ปลัด สธ. เผยเร่งฉีดวัคซีนในพื้นที่ต่างจังหวัดให้ครอบคลุม

Thu, 2021-07-29 19:22 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กำชับเร่งฉีดวัคซีนในพื้นที่ต่างจังหวัดครอบคลุมมากขึ้น ตั้งแต่ส.ค.เป็นต้นไป ตั้งเป้าฉีดใน 13 จังหวัดสีแดงเข้ม 70% ของประชากรกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม 7 โรคเสี่ยง หญิงตั้งครรภ์ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ และ อสม.

 

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมร่วมกับผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพต่างๆ ในประเด็น

การบริหารจัดการวัคซีนโควิด 19  ว่า การฉีดวัคซีนโควิด 19 ในช่วงนี้กระทรวงสาธารณสุข เน้นฉีดให้กับกลุ่มที่มีความเสี่ยง ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง และในจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง อาทิ ใน กทม. ปริมณฑล สมุทรสาคร เป็นต้น เพื่อควบคุมโรค 

 

ซึ่งในเดือนสิงหาคม การฉีดวัคซีนของ กทม. จะตามเป้าหมาย คือ ร้อยละ 50 ของประชากร และผู้สูงอายุ ร้อยละ 70 ต่อจากนี้จะเน้นการฉีดวัคซีนโควิด 19 ในพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้นเพื่อให้เกิดความครอบคลุม โดยให้ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพต่างๆ สำรวจและติดตามแผนการฉีดวัคซีนของแต่ละจังหวัดในเขตสุขภาพ  เพื่อให้กรมควบคุมโรคได้จัดสรรวัคซีนให้ตามคำขอ โดยกำหนดเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนใน 13 จังหวัด

สีแดงเข้มให้ได้ร้อยละ 70 ของประชากรเป้าหมาย ส่วนจังหวัดอื่นๆ ครอบคลุมร้อยละ 50 โดยเน้น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ ทั้งชาวไทย และต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน รวมถึงกลุ่ม อสม. 

 

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้แต่ละจังหวัดเป็นผู้บริหารจัดการฉีดวัคซีนให้ประชาชน ส่วนวัคซีนไฟเซอร์ที่กำลังเข้ามา จะกระจายไปให้กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ทุกจังหวัด และใน 13 จังหวัดสีแดงเข้มที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 และจะได้ติดตามผลการฉีดวัคซีนอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม