“อนุทิน” ปัดไม่รู้กรณีกระแสข่าวยุบ “ศบค.” ยกเลิกพรก.ฉุกเฉินฯ หากจริงต้องคุยหลายฝ่าย

Mon, 2021-09-06 19:19 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

รองนายกฯ-รมว.สธ. เผยกรณีกระแสข่าวยุบศบค. ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และใช้พ.ร.บ.โรคติดต่อฯแทน ว่ายังไม่ทราบเรื่อง หากมีจริงต้องคุยหลายฝ่าย ขณที่กระทรวงสาธารณสุขทำได้แค่ป้องกันควบคุม เฝ้าระวัง รักษา ดูแล ส่วนกรณีอื่นจะไปเฝ้าชายแดน จับผับบาร์ผิดกฎหมายคงไม่ได้

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 6 ก.ย. 2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่าจะมีการยุบ ศบค. ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และให้ใช้พ.ร.บ.โรคติดต่อในการควบคุมโรคโควิด – 19 โดยจะมีการหารือกันในวันที่ 10 ก.ย. ว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องนี้เลย เพิ่งทราบจากข่าวเช่นกัน ที่ผ่านมายังไม่ได้มีการคุยแต่อย่างใด หากมีเรื่องนี้ต้องคุยกันหลายฝ่าย กระทรวงสาธารณสุขทำได้แค่ป้องกัน ควบคุม เฝ้าระวัง รักษา ดูแล ทำได้แค่นี้ ส่วนมติอื่น จะให้ไปไล่เฝ้าชายแดน หรือไล่จับผับบาร์ผิดกฎหมาย เกินความสามารถที่จะทำได้ ต้องดูองค์ประกอบก่อน

เมื่อถามว่าหากยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินจะทำให้กระทรวงสาธารณสุขทำงานยากขึ้นหรือไม่ ต้องหาวิธี ต้องคุยกันก่อน อย่างที่บอกว่ากระทรวงสาธารณสุข มีขอบข่ายในการทำงาน เรื่องรักษาส่งมาได้ แต่เรื่องที่ต้องใช้หน่วยงานความมั่นคงไม่ไม่ใช่สิ่งที่ถนัด

เมื่อถามย้ำว่าจะมีการคัดค้านการยุบ ศบค.หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องหารือกันก่อน ต้องฟังดูว่าทำไมต้องยุบ อะไร อย่างไร ปัญหาอุปสรรคเป็นอย่างไร จะมีการสนับสนุนแค่ไหน เรื่องงานไม่เกี่ยงหรอก แต่ว่าต้องบูรณาการกันได้ ที่ผ่านมาเนื่องจากมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นอาจจะไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรหากเป็นกระทรวง สาธารณสุขเป็นผู้สั่งการ จึงจำเป็นต้องมีศบค. นายอนุทิน กล่าวว่า ก็นั่นไง จึงต้องหารือกัน ถ้าไปยกเลิก แล้วเกิดบังคับใช้กฎหมายด้านอื่นๆไม่ได้ แล้วบุคลากรจะไปไล่จับได้อย่างไร เพราะหน้าที่หลักคือการรักษา ป้องกันโรค

เมื่อถามว่าเมื่อมีกระแสข่าวออกมาเช่นนี้ ได้มีการต่อสายไปคุยกับท่านนายกฯ แล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยัง วันนี้ประชุมทั้งวัน

 

 

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม