 ครั้งที่ 1 ให้กับองค์กรและบริษัทที่ยื่นความประสงค์เข้ามา ระหว่างวันที่ 14-15 มิถุนายน 2564 ตามประเภทธุรกิจ ความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจที่มีผลต่อการขับเคลื่อนประเทศ และพื้นที่ความเสี่ยง

 

ภาคองค์กรธุรกิจที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์มสูงสุด 4 อันดับแรกได้แก่

ภาคธุรกิจบริการด้านอุปโภคและบริโภค 17.42 %

ภาคอุตสาหกรรมและการผลิต 14.80 %

ภาคธุรกิจการเงิน 11.58 %

กลุ่มองค์กรด้านการแพทย์และการสาธารณสุข 10.82%

 

ภาคธุรกิจที่ได้รับการจัดสรรจากจำนวนที่ยื่นขอรับการจัดสรรสูงสุด 4 อันดับแรก ได้แก่

ภาคกลุ่มองค์กรด้านการศึกษา 100%

ภาคกลุ่มองค์กรการกุศล 100%

ภาควิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 82%

ภาคองค์กรด้านการแพทย์และสาธารณสุข 81%

 

องค์กรและบริษัทที่ได้รับการจัดสรรจะได้รับอีเมลแจ้งรหัสล็อกอินเข้าระบบ เพื่อทราบจำนวนวัคซีนที่ได้รับการจัดสรร วิธีการโอนเงิน รอบการจัดส่งวัคซีน และยืนยันสถานพยาบาลที่จะให้บริการฉีดวัคซีนแก่องค์กร

 

โปรดโอนเงินค่าวัคซีนเต็มจำนวน (รวมจำนวนที่บริจาค) ภายใน 3 วันหลังจากได้รับการยืนยันทางอีเมลจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หากไม่โอนเงินตามเงื่อนไข ราชวิทยาลัยฯ จะนำจำนวนวัคซีนนั้นไปจัดสรรต่อไป

 

สำหรับหน่วยงานราชการ / องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกลุ่มอื่นๆ รวมถึงองค์กร /บริษัทที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรในครั้งนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารและรายละเอียดเพื่อลำดับความสำคัญของกลุ่มผู้ที่จะได้รับการฉีดวัคซีน ตลอดจนลักษณะและความเสี่ยงของกิจกรรมและกิจการ โปรดติดตามประกาศในครั้งต่อไป

 

ประกาศ ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2564

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม