วันเสาร์ ที่ 24 มิถุนายน 2560
อัพเดทล่าสุด 1 ชั่วโมง 51 นาที ที่ผ่านมา

Hfocus.org

เจาะลึกระบบสุขภาพ

เหลียวหลัง

Friday, May 1, 2015 - 08:52
1 พฤษภาคม 2558 เป็นวันครบรอบ 36 ปี ของการกำเนิด “หมอชาวบ้าน” หรือมูลนิธิหมอชาวบ้าน ความหมายของคำว่า “หมอชาวบ้าน” นัยหนึ่ง คือ ทำชาวบ้านให้เป็นหมอ หมายถึงการส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปมีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพตนเองไม่ให้เจ็บป่วย หากจะเจ็บป่วยก็ไม่ให้เป็นรุนแรง หากจะเป็นรุนแรงก็ไม่ให้ตาย และหากจะตายก็ดูแลให้ตายดี (อย่างมีศักดิ์ศรีและประหยัด) หมอชาวบ้านอีกนัยหนึ่ง ยังหมายถึงทำหมอให้เป็นชาวบ้าน หมายถึง การส่งเสริมให้นักวิชาชีพสาธารณสุข เป็นหมอที่เข้าใจและเข้าถึงผู้ป่วย ครอบครัว และชุมชน สามารถดูแลประชาชนอย่างเป็นองค์รวม ด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์และมีบทบาทในการเสริมพลังสร้างสุขภาพแก่ประชาชน
Sunday, April 12, 2015 - 08:52
องค์การสหประชาชาติได้ประเมินสถานการณ์ว่าปี พ.ศ. 2544-2643 (2001-2100) จะเป็นศตวรรษแห่งผู้สูงอายุ หมายถึงการมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรรวมทั่วโลกและมีแนวโน้มว่าประชากรผู้สูงอายุเหล่านี้จะมีฐานะยากจน เป็นประเด็นท้าทายทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจที่แต่ละประเทศจะต้องมีแผนรองรับ สำหรับประเทศไทย สำนักงานสถิติแห่งชาติ สรุปว่าไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2548 (2005) โดยมีประชากรผู้สูงอายุ ร้อยละ10.4 ของประชากรทั้งประเทศ และคาดว่าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ในช่วงปี 2567-2568 (2024-2025)
Wednesday, April 8, 2015 - 11:37
โนโรไวรัส (Norovirus infection) เป็นไวรัสในกลุ่มที่ก่อ “โรคหวัดลงกระเพาะหรือ สต็อมมัค ฟลู (stomach flu)” โรคนี้จะปรากฏอาการของโรคหลังได้รับเชื้อเข้าไปเพียง 24-48 ชั่วโมง หรือเกิดอาการได้เร็วกว่านั้น หากเริ่มมีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเนื้อปวดตัว อาเจียน ปวดท้องมาก ท้องเสีย อ่อนเพลีย อาการของโรคจะเป็นอยู่ไม่นานเพียงวันสองวัน และอาการมักไม่หนัก แต่ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกว่าไม่สบายเอามากๆ ทีเดียว ในสหรัฐและยุโรป ไวรัสชนิดนี้ เป็นต้นเหตุที่สำคัญในการก่อโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบมากกว่าร้อยละ 90 และกว่าร้อยละ 50 ในการก่อโรคอาหารเป็นพิษ ผู้คนทุกอายุติดเชื้อและป่วยได้ ไวรัสจะแพร่กระจายทางการกินอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระของผู้ที่มีเชื้อ และติดต่อจากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่งได้ ทุกปีในสหรัฐศูนย์ควบคุมป้องกันโรคของสหรัฐได้รับรายงานผู้ป่วยที่ป่วยจากการติดเชื้อโนโรไวรัสประมาณ 23 ล้านคน ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลห้าแสนคน
Wednesday, April 1, 2015 - 09:46
โรคซาร์ส ที่ถูกขนานนามว่าเป็นโรคไข้หวัดอภิมหาภัยของโลก กระทั่งองค์การอนามัยโลกได้ออกประกาศเตือนให้ทั่วโลกตระหนักถึงอันตรายจากโรคซาร์ส เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2546 ตามมาด้วยประกาศแจ้งเตือนของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐ ซึ่งเวลานั้น โรคได้แพร่กระจายไปถึง นครโตรอนโต ออตตาวา ซานฟรานซิสโก อูลัน บาตอ มะนิลา สิงคโปร์ ไต้หวัน ฮานอย และฮ่องกง ในประเทศจีนเองซึ่งเป็นต้นกำเนิดของโรคในเวลานั้นก็ปรากฏว่ามีโรคแพร่ออกไปจากกวางตุ้งถึง จิหลิน เฮอเป่ย ชานสี เทียนจิน และอินเนอร์มองโกเลีย
Monday, March 23, 2015 - 17:58
โรคอุบัติใหม่ที่เกิดจากเชื้อ ลีเจียนเน็ลลา หรือลีเจียนเน็ลโลสิสนี้ มีรายงานพบประปรายในกลุ่มประเทศทางยุโรป สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โรคนี้นับเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายเนื่องจากมีเชื้อโรคชุกชุมอยู่ในสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวมนุษย์ เป็นแล้วรุนแรงถึงตายได้ง่าย การวินิจฉัยก็ดำเนินไปไม่ง่ายนัก ทางสหภาพยุโรปจึงมีการจัดตั้งชมรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับโรคนี้ (European Working Group for Legionella Infections –EWGLI) คอยติดตามการอุบัติของโรค ติดตามข่าวการระบาดในระหว่างปี พ.ศ. 2538 - 2548 ซึ่งพบรายงานการระบาดจากทั่วโลกกว่า 600 ครั้ง มีผู้ป่วยมากถึง 32,000 ราย
Saturday, March 14, 2015 - 12:21
เมื่อปี 49 มีข่าวโรคอาหารเป็นพิษจากการบริโภคหน่อไม้ปี๊บที่ จ.น่าน ที่ทางการแพทย์เรียกว่าโรคโบทูลิซัม และยังมีบางข่าวกล่าวว่าเป็นการระบาดของโบทูลิซัมครั้งใหญ่ที่สุดในโลกด้วยซ้ำไป กำเนิดของโรคโบทูลิซัม สามารถย้อนกลับไปไกลราวคริสตศตวรรษ ที่ 18 มีบันทึกการระบาดของโรคไส้กรอกเป็นพิษที่เยอรมนี โรคทำนองเดียวกันนั้นเกิดระบาดอีกเมื่อปี พ.ศ. 2336 ที่เมืองวิลด์บาด มีผู้ป่วย 13 ราย ถึงแก่กรรม 6 ราย หลังการบริโภคไส้กรอกเลือด (blood sausage) เหตุการณ์ดังกล่าวดลใจให้ จุสตินุส แคร์เนอร์ แพทย์ประจำนครแห่งนั้นได้ทำการศึกษาค้นคว้าหาสาเหตุแห่งโรคจากข้อมูลผู้ป่วย 230 ราย และให้ชื่อโรคว่า “sausage หรือ fatty poison” แต่ในใบมรณบัตรที่ลงนามโดย แคร์เนอร์ ท่านลงสาเหตุการตายว่า“โรคหมอแคร์เนอร์ (Kerner’s disease)” ต่อมามีผู้เรียกชื่อโรคนี้ว่า botulism ตามภาษาละตินที่เรียกไส้กรอกว่า botulus นั่นเอง
Saturday, March 7, 2015 - 15:19
ไวรัสอีโบลา เป็นไวรัสก่อโรคไข้เลือดออกเป็นสมาชิกในสกุล “ฟิโลไวรัส” (Filovirus) พบระบาดในแอฟริกา แพร่ระบาดติดต่อได้ทั้งจากคนสู่คน ติดต่อได้โดยการสัมผัสกับผู้ป่วย และสามารถติดต่อกันโดยทางอากาศด้วยจึงนับว่ามีอันตรายสูง อัตราป่วย/ตายสูง ตลอดจนยังไม่มียารักษาและอาจแพร่มาจากสัตว์ที่ยังไม่ทราบว่ามีสัตว์อะไรบ้าง การระบาดครั้งแรกของไวรัสอีโบลาเมื่อปี พ.ศ. 2519 พบมีการระบาดเป็นครั้งแรกของโรคไข้เลือดออกชนิดใหม่ที่ เกิดขึ้นที่ประเทศซูดาน และประเทศซาอีร์ ชื่ออีโบลาชื่อนี้ได้มาจากชื่อแม่น้ำอยู่ตรงบริเวณที่พบโรคในตอนเริ่มแรก แถบลุ่มแม่น้ำอีโบลาในประเทศซาอีร์ (Zaire) 
Tuesday, March 3, 2015 - 11:35
สังคมโลกนับตั้งแต่อดีตมีมุมมองเกี่ยวกับการทำแท้งที่เกี่ยวพันกับความเชื่อและศาสนาเป็นอย่างมาก สำหรับศาสนาคริสต์ โดยเฉพาะนิกายโรมันคาธอลิคและกรีกออโธดอกซ์ ต่อต้านการทำแท้งในทุกกรณี ในขณะที่นิกายโปรเตสแตนต์มักมีแนวทางที่ผ่อนคลายมากกว่า สำหรับศาสนาอิสลามมีแนวทางที่ใกล้เคียงกัน คือ อนุญาตให้ทำแท้งได้ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพจริงๆ เท่านั้น ส่วนศาสนาพุทธและฮินดูพบว่าไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนในคำสอน และเมื่อสำรวจมุมมองด้านกฎหมายและนโยบายเรื่องการทำแท้งในแต่ละประเทศก็มีแนวทางที่ต่างกันออกไป
Wednesday, February 25, 2015 - 12:40
ในปี 1500 เป็นต้นมา ศูนย์กลางของน้ำตาลในทวีปยุโรปคือบราซิล จากนั้นอังกฤษก็ตามมาโดยทำให้บาร์เบโดสกลายเป็นเกาะแห่งน้ำตาล หลังจากนั้นฝรั่งเศสก็เข้ามาทำไร่อ้อยที่เกาะฮิสแปนิโอลาใหม่อีกครั้ง ยิ่งมีการปลูกอ้อยมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโรงงานเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น รวมทั้งสร้างท่าเรือเพื่อขนส่งน้ำตาลและนำทาสจากแอฟริกาเพื่อมาทำงานในไร่มากขึ้นด้วย ในขณะที่น้ำตาลได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงโลก น้ำตาลซึ่งเป็นผลผลิตที่ได้จากการมีทาสและการพึ่งพาคนงานในโรงงานผู้ยากแค้น น้ำตาลทำให้เส้นทางของคนคุมทาสผู้โหดเหี้ยมกับเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่มาบรรจบกัน กระนั้นเหตุผลนี้ยังได้ทำให้น้ำตาลกลายเป็นไพ่ใบสุดท้ายในการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของบรรดาทาสด้วย 
Sunday, February 22, 2015 - 20:07
การควบคุมการบริโภคน้ำตาลในชีวิตประจำวัน เป็นการดูแลสุขภาพและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคยอดนิยม คนรักสุขภาพจะเข้าใจดีว่าน้ำตาลเป็นสิ่งต้องห้ามเพียงใด แม้ในสังคมปัจจุบันที่โอกาสการบริโภคน้ำตาลเป็นสิ่งหยิบฉวยง่ายและราคาถูก น้ำตาลเป็นเพียงเครื่องปรุงรส เป็นส่วนประกอบในอาหารและเครื่องดื่มที่ราวกับว่าไม่มีวันหมดสิ้นไปภายใต้อุตสาหกรรมน้ำตาลซึ่งสามารถผลิตได้ภายในประเทศ แต่หากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์กำเนิดของน้ำตาลกลับกลายเป็นเรื่องที่ตรงข้ามโดยสิ้นเชิงกับที่เรารู้จักน้ำตาลในทุกวันนี้

Pages

54.166.189.88

54.166.189.88
67269