ข้อแตกต่าง “วัคซีนรัฐบาล” กับ “วัคซีนตัวเลือก”

Sun, 2021-06-20 16:34 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

 

ช่วงที่ผ่านมามีหลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่า วัคซีนรัฐบาล วัคซีนตัวเลือก ทั้งของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และของรพ.เอกชนที่กำลังดำเนินการนั้น มีตัวไหนที่สามารถจองและใช้บริการได้แล้วบ้างนั้น ล่าสุด “Hfocus” สรุปข้อมูลเพื่อความเข้าใจอย่างง่าย

 

สืบเนื่องจากนโยบายรัฐบาลที่เดินหน้าฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่ประชาชนทุกคนในประเทศไทย และตั้งเป้าฉีดให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 70 หรือประมาณ 50 ล้านคนในปี 2564 โดยต้องนำเข้าวัคซีนโควิด 100 ล้านโดสในปีนี้ และล่าสุดเปลี่ยนเป็นต้องได้ถึง 150 ล้านโดสในปี 2565

ซึ่งปัจจุบัน(ข้อมูล ณ วันที่ 20 มิ.ย.2564) มีการนำเข้ามาใช้ และมีการเจรจาเพื่อทำสัญญาซื้อขายรวม 6 ยี่ห้อ ได้แก่ ซิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และซิโนฟาร์ม ส่วนยี่ห้ออื่นๆ ยังอยู่ระหว่างทยอยยื่นเอกสาปรระเมินคำขอขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) มี วัคซีนสปุตนิค วี นำเข้าโดย บริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด และวัคซีนโควาซิน นำเข้าโดยบริษัทไบโอจีนีเทค จำกัด

อย่างไรก็ตาม เพื่อความเข้าใจว่าใคร หรือกลุ่มใด สามารถฉีดวัคซีนกลุ่มไหนได้ หรือมีช่องทางใดที่สามารถประสานหรือลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิดได้บ้างนั้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าว “Hfocus” ได้รวบรวมข้อมูลและสรุปเบื้องต้นเกี่ยวกับประชาชนกลุ่มไหนที่สามารถใช้วัคซีนแต่ละชนิด ดังนี้

 

** วัคซีนจากรัฐบาล

ข้อมูล ณ ปัจจุบันวันที่ 20 มิ.ย.2564 รัฐบาลได้นำเข้าและให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด19 จำนวน 2 ชนิด คือ วัคซีนซิโนแวก และวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า

-  เริ่มจากการฉีดวัคซีนโควิด19 ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 2564 โดยกลุ่มเป้าหมายแรก คือ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ด่านหน้า อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน

-  ต่อมาตามแผนฉีดวัคซีน มิ.ย.-ก.ค. ฉีดให้แก่ 2 กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ประกอบด้วย โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง เบาหวาน และโรคอ้วน ซึ่ง 2 กลุ่มนี้เมื่อรับเชื้อแล้วมีความเสี่ยงอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้

-  ระหว่างนั้นในช่วงเดือนเม.ย. มีการระบาดระลอกใหม่ขึ้น ทำให้หลังจากนั้นมีความจำเป็นต้องนำวัคซีนมาฉีดให้แก่ประชาชนทั่วไปในพื้นที่ระบาดหนัก โดยเฉพาะพื้นที่กทม.   โดยมีกรุงเทพมหานคร  สำนักงานประกันสังคม  ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)  11 สถาบันมาช่วยฉีดวัคซีน อีกทั้ง ยังมีศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ ฯลฯ

* ส่วนวัคซีนไฟเซอร์ และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ขณะนี้มีการเจรจาเตรียมนำเข้าประเทศไทย แบ่งเป็นวัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส และวัคซีนจอห์นสันฯ อีก 5 ล้านโดส แต่ปัจจุบันยังไม่มีการนำเข้ามา

   อย่างไรก็ตาม หากมีข้อสงสัยหรือสอบถามข้อมูลการลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิดของรัฐบาล ติดต่อ ดังนี้ 

-  หากเป็นส่วนภูมิภาคหรือต่างจังหวัด ติดต่อข้อมูลได้ผ่านทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของพื้นที่ตนเอง หรือสอบถามทาง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) หรือโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค  1422

-  หากเป็นพื้นที่กทม. ติดต่อทางกรุงเทพมหานคร หรือเว็บไซต์ไทยร่วมใจ https://www.xn--82c3a4adfy1rc3b.com/ 

-  ทั้งนี้ กรณีผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และบุคคลที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค ที่จองคิวผ่าน “หมอพร้อม” และถูกเลื่อนนัดหมายเฉพาะเดือน มิ.ย. 2564 หากท่านต้องการฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อ กรุณานัดหมายล่วงหน้าผ่านช่องทางต่อไปนี้

1. ติดต่อ Call Center > 02-792-2333

2. ลงทะเบียนผ่าน Google Forms > QR-Code ตามภาพ หรือ คลิกที่ https://forms.gle/649P1ddWKA9p9VaN9 จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับตามเบอร์โทรศัพท์ที่ท่านให้ไว้

เมื่อท่านนัดหมายเรียบร้อยแล้วจะได้รับ SMS ยืนยันเวลาไปรับวัคซีนพร้อมแจ้งสถานที่ฉีดวัคซีน ให้ท่านนำบัตรประจำตัวประชาชนและ SMS ที่ได้ไปแสดง ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ

หมายเหตุ: ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อไม่สามารถรับผู้ที่ Walk-in ได้ เนื่องจากจัดเตรียมวัคซีนตามจำนวนผู้ที่นัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น

 

** วัคซีนตัวเลือก “ซิโนฟาร์ม”

วัคซีนซิโนฟาร์ม เป็นวัคซีนตัวเลือกที่ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นผู้แทนในการจัดซื้อในนามรัฐ กับทางผู้ผลิต และนำเข้ามา โดยมีข้อกำหนดตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ซึ่งมีกฎหมายรองรับให้ดำเนินการได้ โดยกำหนดผู้ที่สามารถขอรับการจัดสรรวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม ต้องเป็น

-  องค์กรนิติบุคคล หรือหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ (องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น) องค์กรการกุศล และหน่วยงานเอกชน โดยการพิจารณาการจัดสรรในระยะที่ 1 ตามประเภทการดำเนินงานของหน่วยงาน (ความสำคัญด้านความมั่นคงทางสังคม เศรษฐกิจ และความเหลื่อมล้ำ) ระดับความเสี่ยงของโอกาสในการแพร่เชื้อให้กับสังคม และระดับความเสี่ยงโควิดบนพื้นที่ของทำเลที่ตั้งสถานประกอบการ

-  โดยวัคซีนที่ทางองค์กร หรือหน่วยงานตามข้อกำหนด ศบค. เมื่อได้รับการจัดสรรจากทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ต้องนำไปฉีดให้แก่บุคลากรหรือกลุ่มคนภายใต้หน่วยงาน หรือองค์กร โดยห้ามนำไปจำหน่ายหรือคิดมูลค่าใดๆ

-   องค์กรนั้นๆ ต้องประสานจัดหาโรงพยาบาลเพื่อรองรับการฉีดวัคซีนตัวเลือก โดยโรงพยาบาลดังกล่าวจะต้องได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาลให้บริการฉีดวัคซีนตัวเลือกกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เพื่อควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย โดยค่าบริการฉีดวัคซีนนั้น สถานพยาบาลสามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายได้กับองค์กร/หน่วยงานนั้นได้ แต่ห้ามเรียกเก็บจากผู้รับการฉีดเป็นอันขาด

-   องค์กรและบริษัทที่ตรวจสอบสถานะการจัดสรรวัคซีนที่ https://vaccine.cra.ac.th และได้รับการจัดสรรวัคซีนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับอีเมลเพื่อรับรหัส log in เข้าระบบลงทะเบียน โปรดตรวจสอบที่ Junk mail ของท่าน หรือหากไม่พบอีเมลจากราชวิทยาลัยฯ แจ้ง ศูนย์ประสานงานวัคซีนตัวเลือก “ซิโนฟาร์ม” ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์  ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โทร. 02576-6000 ต่อ 7016  

-  ณ ขณะนี้ไม่ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปทำการจองฉีดวัคซีนตัวเลือก “ซิโนฟาร์ม” หรือติดต่อสอบถามข้อมูลโครงการวัคซีนตัวเลือก "ซิโนฟาร์ม"  โทร.  02576-6833 - 35   

ซิโนฟาร์ม

** วัคซีนทางเลือกของ รพ.เอกชน

-  ณ ขณะนี้ยังไม่มีการนำเข้ามา และยังไม่เปิดให้ฉีดในรพ.เอกชน เบื้องต้นมีการพิจารณาว่า วัคซีนโมเดอร์น่า จะเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่มีกำลังจ่าย และจัดบริการโดยรพ.เอกชน ทั้งนี้ ยังไม่กำหนดชัดเจนว่าเข้ามาช่วงไหน แต่คาดว่าจะเข้ามาช่วงเดือน ต.ค. -ธ.ค. 2564

-  สำหรับการจองวัคซีนตัวเลือกของภาคเอกชนนั้น ขณะนี้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) ประกาศให้รพ.เอกชนรายใดต้องการโฆษณาหรือประกาศที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการวัคซีนโควิด 19 ยื่นคำขออนุมัติโฆษณาหรือประกาศให้ถูกต้องทุกครั้ง โดยโฆษณาหรือประกาศฯ ที่ผ่านการอนุมัติแล้ว ย่อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้รับบริการ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.)  ให้ข้อมูลว่า สำหรับวัคซีนตัวเลือกที่สถานพยาบาลเอกชนจะเข้ามาให้บริการฉีดวัคซีนโควิด 19 ย่อมส่งผลดีต่อพี่น้องประชาชนในการรับวัคซีนได้อย่างครอบคลุม และรวดเร็ว แต่เพื่อป้องปรามมิให้เกิดการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง และคุ้มครองประชาชนให้ได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพ มาตรฐานจากสถานพยาบาลเอกชน ในการโฆษณาหรือประกาศอันเป็นประโยชน์ทางการค้าของสถานพยาบาลจึงต้องขออนุมัติจากผู้อนุญาตเสียก่อน

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) 

ซึ่งในการโฆษณาจองวัคซีนโควิด 19 นั้น สบส.ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกำหนดแนวทางในการโฆษณาเบื้องต้นไว้ 5 ข้อ ดังนี้

1.วัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ที่จะโฆษณาต้องได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยา และได้รับการอนุมัติให้โฆษณายาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

2.โฆษณาหรือประกาศเกี่ยวกับสถานพยาบาล กรณีการจองวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ต้องยื่นขออนุมัติจากผู้อนุญาต ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 คือ สบส. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หากได้รับการอนุมัติแล้วจึงสามารถเผยแพร่โฆษณาได้

3.หากสถานพยาบาลมีการเรียกเก็บเงินมัดจำ หรือค่าใช้จ่ายใดๆ จากประชาชน หากไม่สามารถดำเนินการตามถ้อยคำที่ปรากฏในโฆษณา จะต้องคืนเงินมัดจำหรือค่าใช้จ่ายใดๆเต็มจำนวน

4.การกำหนดระยะเวลาในการฉีดวัคซีน ต้องกำหนดระยะเวลาให้ใกล้เคียงที่จะได้รับวัคซีนมาให้บริการจริงมากที่สุด เพื่อป้องกันมิให้ประชาชนเกิดความคาดหวังเกินจริงกับระยะเวลา และป้องกันมิให้ประชาชนต้องรอคอยเนิ่นนานจนเกินสมควร

5.ในการโฆษณาทุกครั้งต้องระบุข้อความ “รัฐบาลได้มีการจัดสรรวัคซีนโควิด 19 ให้กับประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย” และ “ส่วนการจองวัคซีนโควิด 19 ของสถานพยาบาลเอกชนเป็นทางเลือกหนึ่งที่ประชาชนสามารถเลือกรับบริการได้ แต่ต้องชำระค่าใช้จ่ายเอง” เพื่อให้ประชาชนได้พิจารณาตัดสินใจก่อนรับบริการ

ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี สบส. ให้ข้อมูลเพิ่มว่า ในช่วงที่ผ่านมานั้นการโฆษณาจองวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ของสถานพยาบาลเอกชน มิได้มีการขออนุมัติอย่างถูกต้อง กรม สบส.จึงต้องมีคำสั่งให้ระงับการโฆษณา ด้วยเนื้อหาของโฆษณาที่ยังไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัตินั้นอาจจะมีข้อความที่ไม่ถูกต้อง สร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน ประกอบกับที่ผ่านมาภาคเอกชนก็ยังไม่มีกำหนดเวลาของวัคซีนที่เข้ามาอย่างชัดเจน และบางครั้งก็มีการเก็บค่ามัดจำ/ค่าจองซึ่งเป็นภาระของภาคประชาชน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความคาดหวังเกินจริงและร้องเรียนภายหลังได้ ทั้งนี้ หากสถานพยาบาลเอกชนแห่งใดมีข้อคำถาม หรือต้องการคำแนะนำในการขออนุมัติโฆษณาหรือประกาศของสถานพยาบาล ก็สามารถติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่กองกฎหมาย   สบส.ผ่านสายด่วน 1426 หรือสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ ในวันและเวลาราชการ

 

Comments

Submitted by Mediummind on
มีแต่วัคซีนจีน เทคนิคคล้ายกันทางเลือกที่ไม่ใช่ทางเลือก แย่มาก

Submitted by Hellno on
รำคาญไอ้พวกอวยวัคซีนเมกา อังกฤษเป็นพระเจ้า ทั้งที่ WHO ก็รับรองทั้งซิโนแวค ซิโนฟาร์มว่าสามารถใช้ในการป้องกันโควิดได้ ป้องกันอาการป่วยรุนแรงได้ ยังจะพยายามด้อยค่า ดิสเครดิตกันไม่หยุดหยุดหย่อน ถ้าวัคซีนมันแย่จริงทำไมจีนคุมการระบาดได้ล่ะ แล้ววัคซีนอย่างโมเดอร์น่า ไฟเซอร์ จะตัวไหนมันก็มีผลข้างเคียงทั้งนั้น ฉีดแล้วก็มีคนตายเหมือนแอสตร้า ซิโนแวคน่ะแหละ หัดแง้มกะลาดูโลกบ้าง คนสิงคโปร์ยังบอกให้รัฐบาลตัวเองหาซิโนแวคมาร่วมฉีดเลย

Submitted by Mediummind on
ตลกคนในกะลา รับข่าวสารมาผิดๆ จากกลุ่มline โปรจีนเหลียดแเมริการัฐบาลสิงคโปร์ไม่ได้ให้Sinivac มาแทน prizer แชะแยกแยะคำว่าอวยจากการพูดความจริงนะอวยคือแบบที่กหมอผมขาวเป่านกหวีดและพวกตกยุคแบบคุณะนะแหละค่ะ

Submitted by Mediummind on
เการพิจารณา risk กับ benefit. คือการเอามาชั่ฃน้ำหนักกัน ถ้ามีผลข้างเคียงทุกตัวแต่ตัวหนึ่งมีประสอทธิภาพต่ำแบบ WHO รับรองคาบเส้นมันเหมืแนกันเหรอเหมือนบอกคนสอบได้90% มีข้อเสียกับคนสอบได้59% มีข้อเสีย คนพูความจริงคืออวย..น่าเศร้าใจกับคนไม่มี scientific. mind เถียงด้วยความจริงไม่ได้ก็ใช้การตวาดอำนาจนิมแบบไทยๆ

Submitted by Mediummind on
จีนใช้วิธีควบคุมปิดปนะเทศ ไม่ใช่วัคซีน ถ้าจีนมั่นใจ ในวัคซีนSino ต่างๆทำไมไม่ตอนนี้เปิดประเทศละ แล้วชิลี อินโด บราซิล ที่ฉีด sinivac เป็นหลักทำไมlock down รวมทั้งไทยฉีดมาสองเดือนแล้วตัวเลขตายลดลงไหม

Submitted by Mediummind on
จุดยืนราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ยังไม่ให้เอาปต่Sinovac เลย https://www.hfocus.org/content/2021/06/22054 คุณก็อย่าฉีดอย่างอื่นนะ ถ้าคิดว่าอะไรก็เหมือนๆกันนะแหละ

Submitted by Mediummind on
เหตุที่ไทยล้าหลังการศึกษาและเทคโนโลยี เพราะคนใช้ศรัทธาความเชื่อแบบยึดติด เชื่อแช้วเชื่อเลย ไม่ยอมปรับเปลี่ยนตามข่อมูล ใช้วิธีแถ กลัวเสียหน้าแบบคุณนี่แหละ

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม