วันจันทร์ ที่ 27 มีนาคม 2560
อัพเดทล่าสุด 2 ชั่วโมง 18 นาที ที่ผ่านมา

Hfocus.org

เจาะลึกระบบสุขภาพ

ไม่มีผิด ไม่มีถูก

Saturday, September 10, 2016 - 22:41
มุมมองน่าสนใจ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์และผู้ป่วยในยุคที่มีคดีฟ้องร้องทางการแพทย์บ่อยครั้ง ซึ่ง นพ.อธิพงศ์ พัฒนเศรษฐพงษ์ สะท้อนว่า การปล่อยให้ความกลัวมีผลจนทำให้แพทย์ปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่สมบูรณ์นั้นเป็นทางเลือกที่เหมาะสมแล้วจริงหรือไม่ ประเด็นชวนคิดคือ หากข้อเสนอที่แพทย์คัดมาให้ผู้ป่วยเลือกนั้นเป็นข้อเสนอที่พิจารณามาเป็นอย่างดีตามองค์ความรู้ที่ถูกต้องและตั้งอยู่บนพื้นฐานของสถานการณ์ในชีวิตผู้ป่วยแต่ละคนแล้ว ก็น่าจะเป็นเกราะคุ้มกันได้มากกว่าหรือไม่
Thursday, September 8, 2016 - 11:52
บทความโดย นพ.โสภณ เมฆธน ปลัด สธ.ที่ระบุว่า “คลินิกหมอครอบครัวเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญของการปฏิรูประบบสาธารณสุขไทย และเป็นการส่งแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัวลงปฏิบัติงานในระดับตำบลเพื่อดูแลคนไทยทุกคนเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ครอบคลุมคนไทยทั่วทั้งประเทศภายใน 10 ปี และหากสามารถทำได้สำเร็จ จะเป็นการพลิกโฉมหน้าระบบสาธารณสุขของประเทศไทยอีกครั้งและจะเป็นการพลิกกลับสามเหลี่ยมการให้บริการของระบบสาธารณสุขไทยที่ปัจจุบันตั้งบนยอดสามเหลี่ยม ให้กลับมาวางบนฐานของสามเหลี่ยมด้านกว้างเพื่อความมั่นคงแข็งแรงของระบบสาธารณสุขไทย” 
Thursday, September 8, 2016 - 11:39
นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เขียนบทความระบุว่า "แนวคิดเรื่องการตั้งคณะกรรมการเหนือปกติ หรือซุปเปอร์ บอร์ด (Super Board) ค่อนข้างฮิต มีการจัดตั้งคณะกรรมการลักษณะนี้เข้ามาควบคุมกำกับ กำหนดทิศทางและนโยบายเกี่ยวกับสาขาต่างๆ เช่น กิจการรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น มีข้อดีที่ทำให้เกิดเอกภาพทางนโยบาย สั่งการได้อย่างรวดเร็ว แก้ปัญหาติดขัดบางอย่างได้ดี แต่ในขณะเดียวกันก็อาจเกิดการใช้อำนาจรวมศูนย์มากเกินไป ถ้านำไปใช้กับงานบางสาขาอย่างไม่เหมาะสม"
Tuesday, September 6, 2016 - 09:44
พระไพศาล วิสาโล เขียนเล่าเรื่องราวที่ หมออมรา มลิลาเล่าให้ฟัง “ผู้ป่วยพ้นจากความตายมาได้ ใจนับว่ามีส่วนสำคัญมาก เริ่มจากใจของพยาบาลที่เปี่ยมด้วยเมตตา เมตตานั้นมีพลังที่แม้แต่คนไข้ซึ่งหมดสติไปแล้วก็สามารถรับรู้ได้ เรื่องนี้เป็นข้อคิดแก่หมอและพยาบาลว่าคนไข้โคม่านั้น เขาโคม่าแต่กาย ส่วนจิตยังสามารถรับรู้ได้แม้จะลาง ๆ คำพูดและสภาวะจิตใจของหมอกับพยาบาลไม่ว่าทางบวกหรือลบ สามารถมีอิทธิพลต่อผู้ป่วยได้”
Saturday, September 3, 2016 - 12:52
ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์: "การแพ้" ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่ถึงแก่ชีวิตได้หากแพ้รุนแรง ดังนั้นไม่ว่าจะแพ้ หรือสงสัยว่าแพ้อะไร ทางที่ดีควรระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงไว้ก่อน จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าแพ้จริง และการพิสูจน์นั้นควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญ และอยู่ในสถานที่ที่พร้อมดูแลหากเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์
Tuesday, August 16, 2016 - 10:02
ข้อเขียนจาก ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ที่เขียนในฐานะอาจารย์หมอคนหนึ่ง หลังทราบข่าวหมอถูกผู้ป่วยเตะก้านคอขณะกำลังตรวจรักษา เป็นเหตุการณ์ที่อาจารย์ธีระบอกว่าเจ็บเกินกว่าที่จะรับได้ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์นี้ แต่เกิดขึ้นมานานและมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทว่าน่าเสียดายที่ “Nothing change...Nobody cares”
Saturday, July 23, 2016 - 15:52
เสียงเตือนดังๆ จาก ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ เมื่อเริ่มเห็นเค้าลางแนวคิดการลงโทษคนไข้ที่ป่วยจากพฤติกรรมสุขภาพที่ทำเอง เรื่องนี้ นพ.ธีระ ชี้ว่า การเจ็บป่วยไม่สบายของคนเรานั้น มาจากเรื่องที่ทั้งคุมได้ด้วยตนเอง และคุมไม่ได้แม้จะรู้ทั้งรู้ "การสร้างหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ" เพื่อช่วยดูแลประชาชนยามเจ็บไข้ได้ป่วย ให้ฟื้นคืนสู่สภาพปกติ และกลับมาสร้างผลิตภาพให้กับประเทศ...คือสิ่งเดียวที่รัฐจะทำ และชดเชยให้กับประชาชนได้ มองคนทุกคนเป็น "คน" คิดอย่างสร้างสรรค์ จะทำให้เกิดการพัฒนา คิดแบบลงโทษ จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และเป็นรากเหง้าของปัญหาสังคมที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนหยุดไม่อยู่
Monday, July 11, 2016 - 23:12
ข้อเขียนจาก ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ที่ตั้งข้อสังเกตน่าสนใจในประเด็น ล้ม/ไม่ล้ม 30 บาทว่า แม้ยืนยันว่าไม่ล้ม โดยระบุว่าจะทำให้มั่นคงและยั่งยืน แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะทำอย่างไร ดังนั้น จะดีกว่าหรือไม่ ถ้าจะชี้ให้ชัดว่า ปรัชญาของการสร้างระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าของรัฐในตอนนี้ เหมือนหรือต่างจากเดิม เพราะเหตุใด และจะทำได้ดีที่สุดเท่าใด ที่สำคัญคือ เคลียร์ข้อสงสัยของประชาชนเสียทีว่า ท่านกำลังจะทำระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือระบบสงเคราะห์ผู้ยากไร้กันแน่ เพื่อคลายความแคลงใจของประชาชน และสร้างความมั่นใจสำหรับคนทุกเศรษฐานะ
Tuesday, June 21, 2016 - 20:07
หากการมองเรื่อง “ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง” ทั้งการร่วมหารือกับผู้ป่วยเพื่อศึกษาความต้องการ แบ่งปันข้อมูลกับผู้ป่วย และให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการตัดสินใจซึ่งจะมีผลต่อการดูแลที่ผู้ป่วยได้รับ ซึ่งนับเป็นหลักสำคัญของการให้บริการดูแลสุขภาพที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและความเข้าใจประสานความห่วงใย โดยมีความพยายามส่งเสริมให้แพทย์และบุคลากรสุขภาพนำหลักการนี้ไปใช้ในการปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยทุกคน 
Saturday, June 11, 2016 - 22:34
ในฐานะแพทย์ ผู้มีหน้าที่หลักคือ ‘ให้การรักษา’ เราก็มักมองหน้าที่นี้ของเราว่าเหนื่อยและหนักกว่าใครๆ ผู้ป่วยแต่ละวันก็มาก ยิ่งเดี๋ยวนี้มีแต่ผู้ป่วยโรคเรื้อรังขาประจำที่รักษาอย่างไรก็ไม่หายเสียที ตรวจเสร็จก็ไม่มีแรงจะทำงานอื่นไหวแล้ว แต่เรามักมองข้ามผู้ที่ทำหน้าที่ ‘ให้การดูแล’ ผู้ป่วยของเรา เรามักลืมว่าจริงๆ แล้ว การดูแลนั้นบางครั้งยากและเหนื่อยยิ่งกว่าการรักษาเสียอีก เพราะเป็นงานที่ต้องอยู่กับผู้ป่วยตลอดเวลา การที่ผู้ป่วยของเราจะได้รับยา อาหารหรือการดูแลด้านต่างๆตามแพทย์สั่งหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับผู้ดูแลเหล่านี้ด้วย แพทย์จึงไม่ควรละเลยความสำคัญของบุคคลกลุ่มนี้

Pages