เร่งฉีดวัคซีนโควิดผู้ป่วยติดเตียง พร้อมส่งทีม Bangkok CCRT ลงพื้นที่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง

Mon, 2021-09-13 14:59 -- hfocus infographic
Print this pagePrint this page

วันที่ 13 ก.ย.64 เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 16/2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตพระนคร โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

ในที่ประชุมสำนักอนามัยรายงานผลการดำเนินงานโครงการฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ผู้ป่วยติดเตียง โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย.64 ที่ผ่านมา เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ป่วยติดเตียงที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 รวมทั้งป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคแก่กลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้สูงอายุ ถึงที่พักอาศัยภายในบ้าน

ซึ่งประชาชนกลุ่มดังกล่าวไม่สามารถเดินทางมารับบริการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการฉีดวัคซีน โดยมีผู้สนใจลงทะเบียนฉีดวัคซีน 5,962 ราย เข้าเกณฑ์การได้รับการฉีดวัคซีน 3,373 ราย ดำเนินการฉีดวัคซีนแล้ว 3,186 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการ 187 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง 2,841 ราย และผู้พิการ 345 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 18 ส.ค.-10 ก.ย.64)

พร้อมกันนี้ ยังได้จัดทีมป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุกในชุมชน หรือ Bangkok Comprehensive Covid-19 Response Team (Bangkok CCRT) ดำเนินการค้นหาผู้ป่วยที่ติดค้างในชุมชนต่างๆ เพื่อแยกผู้ติดเชื้อจากครอบครัวและชุมชน รวมถึงบริการฉีดวัคซีนในพื้นที่ที่มีการระบาดสูงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.-11 ก.ย.64 รวมทั้งสิ้น 4,515 ชุมชน มีผู้ได้รับบริการ 228,328 ราย ตรวจ ATK 70,112 ราย มีผลบวก 6,570 ราย พร้อมกันนี้ทีม Bangkok CCRT ยังได้ฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่ม 608 ประกอบด้วย ผู้สูงอายุ 67,525 ราย ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเสี่ยง 67,522 ราย และหญิงตั้งครรภ์ 331 ราย โดยมีผู้ป่วยที่เข้าระบบ Home Isolation 5,969 ราย ผู้ป่วยเข้าระบบ Community Isolation 302 ราย และผู้ป่วยส่งต่อโรงพยาบาล 299 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 11 ก.ย.64)

 

*สามารถกดติดตาม และแชร์ข่าวสำนักข่าว Hfocus ที่ https://www.facebook.com/Hfocus.org

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม