เปิด 3 กลุ่มจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ พร้อมรายละเอียดสัดส่วนเบื้องต้น 13 จังหวัด

Sat, 2021-07-31 15:34 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

เปิดรายละเอียดเกณฑ์การจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ 3 กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มแรก “บุคลากรการแพทย์ด่านหน้า” กลุ่มสอง “จัดสรรวัคซีน 13 จังหวัดเน้นผู้สูงอายุ – 7 โรคเรื้อรังอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป- หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป” รวม 641,760 โดส และกลุ่มสาม “ต่างชาติตามเกณฑ์กำหนด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2564 คณะทำงานด้านบริหารการจัดการให้บริการวัคซีนไฟเซอร์ ได้มีมติเรื่องเกณฑ์การจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ให้กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย

1.สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า ที่ดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด19 ทั่วประเทศที่เข้าเกณฑ์ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ คือ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานแผนกผู้ป่วยโควิด19 ได้แก่ แผนกผู้ป่วยนอก คลินิกทางเดินหายใจ ห้องฉุกเฉิน แผนกผู้ป่วยวิกฤต รพ.สนาม เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สอบสวนโรค เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในสถานที่กักกัน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในฮอสพิเทล หรือปฏิบัติงานข้องเกี่ยวกับภารกิจการดูแลผู้ป่วยโควิด 19 และมีชื่อปรากฏในฐานข้อมูลระบบกระทรวงสาธารณสุข(MOPH IC)ว่าได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มแล้ว อย่างน้อย 4 สัปดาห์ ระบุว่าเป็นกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ และยังไม่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มกระตุ้น

ส่วนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ไม่เข้าเกณฑ์ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ในล็อตนี้ ได้แก่ ได้รับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าครบ 2 เข็ม ได้รับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เข็มกระตุ้นเป็นเข็มที่ 3 แล้ว ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวค 1 เข็ม และแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็ม ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวคหรือแอสตร้าเซนเนก้ามาเพียง 1 เข็ม และได้รับการฉีดวัคซีนอื่นๆ

การดำเนินการการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ล็อต 1.5 ล้านโดสสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข จัดสรรเพื่อเป็นเข็มกระตุ้นเท่านั้น ไม่มีเริ่มเข็ม 1 สำรวจจำนวนผู้ต้องการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในแต่ละจังหวัดโดยดูจากจำนวนรายชื่อที่ส่งมาจากแต่ละโรงพยาบาล/จังหวัด การกระจายและจุดให้บริการวัคซีนไฟเซอร์ ใน 76 จังหวัดจะส่งไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อให้บริการที่โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป และรพ.ที่กำหนด ส่วนกรุงเทพมหานครประสานสำนักอนามัยเพื่อส่งวัคซีนหไปรพ.รัฐและเอกชนที่กรมควบคุมโรคกำหนด และให้รพ.แต่ละแห่งแสดง/ประกาสจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ต่อสาธารณชนเพื่อความโปร่งใส

(ข่าวเกี่ยวข้อง : “หมอสุระ” เผยสาเหตุเกณฑ์ให้วัคซีนไฟเซอร์ บุคลากรการแพทย์ด่านหน้าเฉพาะบูสเตอร์ โดส)

 

ภาพโดย x3 จาก Pixabay 

2.เกณฑ์การจัดสรรวัคซีนในแต่ละจังหวัดสำหรับกลุ่มเสี่ยงใน 13 จังหวัด โดยจะพิจารณาจากปัจจัย ดังนี้ จำนวนผู้สูงอายุที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน มีเป้าหมายการฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุให้มีความครอบคลุม คือ กรุงเทพฯ เป้าหมาย 80% จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวดอื่นๆ 12 จังหวัด เป้าหมายประมาณ 70 % ซึ่งวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรสามารถฉีดให้ได้ตามกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มโรคเรื้อรัง7กลุ่มโรคอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป และหญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ยอดรวมจำนวน 641,760 โดส

โดยจำนวนจัดสรรเบื้องต้น

1.กรุงเทพฯ 68,640โดส

2.นนทบุรี 75,360 โดส

3.สมุทรปราการ 51,360โดส

4.สมุทรสาคร 21,600 โดส

5.ปทุมธานี 37,920โดส

6.นครปฐม 62,880 โดส

7.พระนครศรีอยุธยา 63,840โดส

8.ชลบุรี 74,400โดส

9.ฉะเชิงเทรา 42,720โดส

10.ปัตตานี 29,760 โดส

11.นราธิวาส 31,200 โดส

12.ยะลา 19,200 โดส

13.สงขลา 62,880 โดส

 

3.เกณฑ์การจัดสรรสำหรับชาวต่างชาติ เป็นชาวต่างชาติผู้มีถิ่นพำนักในประเทศไทย เน้นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป และหญิงตั้งครรภ์ และผู้เดินทางไปต่างประเทศที่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนไฟเซอร์

ขั้นตอนลงทะเบียน ลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงการต่างประเทศwww.expatvac.consular.go.th เริ่มตั้งแต่ 1 ส.ค. 2564 ตรวจสอบตัวตนและเอกสารโดยกระทรวงการต่างประเทศ และจะใส่ชื่อลงระบบwhitelists และประสานไปยังรพ.หรือหน่วยบริการฉีดวัคซีนเพื่อยืนยันวันที่รับการฉีดวัคซีน รับการฉีดวัคซีนที่รพ./สถานพยาบาลตามนัดหมาย ซึ่งขั้นตอนการดำเนินงาน กรมควบคุมโรคจะดำเนินงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศจะสำรวจจำนวนชาวต่างชาติในจังหวัดต่างๆและส่งยอดความต้องการวัคซีนมาที่กรมควบคุมโรค

 

ข่าวเกี่ยวข้อง :

CDC สหรัฐฯ ออกใบกำกับให้วัคซีนไฟเซอร์ ผสมน้ำเกลือ ก่อนใช้งานจริง

เปิดรายชื่อคณะทำงานบริหาร พิจารณาจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์

*สามารถกดติดตาม และแชร์ข่าวสำนักข่าว Hfocus ที่ https://www.facebook.com/Hfocus.org

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม