"อนุทิน" ลั่นกรณีโอน รพ.สต.ไป อบจ. เป็นกม.! แม้ไม่อยากให้ไป

Tue, 2021-11-02 12:07 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

รองนายกฯ-รมว.สธ.เผยกรณีถ่ายโอน รพ.สต.ไป อบจ.แม้ไม่อยากให้ไป แต่เป็นกฎหมาย ดังนั้น ก่อนโยกย้ายต้องพร้อม! ไม่ให้กระทบบริการปชช. ส่วนที่เรียกร้องเพิ่มสิทธิ-อัตรากำลัง คงมาต่อรองไม่ได้ เพราะอยู่เหนือกม.ไม่ได้

 

เมื่อวันที่ 2 พ.ย.2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อกังวลผลกระทบการบริการสุขภาพหากมีการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)ไปองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) จะส่งผลต่อการบริการปฐมภูมิหรือไม่  ว่า  ก็ต้องพยายามให้สิ่งเหล่านั้นไม่เกิดขึ้น โดยกระทรวงสาธารณสุจต้องมีการเตรียมความพร้อม

  

"จริงๆไม่อยากให้ไปหรอก แต่เมื่อเป็นกฎหมายว่าแบบนี้ ถ้าจะไปก็ขอให้มีความพร้อมก่อน เพราะถ้าเราคิดแบบเห็นแก่ตัว การถ่ายโอนไปก็เท่ากับลดค่าใช้จ่าย ลดจำนวนบุคลากร ซึ่งเราจะได้ตัวเบาขึ้น แต่เราไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะสิ่งสำคัญที่เราเป็นห่วง คือ การให้บริการตามมาตรฐานว่ามีปัญหาหรือเปล่า แต่ก่อนการโยกย้ายถ่ายโอนไปต้องขอให้มีการเชื่อมต่อกัน เพื่อให้ไม่มีปัญหาใดๆในเรื่องของการปฎิบัติ ต้องพร้อมจริงๆเพื่อให้ไปแล้วการทำงานต้องไร้รอยต่อ" นายอนุทินกล่าว

 

ผู้สื่อข่าวถามกรณีมีบางกลุ่มร้องให้เพิ่มสิทธิเพิ่มอัตราข้าราชการให้รพ.สต.จะได้ไม่ถ่ายโอนไป เป็นการต่อรองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า 

ไม่มีข้อต่อรองใดๆ เป็นไปตามกฎหมาย กฏหมายว่ายังไงก็ต้องเป็นไปตามนั้น เราจะไปทำอะไรเหนือกฎหมายไม่ได้ แต่ทั้งนี้ถ้าถามรัฐมนตรี ว่าขั้นตอนการถ่ายโอนนั้นจะเป็นยังไง มีการสมัครใจยังไง  ตนไม่ทราบขั้นตอน แต่การอยู่ก็ต้องมีอัตรา ถ้าอยู่ไม่มีอัตราก็ต้องอยู่ได้  ถ้าอยู่ไม่ได้ก็ต้องไปตามนั้นแต่ก็ต้องพร้อม ซึ่งไม่ว่าอย่างไรการไปก็ยังอยู่ในหน่วยงานของรัฐ

 

*สามารถกดติดตาม และแชร์ข่าวสำนักข่าว Hfocus ที่ https://www.facebook.com/Hfocus.org

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม