วันอังคาร ที่ 24 มกราคม 2560
อัพเดทล่าสุด 1 ชั่วโมง 37 นาที ที่ผ่านมา

Hfocus.org

เจาะลึกระบบสุขภาพ

เหลียวหลัง

Saturday, January 17, 2015 - 11:28
เป็นที่ทราบกันดีว่า การแพทย์แผนปัจจุบันหรือการแพทย์แบบตะวันตกได้เข้ามาในประเทศไทยพร้อมๆ กับการมาของนักสอนศาสนาคริสต์ในยุคของการแผ่ขยายอิทธิพลของชาติตะวันตก มีบันทึกข้อมูลกล่าวว่าในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2367-2394) มีนักสอนศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์เข้ามาในประเทศไทยหลายคน เป็นทั้งแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ เช่น แพทย์ชาวเยอรมนีคนหนึ่งชื่อ กุตซ์ลัฟฟ์ (Rev.Carl Augustus Gutzlaff) และชาวอังกฤษคนหนึ่งชื่อ ทอมลิน (Rev.Jacob Tomlin) เพียงแต่สิ่งที่คนเหล่านี้ทำนอกจากการสอนศาสนา คือการแจกหนังสือภาษาจีนและแจกยา เท่านั้น แต่ผู้ที่นำการแพทย์แผนปัจจุบันและวิทยาศาสตร์ เข้ามาเผยแพร่จนเป็นที่รู้จักกันดีมี 2 คน คนแรกเป็นแพทย์คือ ดร.บรัดเลย์ (Dan Beach Bradley) เข้ามาในปี พ.ศ. 2377 อีกคนเป็นทั้งแพทย์และนักวิทยาศาสตร์คือ ดร.เฮาส์ (Reynolds Samuel House)
Saturday, January 10, 2015 - 11:23
“โรคห่า” ที่ระบาดหนักในสมัยกรุงศรีอยุธยา เคยเป็นข้อสงสัยว่าคือโรคอหิวาตกโรคหรือกาฬโรคกันแน่ กระทั่งมีหลักฐานพบว่ากาฬโรคจากเมืองจีนระบาดไปถึงตะวันออกกลางและยุโรประหว่าง พ.ศ. 1890-1893 เป็นเหตุให้มีผู้คนล้มตายนับล้านๆคน จนยุโรปเกือบร้าง ซึ่งช่วงเวลาที่กาฬโรคระบาดจากเมืองจีนไปถึงยุโรปตรงกับเวลาใน “ตำนานและพงศาวดารเรื่องพระเจ้าอู่ทองหนีโรคห่า แล้วสถาปนากรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 1893” โรคห่าในสมัยนั้นจึงน่าจะเป็นกาฬโรคที่ระบาดไปทั่วโลกช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 19 (หรือหลัง พ.ศ. 1800)
Monday, January 5, 2015 - 15:11
การให้วัคซีนเป็นหนึ่งในวิธีการสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ที่มีความคุ้มค่ากว่าเมื่อต้องทำการรักษาหลังจากติดเชื้อหรือเป็นโรคแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นต้องไม่ลืมว่าโรคระบาดร้ายแรงบางโรคได้สูญหายไปจากโลก ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากการนำวัคซีนมาใช้ เช่น โรคฝีดาษ การทำงานของวัคซีนจะทำหน้าที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเครื่องป้องกันของร่างกายและทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรคไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย ปัจจุบันในประเทศไทยมีการใช้วัคซีนพื้นฐาน จำนวน 8 ชนิด ที่ป้องกันโรคจำนวน 10 โรค ได้แก่ วัณโรค คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ หัด หัดเยอรมัน คางทูม ตับอักเสบบี และไข้สมองอักเสบเจอี
Monday, December 29, 2014 - 13:56
ฮิปโปเครติส (Hippocrates) ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ผู้ให้กำเนิดวิชาแพทย์” หรือ “บิดาแห่งการแพทย์” (The Father of Medicine) เนื่องจากเป็นแพทย์คนแรกที่ได้ศึกษา ค้นคว้า นำวิธีการรักษาโรคแบบใหม่มาเผยแพร่ และมาใช้กับคนไข้ที่มารับการรักษาจากเขา ทั้งเป็นคนแรกที่ได้ปฏิรูปวงการแพทย์ด้วยการปฏิเสธไม่นำการรักษาแบบเก่า ที่เป็นการรักษาด้วยหมอพระมาใช้อย่างสิ้นเชิง โดยได้นำวิธีการรักษา
Sunday, December 14, 2014 - 13:32
วันมหิดล ตรงกับวันที่ 24 กันยายนของทุกปี อันเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์) พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2472 ในปี พ.ศ. 2493 หรือ 21 ปี หลังจากที่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทิวงคต คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล บรรดาศิษย์เก่าศิริราช ผู้ที่ได้รับทุนของพระองค์ไปศึกษา ณ ต่างประเทศ ผู้ที่เคยได้รับพระมหากรุณาในประการอื่นๆ ตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้ร่วมใจกันสร้างพระราชอนุสาวรีย์ขึ้น โดยประดิษฐานไว้ ณ ใจกลางโรงพยาบาลศิริราช เพื่อน้อมเกล้าถวายความกตัญญูกตเวที ด้วย สำนึกในพระเมตตาคุณของพระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจแก่วงการแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศไทย 
Monday, December 1, 2014 - 15:56
วันเอดส์โลก (World AIDS Day) วันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี ได้ถูกตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ โรคเอดส์เริ่มเป็นที่รู้จักครั้งแรกในปี พ.ศ. 2524 แต่ในขณะนั้นจะรู้จักเพียงเฉพาะกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น ต่อมามีการแพร่ระบาดโรคนี้ไปอย่างรวดเร็วและทั่วโลก จนมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากจนเป็นที่น่าตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกา และเพื่อให้ทั่วโลกได้ตระหนักถึงความสำคัยของการป้องกันโรคเอดส์ ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการยอมรับและห่วงใยต่อผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อ องค์การอนามัยโลกจึงได้กำหนดให้วันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันเอดส์โลก ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2531
Wednesday, November 26, 2014 - 20:36
รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เป็นรางวัลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก ผู้ทรงบำเพ็ญประโยชน์ต่อวงการแพทย์ การสาธารณสุข การพยาบาล การเภสัชกรรม ทันตศึกษา การประมง กองทัพเรือ และการศึกษาของประเทศ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 ด้วยการริเริ่มของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในวโรกาสเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพ ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ครบ 100 ปี ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2535 เพื่อดำเนินการมอบรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ถวายเป็นพระราชอนุสรณ์ และเพื่อเผยแพร่พระราชเกียรติคุณ แห่งสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “องค์บิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย”
Friday, November 14, 2014 - 13:22
ทุกวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี สหพันธ์เบาหวานนานาชาติ และองค์การอนามัยโลก ได้กำหนดให้เป็นวันเบาหวานโลก โดยเริ่มขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2534 ซึ่งการกำหนดวันดังกล่าวขึ้นมาเพื่อต้องการให้ประชาชนทั่วโลกตระหนักถึงอันตรายของโลกเบาหวานที่มีแนวโน้มพบผู้ป่วยสูงขึ้นทุกปี และเพื่อเป็นการระลึกถึง และเป็นวันเกิดของของเฟรเดอริก แบนติง ผู้ ร่วมกับชาร์ลส์ เบสต์ เป็นคนแรกที่เข้าใจแนวคิดซึ่งนำไปสู่การค้นพบอินซูลินใน พ.ศ. 2465
Wednesday, November 5, 2014 - 18:38
จุดกำเนิดของกิจการแพทย์อาสา ซึ่งออกปฏิบัติงานครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2512 ที่บ้านดอยสามหมื่น กิ่งอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะขยายไปทั่วประเทศในปัจจุบัน โดยเชิญชวนคนในพื้นที่ให้มาเป็นอาสาสมัครของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในพระองค์ ซึ่งอาสาสมัครจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกคือ อาสาสมัครสายแพทย์และสาธารณสุข อีกประเภท อาสาสมัครสายสนับสนุน ซึ่งมีทั้งข้าราชการและบุคลากรในภาคเอกชน ซึ่งอาสาสมัคร พอ.สว.ทุกคนจะสวมเสื้อสีเทา กระเป๋าเสื้อสีเขียว มีเครื่องหมายของหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประชาชนจะเรียกขานอาสาสมัครเหล่านี้ว่า “หมอกระเป๋าเขียว” แม้แต่ผู้ที่มีอุดมการณ์ต่างกันในบางพื้นที่ ยังยกเวันการทำร้าย "หมอกระเป๋าเขียว" 
Wednesday, October 29, 2014 - 12:58
อิน-จัน เป็นชื่อของฝาแฝดที่มีชื่อเสียงและรู้จักกันทั่วโลก เป็นที่มาของคำว่า “แฝดสยาม” (Siamese twin) เนื่องจากเกิดที่ประเทศสยาม (ประเทศไทย) ตามที่เรียกกันในขณะนั้น เป็นฝาแฝดที่มีหน้าอกติดกันและใช้ตับร่วมกัน และเป็นนฝาแฝดคู่แรกของโลกที่สามารถดำรงชีพเหมือนคนธรรมดาได้ตลอดชีวิต

Pages