“หมอสุภัทร” ลั่นเมื่อไม่จบ พร้อมสู้! หลัง อภ.ยื่นร้อง ป.ป.ช. ฟ้องปมชุดตรวจ ATK

Tue, 2021-08-31 15:58 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

ประธานชมรมแพทย์ชนบท เตรียมหารือ “หมอเกรียงศักดิ์-หมออารักษ์” หลังถูก อภ. ร้อง ป.ป.ช. ยืนยันทำถูกต้อง เพราะปกป้องสิทธิประชาชนให้ได้รับการตรวจโควิดด้วย ATK คุณภาพ ย้ำยังเดินหน้าตรวจสอบประสิทธิภาพต่อไป ดึงผู้เชี่ยวชาญร่วมดำเนินการ

เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2564 นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวภายหลังโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวกรณีขอบคุณองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ที่ยังไม่ยอมจบ เรื่อง ATK โดยกล่าวว่า ในเย็นวันนี้ (31 ส.ค.) ตนจะมีการหารือร่วมกับ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกุลเกียรติ ผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา และ นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล ผ่านระบบออนไลน์ถึงแนวทางการดำเนินการจากนี้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป หลังจาก อภ. ยื่นป.ป.ช. ตรวจสอบ พฤติกรรมของ นพ.เกรียงศักดิ์ และ นพ.อารักษ์ ในฐานะคณะทํางานกําหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กระทําผิดต่อพ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 กรณีชุดตรวจโควิด-19 ประเภท Antigen Test Kits จํานวน 8.5 ล้านชุด

“ แม้ว่าครั้งนี้ อภ. จะดำเนินการเป็นรายบุคคลและไม่เกี่ยวข้องกับแพทย์ชนบท แต่เนื่องจากทั้ง 2 ท่านทำงานกับชมรมแพทย์ชนบทมานาน และเรามองว่า การกระทำของทั้งสองเป็นเรื่องที่ถูกต้องในการปกป้องประชาชน เรื่องชุดตรวจโควิดที่ต้องมีประสิทธิภาพ ซึ่งจริงๆ เมื่อ อภ.ลงนามทำสัญญาจัดซื้อชุดตรวจดังกล่าวไปแล้ว คงห้ามไม่ได้ แต่เราตั้งทีมเพื่อตรวจสอบการใช้งาน ตรวจสอบประสิทธิภาพ โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญ และจากโรงเรียนแพทย์มาช่วย ซึ่งขณะนี้กำลังทาบทามอยู่ ทำคล้ายๆมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคที่มีการสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดว่า ได้ประสิทธิภาพหรือไม่ เราก็จะทำลักษณะนี้” นพ.สุภัทร กล่าว

นพ.สุภัทร กล่าวว่า ส่วนที่ทาง นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.อภ.ไปยื่นเรื่องต่อง ป.ป.ช.นั้น ตนยังไม่แน่ชัดว่า เป็นการยื่นส่วนบุคคล หรือยื่นในนามองค์การเภสัชกรรม หากยื่นในนามองค์การฯ ทางบอร์ด อภ. หรือท่านประธานบอร์ด ทราบเรื่องนี้หรือไม่อย่างไร

(ข่าวเกี่ยวข้อง : “หมอวิฑูรย์” ยอมรับยื่นเรื่อง ป.ป.ช. ฟ้อง “หมอเกรียงศักดิ์-หมออารักษ์” ปม ATK)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท โพสต์เฟซบุ๊ก นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ว่า ขอบคุณหมอวิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.อภ.นะ ที่ทำให้เรื่อง ATK นี้ไม่จบ ทั้งๆที่ผมและแพทย์ชนบทกำลังจะจบเรื่องนี้แล้วเชียว

เมื่อวาน 30 สิงหาคม 2564 องค์การเภสัชกรรม (อภ.) และบริษัท world medical alliance ลงนามในสัญญาจัดซื้อ ATK 8.5 ล้านชุด ท่ามกลางเสียงคัดค้านและความไม่มั่นใจของสถานบริการและบุคลากรทางการแพทย์ นั่นก็ว่ากันไป ชมรมแพทย์ชนบทก็ตั้งใจไว้แล้วว่า เราจะตรวจสอบกันแบบแฟร์ๆ เอางานวิชาการมาพิสูจน์ จึงได้เชิญอาจารย์ นักวิจัย นักระบาด มาทำการศึกษา ยอมเลิกแนวคิดการตรวจสอบด้วย 60 องค์กรในเครือข่ายแพทย์ชนบท โดยจะให้อิสระทีมวิจัยได้วางวิธีวิทยา รวมทั้งการขออนุญาตผ่านคณะกรรมการจริยธรรมอย่างตรงไปตรงมา ทำให้งานวิจัยนี้คงใช้เวลาสองสามเดือนเป็นอย่างน้อย

ชมรมแพทย์ชนบทตั้งใจแล้วว่าจะจบเรื่องนี้แบบใช้วิชาการมาพิสูจน์ เราไม่คิดจะฟ้อง ปปช. ฟ้อง สตง. ฟ้องศาลปกครอง หรือแม้แต่ปฏิบัติการกับรัฐบาล ศบค.และ รมต.อนุทิน ที่ละเลยการแก้ปัญหาเรื่องนี้ปล่อยให้องค์การเภสัชกรรมลดสเป็คโดยไม่ลดราคากลาง จนคนไทยได้ของถูกราคาแพง

แต่แล้ว นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ก็ดันดำเนินการยื่นเรื่องต่อ ปปช.ให้ตรวจสอบความผิดของคณะทํางานกําหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่มี นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ และ นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ เป็นคณะอนุกรรมการ กล่าวหาว่าทำผิดกฏหมายด้วยการล็อคสเป็ค เพื่อแก้เกี้ยวที่องค์การเภสัชไปลดสเป็คโดยไม่ลดราคากลางจนทำให้ประมูลได้ของถูกราคาแพง

การฟ้องร้องต่อ ปปช.ครั้งนี้เป็นการกระทำในนาม ผอ.องค์การเภสัชกรรมที่บอร์ดองค์การเภสัชกรรม โดยประธานบอร์ดคือ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต เห็นชอบแล้วหรือ น่าจะเป็นการดำเนินการในฐานะส่วนตัวมากกว่าไหม ฝากทางบอร์ดองค์การเภสัชให้ความกระจ่างด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะดำเนินการในนามส่วนตัวหรือองค์การเภสัชกรรม ผมเองและชมรมแพทย์ชนทต้องขอขอบคุณนายแพทย์วิบูลย์ ด่านวิบูลย์อย่างสูง ที่ช่วยทำให้เรื่องที่กำลังจะจบนี้ไม่จบ และช่วยทำให้ชมรมแพทย์ชนบทและเครือข่ายคึกคักมีแรงฮึดอีกครั้งที่จะขุดคุ้ยเรื่องนี้ต่อไปอย่างเต็มกำลัง ช่วยทำให้ผมเองมีพลังที่จะตลุยเรื่องนี้ให้ความจริงปรากฏ

จุดเริ่มต้นของมหากาพย์ทุจริตยาภาค 2 กำลังจะเริ่มแล้วเพราะ นพ.วิฑูรย์เอง ขอบคุณจากใจอีกครั้ง ที่คุณหมอวิฑูรย์ทำให้เรื่องนี้ไม่จบ

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ

31 สิงหาคม 2564

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม