เปิดรายชื่อ 17 จังหวัดนำร่องพื้นที่ท่องเที่ยว และ 46 ประเทศเข้าไทยได้ตามนโยบายเปิดประเทศ 1 พ.ย.นี้

Fri, 2021-10-22 12:39 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

พร้อมหรือไม่! เปิดประเทศ 1 พ.ย.64 มี 17 จังหวัดพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว  บางจังหวัดเฉพาะบางอำเภอ ส่วน "กรุงเทพฯ- กระบี่-พังงา -ภูเก็ต"  เปิดเต็มพื้นที่!!   และอีก 46 ประเทศอนุญาตเข้าไทยได้ตามเงื่อนไข พร้อมหลักเกณฑ์ข้อปฏิบัติต่างๆ

ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศเปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย.2564 พร้อมทั้งมีมาตรการต่างๆรองรับในการป้องกันการระบาดโรคโควิด-19 โดยก่อนหน้านี้ได้มีการดำเนินการตามแผนต่างๆ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ต.ค.2564 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 18/2564 เรื่อง พื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ลงนามโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 พร้อมทั้งแนบบัญชีรายชื่อจังหวัดทพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวแนบท้ายคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีทั้งหมด 17 จังหวัด พื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ดังนี้

1.กรุงเทพมหานคร

2.จังหวัดกระบี่

3.จังหวัดชลบุรี (เฉพาะอำเภอบางละมุง เมืองพัทยา อำเภอศรีราชา อำเภอเกาะสีชังและอำเภอสัตหีบ เฉพาะตำบลนาจอมเทียน และตำบลบางเสร่)

4.จังหวัดเชียงใหม่(เฉพาะอำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอดอยเต่า อำเภอแม่ริม และอำเภอแม่แตง)

5. จังหวัดตราด (เฉพาะอำเภอเกาะช้าง)

6.จังหวัดบุรีรัมย์ (เฉพาะอำเภอเมืองบุรีรัมย์)

7.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์(เฉพาะตำบลหัวหิน และตำบลหนองแก)

8. จังหวัดพังงา

9.จังหวัดเพชรบุรี(เฉพาะเทศบาลเมืองชะอำ)

10.จังหวัดภูเก็ต

11.จังหวัดระนอง(เฉพาะเกาะพยาม)

12.จังหวัดระยอง (เฉพาะเกาะเสม็ด)

13.จังหวัดเลย(เฉพาะอำเภอเชียงคาน)

14.จังหวัดสมุทรปราการ (เฉพาะบริเวณพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ)

15.จังหวัดสุราษฎร์ธานี (เฉพาะเกาะสมุย เกาะพงัน และเกาะเต่า)

16.จังหวัดหนองคาย (เฉพาะอำเภอเมืองหนองคาย อำเภอสังคม อำเภอศรีเชียงใหม่ และอำเภอท่าบ่อ)

17.จังหวัดอุดรธานี (เฉพาะอำเภอเมืองอุดรธานี อำเภอบ้านดุง อำเภอกุมภาวปี อำเภอนายูง อำเภอหนองหาน และอำเภอประจักษ์ศิลปาคม)

** ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2564 เป็นต้นไป

ส่วนประเทศไหนที่สามารถเข้ามายังประเทศไทยตามนโยบายเปิดประเทศนั้น....

ล่าสุด นายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการมาตรการการเดินทางเข้าออกประเทศ และการดูแลคนไทยในต่างประเทศ ลงนามเมื่อวันที่ 21 ต.ค.2564 ที่ผ่านมา ในการออกประกาศรายชื่อประเทศและพื้นที่ต้นทางที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งแนวปฏิบัติในการเดินทางเข้าประเทศไทยในวันที่ 1 พ.ย.2564 ดังนี้

ตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 17/2564 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2564 กำหนดให้ศูนย์ปฏิบัติการ การเดินทางเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศ (ศปก.กต.) อนุมัติประเทศและพื้นที่ที่อนุญาตให้ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรสำหรับบุคคลประเภท (13) “ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจควบคู่กับความมั่นคงด้านสาธารณสุขตามแผนการเปิดประเทศของรัฐบาล” ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข และการเสนอของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้า ศปก.กต. จึงประกาศรายชื่อประเทศ และพื้นที่ต้นทางสำหรับบุคคลประเภท (13) ที่ผู้เดินทางจากประเทศและพื้นที่ดังกล่าวได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรดังปรากฏตามเอกสารแนบท้ายประกาศฉบับนี้

โดยรายชื่อประเทศ/พื้นที่ตามประกาศดังกล่าว มีจำนวน 46 ประเทศ ดังนี้

1.ออสเตรเลีย
2. ออสเตรีย
3. บาห์เรน
4. เบลเยียม
5. ภูฏาน
6. บรูไนดารุสซาลาม
7. บัลแกเรีย
8. กัมพูชา
9. แคนาดา
10. ชิลี
11. จีน
12. ไซปรัส
13. สาธารณรัฐเช็ก
14. เดนมาร์ก
15. เอสโตเนีย
16. ฟินแลนด์
17. ฝรั่งเศส
18. เยอรมนี
19. กรีซ
20. ฮังการี
21. ไอซ์แลนด์
22. ไอร์แลนด์

23. อิสราเอล
24. อิตาลี
25. ญี่ปุ่น
26. ลัตเวีย
27. ลิทัวเนีย
28. มาเลเซีย
29. มอลตา
30. เนเธอร์แลนด์
31. นิวซีแลนด์
32. นอร์เวย์
33. โปแลนด์
34. โปรตุเกส
35. กาตาร์
36. ซาอุดีอาระเบีย
37. สิงคโปร์
38. สโลวีเนีย
39. สาธารณรัฐเกาหลี
40. สเปน
41. สวีเดน
42. สวิตเซอร์แลนด์
43. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
44. สหราชอาณาจักร
45. สหรัฐอเมริกา
46. ฮ่องกง

ทั้งนี้ การเดินทางเข้ามาในไทยจำเป็นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ อาทิ มีหนังสือรับรองการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ยืนยันว่า ผู้เดินทางไม่มีเชื้อโรคโควิดโดยวิธี RT-PCR มีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง หากผลตรวจว่ามีเชื้อ ให้มีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่า เป็นผู้เคยติดเชื้อและหายแล้วไม่เกิน 3 เดือน มีกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล มีเอกสารรับรองการรับวัคซีนป้องกันโควิดครบตามเกณฑ์ และวัคซีนต้องได้รับการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยา หรือได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก หรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนออกเดินทาง

 

รายละเอียดเพิ่มเติม :

- ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 36) คลิก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/.../2564/E/256/T_0001.PDF

- แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 17)  และมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร คลิก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/.../2564/E/256/T_0005.PDF

 

*สามารถกดติดตาม และแชร์ข่าวสำนักข่าว Hfocus ที่ https://www.facebook.com/Hfocus.org

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม