รอรับ! วัคซีนไฟเซอร์ล็อตแรก 1.5 ล้านโดส เข้าไทยเช้า 30 ก.ค.นี้

Thu, 2021-07-29 14:19 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

กรมควบคุมโรคเผยวัคซีนโควิด “ไฟเซอร์” 1.5 ล้านโดสล็อตสหรัฐบริจาคให้ไทย อยู่ระหว่างขนส่ง คาดถึงประเทศไทยตี 4 วันที่ 30 ก.ค.64 เตรียมอบรมบุคลากรจุดฉีด รพ. ทั่วประเทศ ผ่านระบบออนไลน์ เหตุไฟเซอร์วิธีเก็บ ผสมวัคซีนแตกต่างจากวัคซีนซิโนแวคและแอสตร้าฯ โดยไฟเซอร์ 1 ขวดฉีดได้ 6 คน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 ก.ค. 2564 นพ.โอภาส การ์ยกวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงความคืบหน้าวัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐบริจาค 1.5 ล้านโดสให้ไทย ว่า สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐอเมริกาบริจาคให้ไทยจำนวน 1.5 ล้านโดส ขณะนี้ของอยู่บนเครื่องบินกำลังเดินทางมาถึงไทย คาดว่าจะถึงไทยประมาณเวลา 04.00 น.ของวันเช้าวันที่ 30 ก.ค. 2564 ซึ่งเมื่อมาถึงจะนำไปเก็บที่คลังวัคซีนที่กำหนด เพราะการเก็บวัคซีนไฟเซอร์ต้องเก็บในอุณหภูมิติดลบ 70 องศาเซลเซียล และจะมีการสอนวิธีการผสมการฉีดวัคซีน เพราะวัคซีนไฟเซอร์จะไม่เหมือนวัคซีนที่เราใช้ ไม่ว่าจะแอสตร้าฯ หรือซิโนแวคที่ดูดจากขวดและเก็บรักษาที่ 2-8 องศาเซลเซียลก็สามารถนำมาฉีดประชาชนได้ แต่วัคซีนไฟเซอร์ตัวนี้ต้องเก็บที่อุณหภูมิติดลบ 70 องซาเซลเซียส

จากนั้นจะขนส่งไปยังหน่วยฉีดเพื่อเก็บที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียล ซึ่งขั้นตอนเก็บ 2-8 องศาเซลเซียสนี้วัคซีนจะอยู่ได้ไม่นาน ประมาณ 4 สัปดาห์ เวลาเอาออกมาต้องรีบใช้ และการใช้จะแตกต่างกัน ต้องมีการผสมน้ำเกลือ เพราะเป็นวัคซีนเข้มข้น จึงต้องผสมน้ำเกลือ โดยต้องผสมให้ได้ตามสัดส่วนและดูดจากขวดใหญ่ไปฉีดให้ประชาชน โดย 1 ขวดจะฉีดได้ 6 คน ดังนั้น จึงต้องมีการเตรียมการ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรักษา การผสมวัคซีน การนัดหมายการฉีด จะมีการอบรมให้กับบุคลากรตามจุดฉีดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นรพ.ทั่วประเทศ ในวันพรุ่งนี้(30 ก.ค.) ในระบบออนไลน์

“เมื่อวัคซีนมา มีการอบรมเรียบร้อย มีการจัดกลุ่มเป้าหมายในการฉีด ซึ่งจะมีคณะกรรมการกำหนดว่าจะไปฉีดกลุ่มไหน โดยหลักการเบื้องต้นตามนโยบายได้รับความเห็นชอบจาก ศบค.เรียบร้อยแล้ว และจะมีการประกาศให้ประชาชนรับทราบว่า จะกระจายไปจุดไหน อย่างไร กลุ่มไหนบ้างในระยะต่อไป” นพ.โอภาส กล่าว และว่า ส่วนข่าวที่ว่าสหรัฐอเมริกาจะบริจาควัคซีนให้เพิ่มเติมนั้น มีความคืบหน้าในการหารือ แต่ขอรอประเทศสหรัฐยืนยันอีกครั้ง จะแจ้งข่าวให้ประชาชนทราบต่อไป

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม