“อนุทิน” สั่ง “นพ.สสจ.-ผอ.รพ.” เร่งฉีดวัคซีนเข็ม 3 ทำทันที! อย่ากังวลกระทบคนไม่รับเข็ม 1 คนละส่วน

Mon, 2021-10-18 17:30 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

“อนุทิน” ฝาก นพ.สสจ. -ผอ.รพ. เดินหน้าฉีดวัคซีนเข็ม 3 กระตุ้นภูมิฯ คนฉีดซิโนแวค 2 เข็มก่อน ให้ไล่ฉีดเป็นช่วงเดือนตามเงื่อนไขกรมควบคุมโรค ส่วนข้อกังวลจะกระทบคนที่ไม่ได้ฉีดเข็ม 1 คนละประเด็น ไม่ได้มีการแย่งวัคซีน เป็นคนละส่วน พร้อมรับผิดชอบ ให้ถือเป็นข้อสั่งการ รมว.สธ. ด้าน คร. ย้ำวัคซีนไขว้ ยังใช้ “ซิโนแวค+แอสตร้า” คาดสัปดาห์นี้ส่งซิโนแวคหมด สูตรไขว้ใหม่ขอรอประกาศทางการ

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการฉีดวัคซีนโควิด 19 ระหว่างการมอบนโยบาย สธ.ปี 2565 ว่า เรามีภารกิจเร่งด่วนที่จะต้องบรรลุเป้าหมายให้ได้ในสิ้นปี 2564 คือ ฉีดวัคซีนโควิด 19 ให้ครบกลุ่มเป้าหมายใน ธ.ค. เรื่องวัคซีนสำคัญขอให้เร่งดำเนินการฉีดเข้าเป้าก่อนจะไปต่อเรื่องอื่นได้ ทั้งนี้ หลังอดทนกันมาหลายเดือนเริ่มแสดงผล ถ้าคนได้วัคซีนเยอะ จำนวนการครองเตียงผู้ป่วยหนักและเข้าขั้นสีแดงก็เริ่มดีขึ้น วันนี้เสียชีวิต 63 คน ก็เริ่มดีขึ้น มั่นใจว่ามาจากการกระจายวัคซีน จากนี้ไปต้องอธิบายให้คนเข้าใจเหมือนรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ว่า รับวัคซีนแล้วติดเชื้อก็ไม่เป็นอะไร ไม่มีอาการมาก เพื่อดำเนินทุกอย่างต่อไป โดยไม่ต้องกลัว ต้องหาวิธีแก้ว่าการติดเชื้อเป็นหมื่นคน อย่าไปสนใจตัวเลขนั้น แต่ต้องดูว่าไม่มีตายหรือเจ็บหนัก

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ฝากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) และ ผอ.รพ.ทุกท่าน เรื่องวัคซีนเข็ม 3 เราต้องเน้นไปยังผู้รับซิโนแวค 2 เข็มเป็นสำคัญก่อน จะเติมด้วยแอสตร้าเซนเนก้าหรือไฟเซอร์ก็แล้วแต่กรมควบคุมโรค โดยอาจไล่ฉีดเป็นช่วงเดือน อย่างตอนนี้กลาง ต.ค. ดังนั้น คนที่ฉีดซิโนแวคครบตั้งแต่ มี.ค. - มิ.ย. ต้องมีสิทธิได้รับเข็ม 3 เลย ไม่ต้องกังวลเรื่องที่อาจารย์แพทย์หลายคนกังวลว่า ยังมีคนไม่ได้รับเข็มที่ 1 ถือว่าเป็นคนละประเด็น เราไม่ได้ไปแย่งวัคซีน เราต้องฉีดเข็ม 3 มิเช่นนั้นฉีดไป 2 เข็มจะสูญเปล่าและเป็นปัญหาต่อเนื่อง

"การวางแผนต้องคำนึงถึงคนรับซิโนแวค 2 เข็ม ส่วนคนฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็มจะเติมเมื่อไรอีกโปรแกรมหนึ่ง เมื่อกรมควบคุมโรคตรวจเช็กภูมิคุ้มกันแล้ว ย้ำว่าเรื่องเข็ม 3 คนรับซิโนแวค 2 เข็มแรกต้องไม่มีประเด็น ไม่ต้องกังวลว่า คนไม่ได้รับเข็มหนึ่ง คนละเรื่องกัน ดำเนินการได้เลย ผมรับผิดชอบประเด็นนี้ไม่ต้องกังวล ใครทักก็บอกว่าเป็นข้อสั่งการ รมว.สธ.ชัดเจนในวันนี้ ขอให้ดำเนินการทันที" นายอนุทินกล่าว

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เป้าหมายที่วางไว้ของวัคซีนโควิด 19 คือ เมื่อสิ้น ธ.ค.นี้ ประชาชนในแผ่นดินไทยทั้งไทยและต่างด้าว 72 ล้านคนจะฉีดเข็ม 1 ครอบคลุม 85% เข็ม 2 อีก 70% ส่วน ต.ค. นี้เข็มหนึ่ง 58% เข็มสอง 40% ตามด้วย พ.ย. เข็มหนึ่ง 74% เข็มสอง 65% ส่วนการกระจายวัคซีนให้แต่ละจังหวัดเอาเป้าหมายตัวเองเป็นตัวตั้ง เช่น เป้าหมาย 50% ตอนนี้ฉีดได้ 40% ก็เอามาลบกันว่าต้องการอีกเท่าไหร่ เป็นสูตรในการส่งวัคซีนให้ และให้ นพ.สสจ.ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดจะฉีดวัคซีนที่ส่งไปในกลุ่มเป้าหมายไหน ถ้าส่งไปไม่พอให้แจ้งกรมควบคุมโรคเพื่อส่งเพิ่มเติม

ส่วนการจัดกลุ่มฉีด 1.ยังเน้นกลุ่ม 608 แม้ภาพรวมพื้นที่สีแดงเข้มฉีดได้ 70% ภาพรวมประเทศ 60% ยังเน้นเพราะช่วยลดอัตราตาย 2.สนับสนุนการเปิดประเทศพื้นที่สีฟ้า ซึ่งขาดวัคซีน 7 แสนโดส จัดส่งแล้ววันนี้จะถึงพื้นที่ และ 3.เปิดประเทศ สำคัญคือเปิดโรงเรียน พ.ย.ขอให้ฉีดในนักเรียน แรงงานต่างด้าว ส่วน พ.ย.คาดว่าอาจจะให้คนที่ต้องการฉีดไปลงทะเบียนฉีดในจังหวัดตนเอง และให้นัดหมายที่จังหวัดได้

นพ.โอภาส กล่าวว่า เรื่องสูตรฉีดไขว้ในเชิงวิทยาศาสตร์ได้รับการยอมรับสูตรที่ดี เราปูพื้นวัคซีนและกระตุ้นเสริมขึ้นไป เราใช้ซิโนแวคตามด้วยแอสตร้าฯ คาดว่าสัปดาห์นี้จะส่งซิโนแวคหมดแล้ว น่าจะฉีดได้จบในเดือนนี้เป็นอย่างช้า ส่วนสูตรต่อไปจะเปลี่ยนเป็นแอสตร้าฯ + ไฟเซอร์ แต่จะประกาศอีกครั้ง ส่วนเข็ม 3 เราพร้อมแล้ว สามารถฉีดไปได้เลยไม่ต้องรอ เป็นอีกหมุดหมายสำคัญ เราเป็นประเทศต้นๆ ที่ให้บูสเตอร์โดส สหรัฐอเมริกายังประกาศหลังเรา ส่วนคนฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็ม ในระยะ 6 เดือนภูมิคุ้มกันยังเพียงพอ ซึ่งจะเริ่มครบ 6 เดือนใน พ.ย.นี้ จะรวบรวมข้อมูลสุดท้ายก่อนประกาศต่อไปเรื่องการฉีดเข็ม 3

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง :

: “อนุทิน” มอบนโยบาย สธ.ปี 2565 พาประเทศพ้นวิกฤตโควิด ใช้สาธารณสุขสร้างชาติ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ

“อนุทิน” ปรับภารกิจ “สาธิต” ดูแลงานอาหารและยา - แพทย์แผนไทย

 

*สามารถกดติดตาม และแชร์ข่าวสำนักข่าว Hfocus ที่ https://www.facebook.com/Hfocus.org ​

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม