เตือนอันตรายสารพิษ​ในบุหรี่​ นำไปสู่ปอดรั่ว​ รุนแรงขั้นเสียชีวิต

Thu, 2021-11-04 21:25 -- hfocus infographic
Print this pagePrint this page

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอก เตือนผู้สูบบุหรี่ หากพบว่ามีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก เจ็บแปลบบริเวณหน้าอก อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะปอดรั่วได้

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ภาวะลมในช่องเยื่อหุ้มปอด หรือ ภาวะปอดรั่ว คือ ภาวะที่มีอากาศเข้าไปแทรกอยู่ภายในช่องปอดจนเบียดเนื้อปอด ทำให้ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่และทำงานได้ไม่ดี ส่งผลต่อการหายใจของผู้ป่วย เป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน เพราะหากปล่อยไว้จะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต ภาวะปอดรั่วอาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุหรือสัญญาณเตือนใด ๆ หรืออาจเกิดจากการบาดเจ็บที่มีผลต่อปอด ได้แก่ อุบัติเหตุ การผ่าตัด การส่องกล้องหลอดลมเพื่อตัดชิ้นเนื้อ เป็นต้น รวมทั้งยังสามารถเกิดจากโรคหรือสภาวะที่ก่อให้เกิดลมในช่องเยื่อหุ้มปอด เช่น ปอดติดเชื้อ  มีซีสต์ในปอด  โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังหรือโรคถุงลมโป่งพอง ที่เกิดจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่

เพราะสารพิษในบุหรี่มีมากมายประกอบด้วย นิโคติน ก่อให้เกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง กระตุ้นระบบประสาท คาร์บอนไดออกไซค์ ทำให้หัวใจและส่วนต่างๆ ของร่างกายได้รับออกซิเจนน้อย ส่งผลให้มีอาการเหนื่อยง่าย เป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ ทาร์ สารก่อมะเร็งปอด โรคถุงลมโป่งพอง โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ไนโตรเจนไดออกไซค์ ทำลายเยื่อบุหลอดลมส่วนปลายและถุงลม ทำให้ถุงลมโป่งพอง ไฮโดรเจนไซยาไนต์ ทำให้เกิดอาการไอ มีเสมหะ และหลอดเลือดอักเสบเรื้อรัง ดังนั้นสารพิษในควันบุหรี่จึงเป็นอันตราย ทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆ เช่น หลอดเลือดในสมองตีบ โรคมะเร็งต่าง ๆ โรคหัวใจหลอดเลือด และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หากสูบต่อไปอาจนำไปสู่โรคร้ายจนถึงแก่ชีวิตตนเองและคนรอบข้างได้

นายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาวะปอดรั่ว เกิดจากการที่มีลมรั่วออกมาจากถุงลมในปอด เข้าไปในเนื้อเยื่อหุ้มปอด รวมถึงความผิดปกติของปอดเดิมของผู้ป่วย ซึ่งถ้ามีลมที่รั่วออกมาปริมาณมาก จะทำให้ไปกดเนื้อปอดให้ปอดแฟบลง ส่งผลให้มีผู้ป่วยมีอาการหายใจลำบาก หอบเหนื่อย  อาจเกิดภาวะช็อก ความดันโลหิตต่ำ และทำให้เสียชีวิตได้ ผู้ที่มีภาวะปอดรั่ว มักมีอาการเจ็บแปลบบริเวณหน้าอกข้างที่มีความผิดปกติ หอบเหนื่อย หายใจไม่สะดวกหรือแน่นหน้าอก ทั้งนี้อาการและความรุนแรงมีตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรงมาก และจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับอัตราเร็วในการสะสมของลมที่รั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด หากพบว่าตนเองมีอาการหอบเหนื่อยมาก ริมฝีปากสีเขียวคล้ำ มีภาวะพร่องออกซิเจนในเลือด หรืออาจจะมีความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเต้นเร็ว ให้รีบมาพบแพทย์วินิจฉัย เพื่อจะได้รีบทำการรักษาอย่างทันท่วงที

สำหรับแนวทางการรักษาแพทย์จะวินิจฉัยถึงสาเหตุ การแสดงอาการ และขนาดของลมที่รั่ว โดยเริ่มจากติดตามอาการ ในกรณีที่อาการและขนาดของลมที่รั่วน้อย จะใช้การให้ออกซิเจนขนาดเข้มข้นเพื่อเร่งอัตราการดูดกลับของลม การใช้เข็มดูดลมออก การใส่สายเพื่อระบายลมในกรณีที่อาการหนักและการผ่าตัดในกรณีที่รักษาเบื้องต้นแล้วลมยังรั่วปอดไม่ขยายตัว นอกจากนี้ผู้ป่วยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น หลีกเลี่ยงการดำน้ำ การเดินทางโดยเครื่องบิน ควรทำในระยะเวลาที่เหมาะสมปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ และที่สำคัญคือการดูแลตนเอง ควรเลิกสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญหนึ่งที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังหรือโรคถุงลมโป่งพอง ที่เป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้เกิดภาวะปอดรั่ว

สำหรับผู้กำลังที่จะเริ่มต้นสูบบุหรี่หรือสูบบุหรี่มาแล้วเป็นระยะเวลานาน ควรเลิกเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณเองและคนที่คุณรัก เพราะควันและสารพิษในบุหรี่จะค่อย ๆ บั่นทอนชีวิตของเราให้สั้นลงไม่มากก็น้อย ดังนั้นเราควรหาวิธีลด ละ เลิก การสูบบุหรี่กันเสียแต่วันนี้เพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคต

นอกจากนี้สำหรับผู้ที่สนใจขอคำปรึกษาการเลิกบุหรี่ สถาบันโรคทรวงอกได้เปิดให้บริการคลินิกอดบุหรี่ ในทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 16.00 น. โดยบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเปิดบริการอดบุหรี่ด้วยยา ทุกวันพุธ เวลา 08.00 – 12.00 น. โดยสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร 02-5470999 ต่อ 30927

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม