ศปก.สธ. เห็นชอบสูตรหลักวัคซีนไขว้ - แจงรายละเอียดคนติดเชื้อแล้ว 1-3 เดือนต้องฉีดวัคซีนอย่างไร

Fri, 2021-09-03 16:53 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขฯ เห็นชอบฉีดวัคซีนโควิด “ซิโนแวค-แอสตร้าฯ” เป็นสูตรหลัก , แอสตร้าฯ - ไฟเซอร์ เริ่มใช้เดือนหน้า ส่วนคนฉีดซิโนแวค 2 เข็ม บูสเตอร์ด้วยแอสตร้าฯ เป็นหลัก กรมควบคุมโรคอยู่ระหว่างพิจารณาเกณฑ์ให้เข็ม 3 ปชช. พร้อมเผยรายละเอียดคนติดเชื้อมาแล้ว 1-3 เดือน ทั้งที่เคยฉีดและไม่เคยฉีด ฉีดกระตุ้นด้วยแอสตร้าฯ หรือไฟเซอร์

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2564 นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวถึงการฉีดวัคซีนโควิดสูตรไขว้ ว่า วันที่ 2 ก.ย. ประเทศไทยฉีดวัคซีน 34,292,537 โดส เป็นเข็มแรก 24,524,140 ราย คิดเป็น 34% ของประชากร รับครบ 2 เข็ม 9,152,799 ราย คิดเป็น 12% ของประชากร เมื่อวานวันเดียวฉีด 865,074 โดส ระยะนี้ส่วนใหญ่เป็นเข็ม 2 เนื่องจากครบกำหนดรับแอสตร้าเซนเนก้าเข็มสองหลังจากฉีดมาตั้งแต่ มิ.ย. จะเห็นว่าการรับวัคซีนช่วงนี้มีอัตราฉีดเร็ว ประชาชนร่วมมืออย่างดี ทำให้สร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับการฉีดสูตรไขว้ วันนี้การประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคโควิด 19 (ศปก.สธ.) ที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน ประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุข อาศัยคำแนะนำจากคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ที่ประชุมวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา และอาศัยข้อมูลวิชาการใหม่ๆ ผลศึกษาวิจัยในต่างประเทศและในประเทศไทย ได้อนุมัติสูตรการฉีดวัคซีนโควิด 19 ของประเทศไทย ดังนี้

1.ซิโนแวคตามด้วยแอสตร้าเซนเนก้า ห่าง 3-4 สัปดาห์ เป็นสูตรหลักของประเทศไทยระยะนี้ กลุ่มเป้าหมายอายุ 18 ปีขึ้นไป

2.แอสตร้าเซนเนก้าตามด้วยไฟเซอร์ ห่าง 4-12 สัปดาห์ สำหรับอายุ 18 ปีขึ้นไป จะมีการใช้แพร่หลายในเดือน ต.ค. เมื่อมีวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งเราสั่งซื้อถึงกำหนดส่งมอบปลายเดือนนี้ และจะเข้า ต.ค.-ธ.ค.ประมาณเดือนละ 10 ล้านโดส อย่างไรก็ตาม สูตรนี้มีการใช้บ้าง เนื่องจากมีไฟเซอร์เหลือจำนวนหนึ่งไม่มากหลังฉีดบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าแล้ว มาให้กับกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ โรคประจำตัวเรื้อรัง ที่ฉีดแอสตร้าฯ เข็มแรกเมื่อ มิ.ย.และเริ่มครบกำหนดฉีดเข็มสอง มาถึง รพ.ที่มีไฟเซอร์ สามารถฉีดแทนแอสตร้าฯ ได้

และ 3. กรณีซิโนแวค 2 เข็ม รับกระตุ้นด้วยแอสตร้าฯ เข็ม 3 ระยะห่าง 4 สัปดาห์หลังฉีดซิโนแวคเข็มสอง ซึ่งตรงนี้อาศัยข้อมูลวิชาการ และพิจารณาจำนวนวัคซีนที่มีในแต่ละระยะเพื่อมาแนะนำในการฉีด การออกสูตรวันนี้เพื่อเป็นแนวทางให้ รพ.ต่างๆ นำไปใช้ในทิศทางเดียวกัน เกิดความมั่นใจประสิทธิภาพป้องกันโรคได้ดี

“สำหรับสูตรซิโนแวค-แอสตร้าเซนเนก้า ข้อมูลศูนย์วิจัยคลินิกศิริราช กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศูนย์เชี่ยวชาญไวรัสวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาความปลอดภัยและการตอบสนองภูมิคุ้มกันมีความสอดคล้องกันคือ ภูมิคุ้มกันสูงสู้เดลตาได้ในระยะเวลารวดเร็ว” นพ.โสภณ กล่าว

เมื่อถามถึงการฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 ให้ประชาชนจะมีเกณฑ์พิจารณาอย่างไร นพ.โสภณ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาซึ่งจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ น่าจะเริ่มจากคนที่อาจติดเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรง ซึ่งถ้าเรียงตามระบบเดิม คนที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคเมื่อเดือน มี.ค.-พ.ค. ก็เป็นกลุ่มเสี่ยงคือ ผู้มีโรคประจำตัว อาจจะมีบ้างที่เป็นผู้สูงอายุ แต่ส่วนใหญ่ในช่วงนั้นผู้สูงอายุฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ

นพ.โสภณ กล่าวถึงกรณีคนที่เคยติดเชื้อหรือหายป่วยจากโควิด 19 แล้วหลายแสนคน คณะกรรมการเห็นตรงกันว่า หลังจากที่หายป่วยแล้ว 1-3 เดือน ให้ฉีดวัคซีนกระตุ้น 1 เข็มให้เกิดภูมิสูงขึ้นป้องกันติดเชื้อซ้ำ แนะนำฉีดด้วยแอสตร้าฯ หรือไฟเซอร์ หากเกิน 3 เดือนให้ฉีดโดยเร็ว ซึ่งรวมถึงกลุ่มที่ติดเชื้อแต่ยังไม่เคยรับวัคซีนหรือรับไม่ครบ 2 เข็ม หรือรับ 2 เข็มแต่ไม่ถึง 2 สัปดาห์ถือว่าภูมิยังไม่ขึ้น ก็ให้ฉีดกระตุ้นด้วย ส่วนคนที่ฉีด 2 เข็มเกิน 2 สัปดาห์แล้วติดเชื้ออาการน้อยไม่ต้องฉีดกระตุ้น

ข่าวเกี่ยวข้อง : สธ.เตรียมปรับวัคซีนไขว้ “แอสตร้าฯ” เข็มแรก และ “ไฟเซอร์” เข็ม 2 หลังอีก 3-4 เดือนปริมาณเพิ่มขึ้น

 

 **สามารถกดติดตาม และแชร์ข่าวสำนักข่าว Hfocus ที่ https://www.facebook.com/Hfocus.org

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม