วันอาทิตย์ ที่ 30 เมษายน 2560
อัพเดทล่าสุด 15 ชั่วโมง 54 นาที ที่ผ่านมา

Hfocus.org

เจาะลึกระบบสุขภาพ

ไม่มีผิด ไม่มีถูก

Sunday, March 13, 2016 - 16:33
ข้อเขียนจาก นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ที่ได้จากผลการวิจัยประเด็นการวางแผนเพื่อให้บริการด้านการควบคุมป้องกันโรคในเขตเมือง เพื่อรองรับกับสถานการณ์โรคติดต่อทั้งหลายที่มาพร้อมกับยุคโลกาภิวัตน์ โดยมี 2 ทางเลือกคือ การใช้หน่วยบริการปฐมภูมิเป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการ หรือจะใช้ รพ.เป็นกลไกหลัก ทั้งสองแนวทางข้างต้นนั้น นพ.ธีระระบุว่า ภายใต้สังคมโลกที่เปลี่ยนไปสู่ความเป็นเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ นี้ ทางเลือกต่างๆ ดังกล่าวแม้จะได้รับการนำไปพัฒนาเป็นนโยบาย และมาตรการได้จริง ก็อาจเป็นเพียงยาบรรเทาอาการ ที่ใช้ได้ผลเพียงระดับเดียว ดังนั้นสังคมเมืองยังจำเป็นต้องมีการพัฒนากลไกใหม่ในชุมชนนอกเหนือไปจากสถานพยาบาลระดับต่างๆ ให้มามีส่วนเอี่ยวในการช่วยเหลือ และดำเนินกิจกรรมควบคุมป้องกันโรค หรือความเสี่ยงทางสุขภาพที่เกิดขึ้นในอนาคต
Saturday, March 5, 2016 - 23:59
ข้อเขียนจาก ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ที่ตั้งคำถามถึงนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศชัดเจนล่าสุดว่า จะส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ เพื่อหารายได้เข้าประเทศ เป็นการตั้งคำถามท่ามกลางสภาพระบบสาธารณสุขของไทยที่ยังประสบปัญหา รพ.รัฐคิวแน่น บุคลากรให้บริการในระบบรัฐที่ไม่เพียงพอ แต่ยังหาญกล้าที่จะประกาศให้ไทยเป็น Medical Hub ขณะที่การแก้ปัญหาระบบบริการสาธารณสุขของภาครัฐยังไม่มีความชัดเจน และเรียกได้ว่ายังมองไม่เห็นว่าจะทำได้สำเร็จในเร็ววัน ดังนั้นการนำทรัพยากรที่ยังมีไม่พอไปรองรับเพื่อต้องการหารายได้เข้าประเทศน่าจะเป็นสิ่งที่ได้ไม่คุ้มเสีย 
Sunday, February 21, 2016 - 14:08
ข้อเขียนจาก ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ เขียนถึงการจัดการและการวางแผนกำลังคนด้านสุขภาพของประเทศไทยในอนาคต โดยระบุว่า “ควรมีข้อเสนอเชิงนโยบายที่จะดูแลกำลังคนด้านสุขภาพให้มีคุณภาพชีวิตและสมดุลชีวิต มีความสุขในการทำงาน เสริมสร้างทรัพยากรในระบบที่เอื้อต่อประสิทธิภาพในการทำงานและเกิดความปลอดภัยในการดูแลรักษาต่อผู้ป่วย เพื่อรักษาบุคลากรที่ทรงคุณค่าเหล่านั้นไว้”
Monday, February 8, 2016 - 15:01
การดูแลผู้ป่วยสูงอายุระยะยาว เป็นนโยบายแห่งชาติ ถือว่าผู้สูงอายุไม่ใช่ภาระของประเทศแต่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ควรได้รับการดูแลเอาใจใส่ทั้งจากตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคมและรัฐ รัฐได้จัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น มีนโยบายส่งเสริมการดูแลผู้สูงอายุ โดยการลดหย่อนภาษี ทางกระทรวงสาธารณสุขและ สปสช.เห็นความสำคัญโดยได้กระจายงบประมาณลงสู่ท้องถิ่น ให้บุคลากรทางการแพทย์ ทำงานเชิงรุก ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคเรื้อรัง และออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยสูงอายุ ทั้งยังมีเครือข่าย อาสาสมัคร จิตอาสา ทั้งภาครัฐและเอกชน ช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยระยะยาว
Sunday, January 31, 2016 - 09:10
ข้อเสนอจาก ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ถึงภาครัฐที่ควรสร้างกลไกจูงใจเอกชนให้หันมาดูแลสุขภาพของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ใช่ปล่อยให้ภาคเอกชนเติบโตและแย่งเค้กก้อนเดียวที่มีอยู่ได้ตามใจต้องการ โดยทิ้งประชาชนที่ขัดสนไว้ให้มีทางเลือกแค่การได้รับการดูแลจาก รพ.รัฐเท่านั้น “เพื่อลดการเก็งกำไรจากการประกอบการ แต่แลกกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีหรืออื่นๆ โดยมองว่าเป็นการร่วมลงทุนกัน เพื่อทุนมนุษย์และทุนเศรษฐกิจของประเท แต่น่าเสียดาย ที่ รพ.รัฐโดยเฉพาะโรงเรียนแพทย์และ รพ.ใหญ่ๆ บางแห่งกำลังทำสิ่งตรงกันข้ามกับที่กล่าวมาข้างต้น ในขณะที่ภาคส่วนเอกชนก็อิ่มหนำสำราญกับการเลือกเค้กได้ตามใจชอบ”
Monday, January 25, 2016 - 17:16
ข้อเขียนจาก นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ซึ่งเขียนในประเด็นนี้เป็นครั้งที่ 2 กับเหตุการณ์พบผู้ป่วยชาวต่างชาติที่มารักษาในไทย แต่เป็นผู้ป่วยโรคเมอร์ส ซึ่งข้อเสนอของ นพ.ธีระคือ เมื่อรัฐบาลยืนยันจะเดินหน้านโยบายเมดิคัลฮับ หรือเมดิโคทัวริสซึ่ม โดยให้เหตุผลว่าเพื่อหารายได้เข้าประเทศ แต่ยอมแลกกับปัญหาสมองไหล ผลกระทบต่อระบบสุขภาพของประชาชน ตลอดจนความลักลั่นและสั่นคลอนมาตรการรักษาพยาบาล ก็ต้องให้ผู้ประกอบธุรกิจ รพ.เอกชนรับผิดชอบความเสี่ยงให้กับสังคมมากขึ้นด้วย  
Friday, January 22, 2016 - 12:21
"ผู้เขียนมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับ "ศาสตราจารย์ นายแพทย์สำลี เปลี่ยนบางช้าง" อดีตเป็นผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งท่านได้สัมผัสเรื่องนี้ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก และผมขอร้องให้อาจารย์ช่วยเขียนข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ "30 บาท รักษาทุกโรค" เพื่อสร้าง "ปัญญา" หรือ "แสงสว่าง" ให้เกิดขึ้นกับ "ครอบครัวสาธารณสุข" ได้ตั้งสติ ช่วยกันคิดทำ ปรับปรุงแก้ไขให้ดำเนินต่อไปได้ ซึ่งท่านอาจารย์ได้ส่งให้ผู้เขียนเมื่อ 31 ธันวาคม 2558...(ขอให้อ่านวิเคราะห์ให้ละเอียดได้ข้อมูลดีมาก)"
Friday, January 15, 2016 - 11:15
ข้อเขียนชวนคิดและให้ข้อมูลเพื่อนำไปขยายต่อจาก นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ที่นำผลการศึกษาทบทวนข้อมูลวิชาการ เพื่อหาหนทางลดการใช้บริการห้องฉุกเฉินใน รพ.เพื่อประโยชน์ของประชาชนเอง โดยระบุว่า “การออกแบบระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการดูแลชีวิตประชาชนนั้นเป็นเรื่องสำคัญเหลือเกิน ควรที่จะสวมหมวกเป็นแต่ละฝ่าย และค่อยๆ พิจารณา เอาใจเขามาใส่ใจเรา แล้วทิศทางการพัฒนาที่เหมาะสมจะตามมาเอง...”
Thursday, January 7, 2016 - 19:20
“นอกจาก copayment แล้วยังมีทางเลือกอื่นๆ อีกมากที่รัฐบาลสามารถนำมาใช้ลดการเข้ารับบริการโดยไม่จำเป็น และเพิ่มความยั่งยืนให้กับระบบหลักประกันสุขภาพ ตั้งแต่การให้ข้อมูลแก่ประชาชนเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยที่สามารถดูแลตนเองที่บ้านได้ การให้ประชาชนจ่ายเงินเข้ากองทุนในหลักประกันสุขภาพ จนไปถึงนโยบายที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของหน่วยงานทางสาธารณสุข เช่น การปฏิรูปการเก็บภาษีเงินได้ โดยที่แต่ละนโยบายก็มีข้อดีข้อเสีย และความยากง่ายในทางปฏิบัติที่แตกต่างกัน”
Tuesday, January 5, 2016 - 16:34
การจัดหางบประมาณเพื่อมาใช้จัดการระบบหลักประกันสุขภาพนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการคลังสุขภาพ (health financing) การร่วมจ่ายแบบ copayment (ซึ่งในบทความนี้หมายถึง การร่วมจ่ายเมื่อป่วยหรือร่วมจ่าย ณ จุดบริการ) นั้นเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งในอีกหลายๆ ทางเลือก ในบทความนี้จะใช้คำว่า “การมีส่วนร่วมในการคลังสุขภาพ” ในความหมายว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสนับสนุนงบประมาณให้แก่โครงการหลักประกันสุขภาพ โดยมี copayment เป็นหนึ่งในทางเลือกของการมีส่วนร่วมเท่านั้น

Pages