ศบค.ปรับพื้นที่แดงเข้ม 23 จังหวัด จาก 29 จังหวัด พร้อมลดเวลาเคอร์ฟิว เหลือ 5 ทุ่มถึงตี 3

Thu, 2021-10-14 14:36 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

ที่ประชุมศบค. ปรับพื้นที่ควบคุมโควิดใหม่! พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดเป็น 23 จังหวัด จากเดิม 29 จังหวัด ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุดเป็น 30 จังหวัด จาก 37 จังหวัด ขณะที่พื้นที่ควบคุมเพิ่มเป็น 24 จังหวัด จาก 11 จังหวัด พร้อมปรับมาตรการเพิ่มเติมพื้นที่แดงเข้มเคอร์ฟิวลดเวลาเหลือ 5 ทุ่มถึงตี 3 เริ่ม 16 ต.ค. 64 ส่วนเปิดประเทศ เบื้องต้นมี 5 ประเทศอนุญาตเข้าไทย ศปก.ศบค.เตรียมประชุมพิจารณาปท.เพิ่มเติม!

13.10 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19(ศบค.) แถลงข่าวภายหลังประชุมศบค. กรณีแผนรองรับการเปิดประเทศ ว่า สำหรับการปรับพื้นที่ควบคุมโรคในประเทศไทยนั้น จากการพิจารณาอัตราการติดเชื้อในพื้นที่ควบคุมสูงสุด โดยมีการพิจารณาว่า หากผู้ป่วยมากกว่า 100 รายต่อวันอย่างน้อย 1 วันใน 1 สัปดาห์ ถือเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด(แดงเข้ม) รองลงมา 20-50 รายต่อวัน เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด(แดง) ส่วนพื้นที่ควบคุม(ส้ม) มีผู้ป่วยเฉลี่ยน้อยกว่า 20 รายต่อวัน สรุปคือ ในวันที่ 16 ต.ค.2564 จะปรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จาก 29 จังหวัดเป็น 23 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด จาก 37 จังหวัด เป็น 30 จังหวัด ส่วนพื้นที่ควบคุม จาก 11 จังหวัดเป็น 24 จังหวัด

ทั้งนี้ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 23 จังหวัด มีกรุงเทพฯ กาญจนบุรี จันทบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตาก นครปฐม นครนายก นครศรีธรรมราช นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ปราจีนบุรี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา ยะลา ระยอง ราชบุรี สงขลา สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และสระบุรี

ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุด 30 จังหวัด มี กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง ตราด นครราชสีมา นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี มหาสารคาม ระนอง ลพบุรี ศรีสะเกษ สตูล สระแก้ว สิงห์บุรี สระแก้ว สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ อ่างทอง อุดรธานี อุบลราชธานี และเพชรบูรณ์ พื้นที่ควบคุม 24 จังหวัดเป็นจังหวัดที่เหลือ

สำหรับมาตราการพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จากที่ห้ามออกนอกเคหสถาน เดิมให้เวลา 22.00-04.00 น. ปรับเป็น 23.00 -03.00 น. อย่างน้อย 15 วัน การปรับแบบนี้เพื่อให้คนทำมาหากิน โดยเฉพาะตลาดโต้รุ่ง ตลาดเช้าทั้งหลาย ส่วนร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด หรือตลาดนัด เปิดดำเนินการจนถึง 22.00 น. จากเดิม 21.00 น. ส่วนกิจกรรมหรือกิจการอื่นๆ อย่างโรงภาพยนต์ โรงละคร ก็ปรับให้ได้ถึง 22.00 น. ส่วนสถานดูแลผู้สูงอายุ ให้เปิดดำเนินการแบบรับไปกลับได้ แต่ต้องมีมาตรการ เป็นต้น ขณะที่ขนส่งสาธารณะทุกประเภท ปรับเพิ่มความจุตามความสามารถของยานพาหนะ แต่ต้องมีคณะกรรมการควบคุมกำกับ ขณะที่ศูนย์แสดงสินค้า งานเลี้ยง นิทรรศการต่างๆ โรงแรม การจัดงานแต่ง งานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆ นั้น เปิดได้ จำกัดจำนวนคนไม่เกิน 500 คน เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร จัดเลี้ยงอาหารแบบแยกชุด สวมหน้ากากอนามัย เปิดได้ไม่เกิน 22.00 น. แต่ที่สำคัญต้องขออนุญาตคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. กรณีเกิน 50 คน

ส่วนทุกพื้นที่ที่มีการปรับมาตรการนั้น ในเรื่องศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า จากเดิมเครื่องเล่น ตู้เกม ร้านเกม เปิดได้แล้ว ในกรณีรายบุคคลหรือเป็ฯคู่ แต่ยังต้องเข้มงวดมาตรการ สวมหน้ากากตลอดเวลา ขณะที่สวนน้ำ สวนสนุกในทุกพื้นที่ยังไม่เปิด สำหรับสนรามกีฬาทุกประเภท ขยายเวลาไปจนถึง 22.00 น. การจัดกิจกรรมรวมกลุ่มที่มีความเสี่ยง มีการขยายเพิ่มขึ้น จากเดิม 25 คน เป็น 50 คน จาก 50 คน เป็น 100 คน เป็นต้น

“ส่วนสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ เดิมไม่ให้เปิดดำเนินการ แต่มาตรการที่เสนอปรับใหม่ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. กระทรวงมหาดไทย กทม. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข จะมีการเร่งรัดกำหนดมาตรการสำหรับเตรียมการให้แล้วเสร็จภายใน 31 ต.ค. 64 ณ ตอนนี้ ความเสี่ยงยังสูง ยังไม่ได้ให้เปิด แต่ขอให้เตรียมพร้อม ปรับปรุงกิจการให้มีมาตรการป้องกันโรคด้วย” โฆษก ศบค. กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า กรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศบค.ออกแถลงการณ์กรณีเปิดประเทศให้คนเดินทางเข้ามาประเทศไทย 1 พ.ย. 2564 นั้น ไม่ได้รับทุกประเทศ โดยมีการเอ่ยชื่อ 5 ประเทศ คือ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เยอรมัน สิงคโปร์ จีน ซึ่งเข้าข่ายประเทศติดเชื้อที่ควบคุมได้ดี ส่วนการกำหนดประเทศที่มีความเสี่ยงขอยกเลิกไป เพราะจะมีเกณฑ์การรับนักท่องเที่ยว ทั้งการฉีดวัคซีนครบโดส และมีข้อกำหนดควบคุมโรคต่างๆ ขณะเดียวกันจะมีพื้นที่นำร่องในการรับนักท่องเที่ยว เรียกว่า พื้นที่สีฟ้า จากเดิมภูเก็ต สุราษฎร์ธานี เกาะสมุย เกาะพงัน กระบี่ ก็จะมีการขยายพื้นที่รับนักท่องเที่ยว

“โดยหลักการมีแผนว่าระหว่างวันที่ 1-30 พ.ย. ขอเพิ่มจังหวัด ยกตัวอย่างเป็นกรุงเทพฯ สมุทรปราการเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิ กระบี่ พังงา ประจวบคีรีขันธ์ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี แต่ขอให้รอเข้าที่ประชุม ศปก.ศบค. อีกครั้ง โดยสรุปจะเพิ่มจาก 10 จังหวัดในเดือน พ.ย. เป็น 15 จังหวัด” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว และว่า และว่า การเปิดประเทศวันที่ 1-30 พ.ย.นี้ถือเป็นระยะที่ 1 ให้ดำเนินการตามแผน จากนั้นประเมินการดำเนินงาน ทั้งนี้ ในการพิจารณาไม่กักตัวไม่จำกัดพื้นที่ต้องเป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขนำเสนอ ส่วนประเทศไหนเข้ามายังไม่มีการบอกเพิ่มเติม โดยจะมีการประชุม ศปก.ศบค.ประชุมอีกครั้ง เมื่อมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

 

*สามารถกดติดตาม และแชร์ข่าวสำนักข่าว Hfocus ที่ https://www.facebook.com/Hfocus.org

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม