สสส. เผย ทิศทางและเป้าหมายในระยะ 10 ปี พร้อมประกาศปฏิญญาสร้างเสริมสุขภาวะที่ยั่งยืนทั่วประเทศ

Wed, 2021-11-10 18:26 -- hfocus infographic
Print this pagePrint this page

รมช.สาธิต เปิดงาน “20 ปี ภาคีสร้างสุข : นวัตกรรมความสุขที่ยั่งยืน” สสส. สานพลังภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพทั่วประเทศ ประกาศปฏิญญาสร้างสุข ‘ร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ ประชาชนมีสุขภาวะที่ดี โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 มุ่งคิดนวัตกรรม ปรับวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม สร้างสังคมสุขภาวะอย่างยั่งยืน

วันนี้ (10 พฤศจิกายน 2564) ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คนที่ 1 เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “20 ปี ภาคีสร้างสุข : นวัตกรรมความสุขที่ยั่งยืน” เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–10 พฤศจิกายน เพื่อสานพลังภาคีเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะ สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม วิถีชีวิต และสภาพแวดล้อมนำไปสู่สังคมสุขภาวะที่ยั่งยืนในทศวรรษถัดไป ในรูปแบบไฮบริดที่ผสมผสานการประชุมในสถานที่จริง และรูปแบบออนไลน์ สอดคล้องกับชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) 

โดยบริหารจัดการตามมาตรการของภาครัฐในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และจัดประชุมที่ดีต่อสุขภาพ (Healthy Meeting) ภายในงานมีการเสนอทิศทางและเป้าหมายในระยะ 10 ปี ของ สสส. และประกาศปฏิญญาสร้างเสริมสุขภาวะ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคีเครือข่าย และภาคียุทธศาสตร์ ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ กระทรวง กรมต่าง ๆ รวมผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 2,000 คน 

ดร.สาธิต กล่าวว่า การดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพในระยะต่อไป ต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยให้ยกระดับการทำงาน ลดขีดจำกัดในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ หาต้นเหตุของปัญหา คิดใหม่ ทำใหม่ อย่างสร้างสรรค์ เริ่มจากต้นทุนเครือข่ายที่มี พัฒนาศักยภาพของคน ขยายผล ขยายประโยชน์ สู่สังคมวงกว้าง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมสุขภาวะ ซึ่งต้องทำงานบูรณาการสานพลังทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น วิชาการ และภาคประชาชน 

และขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ สสส. และภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะมาตลอดระยะเวลา 20 ปี ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งในการผนึกกำลังภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ ผสานความร่วมมือวางแนวทางการสร้างเสริมสุขภาพในอนาคต เพื่อให้สังคมไทยมีความเข้าใจ เห็นความสำคัญและคุณค่าของงานขับเคลื่อนการสร้างสังคมสุขภาวะร่วมกัน นำไปสู่การพัฒนาสังคมสุขภาวะอย่างยั่งยืน

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. เป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพแนวใหม่ร่วมกับภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม ทั้งในและนอกระบบสุขภาพ มากกว่า 20,000 ภาคี เพื่อร่วมกันสร้างนวัตกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพที่สำคัญของคนไทย ลดปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และส่งเสริมการมีวิถีชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ 

เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนโดยใช้ยุทธศาสตร์ “ไตรพลัง ขับเคลื่อนสังคม” ตลอดระยะ 20 ปี สสส. สร้างการเปลี่ยนแปลงใหญ่ (Big Changes) ในประเด็นสุขภาพ อย่างน้อย 20 การเปลี่ยนแปลง ในทศวรรษหน้า สสส. และภาคีเครือข่าย ยังมุ่งเน้นการทำงานสุขภาพที่มีความสำคัญอย่างต่อเนื่อง แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้เหมาะสมกับสภาวะปัญหาหรือสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป รับมือโจทย์ใหม่ๆ ที่มีความท้าทาย เน้นสร้างการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การมีส่วนร่วมในการจัดการสุขภาพของตนเอง และลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนแก่ประเทศ

นายสุริยา ยีขุน นายกเทศมนตรีตำบลปริก ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้เป็นตัวแทนภาคีสร้างเสริมสุขภาวะจากทุกภาคส่วน กล่าวปฏิญญาภาคีสร้างเสริมสุขภาวะ ประกาศเจตนารมณ์ ‘ร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ ประชาชนมีสุขภาวะที่ดี โดยมิได้ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ 10 ข้อ ดังนี้ 

  1. มุ่งสู่การบรรลุทิศทางและเป้าหมายทศวรรษที่ 3 (พ.ศ. 2565-2574) โดยขจัดปัจจัยเสี่ยงหลักและพัฒนาปัจจัยเสริมสุขภาพ 
  2. ขยายและผนึกแนวร่วมเพื่อสร้างกลไก ขยายโอกาส สร้างความเป็นธรรมในสังคม 
  3. พัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีและสังคมเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ 
  4. ขยายภาคีสร้างเสริมสุขภาวะที่มีความหลากหลายและครอบคลุม พัฒนาศักยภาพ เปิดพื้นที่ทางความคิดและทางกายภาพในการทำงานร่วมกันมากขึ้น 
  5. ร่วมสานพลังสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ 
  6. สร้างเสริมสุขภาวะสำหรับทุกช่วงวัย 
  7. ร่วมขับเคลื่อนเพื่อให้คนในสังคมไทยสามารถใช้สื่อเป็นเครื่องมือเพื่อสนับสนุนวิถีชีวิตสุขภาวะ 
  8. มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการและความเป็นพลเมืองของเด็กและเยาวชน 
  9. มุ่งสานพลังภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการรองรับสังคมสูงวัย
  10. ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนพร้อมที่จะดูแล ร่วมมือ และปกป้อง สสส. ให้เป็นองค์กรของสังคมที่มั่นคง บริหารงานอย่างโปร่งใสภายใต้หลักธรรมาภิบาล ปราศจากการแทรกแซง 

พญ.พูนาม เคตราปาล ซิงห์ (Dr.Poonam Khetrapal Singh) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออก (WHO-SEARO) กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับ สสส. ในโอกาสครบรอบ 20 ปี และการได้รับรางวัลเนลสัน แมนเดลา ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ประจำปี 2564 ซึ่ง สสส. สมควรได้รับเป็นอย่างยิ่ง  ผลงานตลอด 20 ปี ได้พิสูจน์ว่าขบวนการสร้างเสริมสุขภาพในประเทศไทยที่ผลักดันโดย สสส. และภาคีเครือข่ายเป็นต้นแบบที่โดดเด่นของภูมิภาค

โดยเฉพาะในการสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (Solidarity) ของการขับเคลื่อนความร่วมมือโดยทุกภาคส่วนในสังคมเพื่อการพัฒนาสุขภาวะ นับเป็นหัวใจสำคัญในการจัดการกับความท้าทายด้านสุขภาพของโลกยุคปัจจุบัน ทั้งเรื่องการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและการตอบสนองต่อสถานการณ์โควิด-19 โดยแนวทางนี้สามารถนำไปสู่การยกระดับผลลัพธ์ทางสุขภาพของประชาชน การเพิ่มความเป็นธรรมทางสุขภาพ ตลอดจนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

ภายในงานยังมีการจัด “กิจกรรม Active Learning” ผ่านนิทรรศการ 20 ปี ภาคีสร้างสุข ทั้งในสถานที่จริง และในรูปแบบนิทรรศการเสมือน แสดงผลงานนวัตกรรมสุขภาพ อาทิ โต๊ะประชุมยืน ช้อนปรุงลด เครื่องวัดความเค็ม Salt Meter เสาหลักนำทางจากยางพารา ฯลฯ ผลงานที่จดสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ อาทิ อุปกรณ์รองนั่งสำหรับขับถ่าย ผลิตภัณฑ์ลูกอมสมุนไพรหญ้าหมอน้อยที่มีสรรพคุณช่วยลดการสูบบุหรี่ ผลงานโชว์เคส 16 บูธ อาทิ ฉลากทางเลือกสุขภาพ กิจกรรมเล่นตามวัย โดยประชาชนสามารถมีส่วนร่วมสร้างสุขภาวะที่ดีด้วยกัน และติดตามรับชมผ่านทางเว็บไซต์ https://20th.thaihealth.or.th และ Facebook LIVE : สสส.


 

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม