“อนุทิน” ดัน รพ.สต.ทั่วประเทศปลูกฟ้าทะลายโจร หวังทางเลือกช่วยผู้ป่วยโควิด19

Sat, 2021-08-07 13:55 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

"อนุทิน" ปลูกฟ้าทะลายโจร จ.อุทัยธานี ดัน รพ.สต.ปลูกทั่วประเทศ เพิ่มซัพพลายเป็นยาทางเลือกช่วยผู้ป่วยโควิด 19 สกัดพ่อค้ากักตุนหาผลประโยชน์ เผยแผนส่งมอบต้นกล้าฟ้าทะลายโจร 3 สายพันธุ์ ช่วง ส.ค.-ก.ย.2564 จำนวน 828,500 ต้น มอบให้แก่สหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ 8 จังหวัด “อุทัยธานี นครสวรรค์ พิจิตร เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ กาฬสินธุ์ ศรีสะเกษ และสงขลา”

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ ต.ระบำ อ.ลานศักดิ์ จ.อุทัยธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานพิธีเปิด (Kick Off) โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร (ฟ้าทะลายโจร) สู้ภัยโควิด 19 ของสมาชิกสหกรณ์อุทัยธานี พร้อมมอบต้นกล้าฟ้าทะลายโจรให้ รพ.สต.ใน 8 อำเภอ และร่วมปลูกฟ้าทะลายโจร 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์พื้นเมือง สายพันธุ์พิษณุโลก 5-4 และสายพันธุ์พิจิตร 4-4 ซึ่งให้สารแอนโดรกราโฟไลด์สูง

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า ในระยะแรกที่ติดเชื้อโควิดยังไม่มีอาการมาก ฟ้าทะลายโจรช่วยระงับอาการ ยิ่งในคนสุขภาพปกติก็ช่วยหายจากอาการเจ็บป่วย ฟ้าทะลายโจรจึงมีความสำคัญมาก และอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติแล้ว รพ.ต่างๆ นำมาใช้และเบิกจ่ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ และจากข่าวฟ้าทะลายโจรช่วยป้องกันโควิด ทำให้เกิดการกักตุน และตื่นตระหนกว่าจะขาดตลาด เราต้องไม่ทำให้เกิดขึ้น ประเทศไทยมีแต่ข่าวร้ายมาตลอด เราเพิ่งมีข่าวดีลบความตระหนก จึงต้องทำให้มั่นใจว่าเมื่อเจ็บป่วย เรามียาและเวชภัณฑ์พร้อม

นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้จึงมาร่วมกันปลูกฟ้าทะลายโจร เพื่อทำลายการกักตุน ทำให้อุปทานหรือซัพพลายมีมากขึ้น มีผลิตภัณฑ์มากขึ้น ป้องกันพ่อค้านายทุนที่ไม่คิดถึงความเดือดร้อนประชาชนหมดโอกาสทำรายได้หวังผลประโยชน์จากการกักตุน ทั้งนี้ การปลูกไม่ใช่เรื่องยาก มีกรมวิชาการเกษตรให้แนวทางการปงูกคุณภาพ นำไปตากบดทำแคปซูลให้คนรับประทาน เป็นสิ่งที่ชาวบ้านเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น รักษาผู้ป่วยได้ด้วย

"จะน่าอับอายมากถ้าต้องนำเข้ายาฟ้าทะลายโจร เพราะเราเป็นประเทศเกษตรกรรม มีความสามารถพัฒนาพืชพันธุ์ ฟ้าทะลายโจรก็ชื่อไทยมาก จะปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้ ฟ้าทะลายโจรต้องอยู่ในประเทศไทย หากนำเข้าคือความล้มเหลว ฝาก รมช.เกษตร และเกษตรกร ขอให้รักษาความขลังของพืชฟ้าทะลายโจรให้มีอุปทานในตลาดมากที่สุด" นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวว่า สำหรับการนำมาใช้ เนื่องจากเป็นยามีสรรพคุณดี ขอให้ใช้ตามคำแนะนำหรือปรึกษาแพทย์ว่าควรรับประทานวันละกี่เม็ด และขอให้ประชาชนทั่วประเทศร่วมกันปลูกฟ้าทะลายโจร เพื่อไม่ให้ขาดตลาด นอกจากนี้ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกจะให้ความรู้ในการใช้ และร่วมกับกรมวิชาการเกษตรในการสนับสนุนการปลูก โดย สธ.มอบพันธุ์กล้าให้ รพ.สต.เอาไปปลูกในพื้นที่ ระ.สต.เพื่อให้ซัพพลายมสกขึ้น ลดกังวลการขาดตลาด

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในช่วงโควิดไม่สามารถปลูกพืชผักต่างๆ ได้ ก็เอาฟ้าทะลายโจรมามดแทนในพื้นที่ ซึ่งสหกรณ์มีสมาชิดมากมาย แปลงนี้เป็นแปลงทดลองถ้าประสบความสำเร็จ สหกรณ์ต่างๆ ก็ตัดไปชำได้ เป็นการกระจายให้เกษตรกรทั่วไปถึงประชาชนมากขึ้น วันนี้เราแจกฟ้าทะลายโจร 1 แสนต้นให้กับพี่น้องในการที่มีคิวอาร์โคดของกรมวิชาการเกษตร ถือเป็นการเปิดฤกษ์ในการปลูกฟ้าทะลายโจร พยายามให้ไปทุกจังหวัดในประเทศไทย และมีประมาณ 20 จังหวัดยื่นมาขอปลูก เราไ ได้ปงูกในสหกรณ์อย่างเดียว เรสก็จะไปมอบให้ รพ.สต. และพันธุ์ที่กรมวิชาการเกษตรพัฒนาค่อนข้างขาดตลาดและต้องการมาก

"เรื่องผลผลิตนั้นเป็นไปไม่ได้ที่บอกว่าพอปลูกอะไรไป 1-2 ปีแล้วล้นตลาด แต่ความต้องการมากขึ้น และเนื่องจากมีสรรพคุณมากมาย อาจส่งออกได้มากของไทย ขอให้มีคุณภาพถูกต้องตามหลัก อย่างการปลูกของสหกรณ์เรามีกรมวิชาการเกษตร กรมการแพทย์แผนไทยฯ มาดูดิน สารเคมีต่างๆ ว่ามีหรือไม่ เมืาอมีควาใบริสุทธิ์ก็เป็นที่ต้องการของตลาด" น.ส.มนัญญากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปี 2564 มีแผนการส่งมอบต้นกล้าฟ้าทะลายโจร 3 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์พิจิตร 4-4 , สายพันธุ์พิษณุโลก 5-4 และสายพันธุ์พื้นเมือง ช่วง ส.ค.-ก.ย.2564 จำนวน 828,500 ต้น ให้แก่สหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี นครสวรรค์ พิจิตร เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ กาฬสินธุ์ ศรีสะเกษ และสงขลา พื้นที่ปลูกจังหวัดละ 10 ไร่ รวมพื้นที่ปลูก 80 ไร่ แบ่งเป็นส.ค. 449,500 ต้น และ ก.ย. 379,000 ต้น

 

*สามารถกดติดตาม และแชร์ข่าวสำนักข่าว Hfocus ที่ https://www.facebook.com/Hfocus.org

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม