ปลัด สธ.ยันรัฐบาลไม่ปิดกั้นเอกชนนำเข้าวัคซีนโควิด 19

Sun, 2021-08-22 18:28 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยันรัฐบาลไม่ปิดกั้นเอกชนนำเข้าวัคซีนโควิด 19 อย.พร้อมอำนวยความสะดวกเปิดช่องทางในการขอขึ้นทะเบียน หากเอกสารครบพิจารณาภายใน 30 วัน

เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2564 นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการนำเข้ายาหรือวัคซีนจากต่างประเทศ ว่า รัฐบาลไม่เคยปิดกั้นภาคเอกชนในการนำเข้าวัคซีนโควิด 19 สำหรับกรณีเอกชนที่ต้องการนำเข้าวัคซีนโควิด 19 เช่น โรงพยาบาลเอกชน ต้องมายื่นเป็นผู้รับอนุญาต นำหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักรก่อน จากนั้นจึงยื่นขอขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด 19 อีกครั้ง ซึ่งเป็นไปตามหลักปฏิบัติสากล เนื่องจากผู้รับอนุญาตนำเข้าต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อคุณภาพและความปลอดภัยของวัคซีนที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า สำหรับเอกชนรายใดประสงค์จะนำเข้าวัคซีนโควิด สามารถดำเนินการได้ยื่นขอเป็นผู้รับอนุญาตนำเข้าวัคซีนมาขึ้นทะเบียนได้ที่ อย. เพื่ออำนวยความสะดวกทาง อย.ได้ระดมสรรพกำลังและเร่งดำเนินการพิจารณาประเมิน ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย ประสิทธิผลและการบริหารจัดการความเสี่ยงของวัคซีน หากส่งเอกสารครบถ้วนตามที่กำหนดจะใช้เวลาในการพิจารณาไม่เกิน 30 วัน

ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุมัติทะเบียนวัคซีนโควิด 19 แล้ว จำนวน 6 รายการ ได้แก่ วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า นำเข้าโดยบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด, วัคซีนโคโรนาแวค ของบริษัท ซิโนแวค ไลฟ์ไซเอ็นซ์ จำกัด นำเข้าโดยองค์การเภสัชกรรม , วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน นำเข้าโดยบริษัท แจนเซ่น ซีแลค จำกัด, วัคซีนโมเดอร์นา นำเข้าโดยบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด, วัคซีนของซิโนฟาร์ม นำเข้าโดยบริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด และวัคซีนโคเมอร์เนตีของไฟเซอร์ นำเข้าโดย บริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทย จำกัด (ข้อมูล ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2564)

ผู้ที่ต้องการขึ้นทะเบียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพหรือวัคซีนในช่วงที่มีการระบาดของโควิด 19 สามารถรับบริการหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน OSSC หมายเลข 02 -5907606 และ 02- 1148181 ,แอพพลิเคชั่นไลน์ : @OSSC_FDA , อีเมล : OSSC@fda.moph.go.th หรือลงทะเบียนใช้บริการคำปรึกษาออนไลน์ผ่านระบบ E-consult ได้ที่ลิงค์ http://privus.fda.moph.go.th

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม