สธ. ยืนยัน วัคซีน mRNA ไม่มีสารกัมมันตภาพรังสี และไม่มีสารอันตราย ตามลือ!

Mon, 2021-10-11 20:16 -- hfocus infographic
Print this pagePrint this page

สธ. ชี้แจง กรณีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับวัคซีน mRNA นั้นไม่เป็นความจริง ย้ำชัด วัคซีนมีความปลอดภัย และขอยืนยัน ไม่มีการบังคับฉีด ทุกอย่างเป็นไปตามความสมัครใจ

วันที่ 11 ตุลาคม 2564 ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค ระหว่างที่กำลังแถลงข่าวภาพรวมสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ได้ถือโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีข่าวลือหลายเรื่องเกี่ยวกับวัคซีนชนิด mRNA ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ในขณะนี้  

นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า ขณะนี้พบโซเชียลมีเดียมีส่งต่อข้อมูลที่มีความคลาดเคลื่อน ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตัววัคซีนหลายเรื่อง เริ่มจาก กรณีระบุว่า วัคซีน mRNA มีสารกัมมันตภาพรังสี สารโลหะอะลูมินัมปนเปื้อน ยืนยันว่าส่วนประกอบของวัคซีนไม่มีสารเหล่านี้  ซึ่งได้มีการจดแจ้งส่วนประกอบในขั้นตอนผลิตวัคซีนและขึ้นไว้ทะเบียนอย่างชัดเจนแล้ว อีกทั้งวัคซีนทุกล็อตที่รับเข้ามาต้องผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยและคุณภาพ หาสิ่งปลอมปนทางกายภาพ หากมีกรตรวจพบความผิดปกติจะส่งคืนให้บริษัทต้นทางเพื่อทำลายทิ้ง ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ปฏิบัติเหมือนกันทุกประเทศ

ส่วนกรณีที่ระบุว่า มีนาโนพาร์ทิเคิลหรืออนุภาคที่เป็นอันตราย ขอชี้แจงว่า วัคซีน mRNA มีการใช้ลิปิดนาโนพาร์ทิเคิล หรืออนุภาคนาโนของไขมัน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีการนำยาฉีดเข้าร่างกายเพื่อรักษาโรคบางชนิดมาก่อน ทั้งยังมีการศึกษาและพัฒนายามาก่อนหน้านี้นานแล้ว ทั้งมีการตรวจสอบและพิสูจน์ว่ามีความปลอดภัย รวมถึงได้รับอนุญาตใช้ในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ฉะนั้นจึงมั่นใจได้ว่าลิปิดนาโนพาร์ทิเคิลที่เป็นส่วนประกอบของวัคซีนมีความปลอดภัย 

ส่วนที่อ้างว่าผู้ที่ฉีดวัคซีน mRNA ติดเชื้อแล้วมีอาการหนักมากกว่าผู้ที่ไม่ฉีด เรื่องนี้ก็ไม่เป็นความจริงเช่นกัน เพราะมีผลจากการศึกษาประสิทธิภาพวัคซีนยืยยันว่าช่วยป้องกันอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ถึง 95% แม้กระทั่งกลุ่มผู้สูงอายุที่มีการตอบสนองของภูมิคุ้มกันน้อยกว่าวัยอื่น ๆ ประสิทธิภาพยังสูงในระดับ 94%

“วัคซีนที่นำมาฉีดในประเทศไทยมีการฉีดในต่างประเทศเป็นจำนวนมากแล้ว โดยบุคลากรทางการแพทย์ทุกกลุ่มได้รับการฉีดก่อน และเป็นการฉีดโดยความสมัครใจ เนื่องจากเป็นสิทธิส่วนบุคคลในการตัดสินใจ เช่นเดียวกับการฉีดในนักเรียนที่มีการสอบถามผู้ปกครองก่อน เพื่อให้แสดงความจำนง ส่วนภาคราชการจะรณรงค์เชิญชวนให้ฉีดวัคซีนด้วยเหตุผลทางวิชาการ แต่สุดท้ายขึ้นกับการตัดสินใจของแต่ละบุคคลว่าจะฉีดหรือไม่” นพ.เฉวตสรร กล่าว 

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม